Jump to content

หากสมาชิกต้องการจะตั้งกระทู้ปรึกษาในห้อง ขนาดเรื่องสำคัญคู่ผู้ชาย กรุณาทำตามขั้นตอนต่อไปนี้

  • หากโพสต์รูปภาพ ขอความร่วมมือให้โพสต์เฉพาะภาพที่มีการวัดขนาดเท่านั้น
  • วิธีการวัดขนาดให้ยึดตามกระทู้ "โปรเจคอัปเดตให้ชายไทย" เป็นหลัก

มิเช่นนั้นกระทู้ของท่านสมาชิกจะถูกลบออกจากระบบเนื่องจากไม่ทำตามเงื่อนไข ขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ ที่นี้

DorRorSor DorRorSor

Leaderboard


Popular Content

Showing most liked content since 12/23/2017 in all areas

  1. 25 points
    สวัสดีครับ ผมติดตามบอร์ดมานาน ตั้งแต่สมัยบอร์ดเก่า แอบมาเก็บข้อมูลจนไปขริบมา และวันนี้ผมจะมารีวิวผลงานคุณหมอชาติชายคลีนิคสันติชน ผมขริบมา 10 ปีนิดๆ แล้วครับจำไม่ได้แล้วเหมือนกันว่าทำตอนอายุเท่าไหร่ สาเหตุที่ขริบ เพราะหนังหุ้มปลายอักเสบเนื่องจากแพ้ครีมอาบน้ำยี่ห้อดัง ยี่ห้อหนึ่ง ทำให้เป็นผื่นหนังด้านใน ตามมาด้วยการอักเสบ แดง ปัสสาวะก็แสบๆร้อนๆ จึงตัดสินใจไปหาหมอ รพ.เอกชน แห่งหนึ่ง หมอก็ได้ให้ยาปฏิชีวนะ มาทานและแนะนัดมาตรวจอีกครั้งในสัปดาห์ต่อไป ปรากฏว่าก็ดีขึ้น แต่ยังไม่หายดี หมอแนะนำว่าให้ขริบ ถ้าไม่ขริบก็อาจจะกลับมาเป็นได้อีก ผมก็ไม่อยากกลับมาเป็นแล้ว มันทรมาน ซึ่ง รพ. ที่ผมไปหาหมอก็รับทำนะครับ แต่มี คชจ. ประมาณ 8000 - 9000 บาท ซึ่งตอนนั้นผมก็คิดชั่งใจเรื่องราคา และก็กลัวด้วย เลยขอหมอกลับมาคิดดูก่อน เลยเป็นสาเหตุเบื้องต้นทำให้มาเริ่มค้นหาข้อมูลในอินเตอร์เน็ตจนได้เจอ สันติชนคลีนิค ผมค้นหาข้อมูล + รวบรวมความกล้าอยู่เป็นเดือน เห็นคนที่มารีวิวกี่คนๆ ในบอร์ดบอกว่าไม่เจ็บ เลยตัดสินใจโทรนัดครับ ซึ่งค่าใช้จ่ายของคลีนิคตอนนั้นถูกมากกกก ประมาณ 2500 หรือ 3000 บาทเนี่ยแหละผมจำไม่ได้แล้ว ถูกมากๆ เลยทำให้การตัดสินใจง่ายเข้าไปใหญ่ อิอิ สุดท้ายก็ไม่เจ็บจริงๆ ครับ และนี่คือผลงานของผม จากหมอชาติชายครับ Sent from my iPhone using Tapatalk
  2. 20 points
    อายุ33ครับ 17/14.5 cm เคยคิดว่าอยากไปขริบเสริมหล่อแต่ยังไม่กล้าครับ (ส่วนตัวมักมีปัญหาเรื่องกลิ่น)
  3. 18 points
    ยาว 13 เซนติเมตร รอบวง 12 เซนติเมตร ขนาดนี้พอได้ปะครับ แล้วใส่ถุงยางไซส์ไหนครับ หมายเหตุ : ขริบประมาณ 10 ปีที่แล้ว
  4. 16 points
    อายุ 24 ครับ 16 ซม. x 13ซม. เวลาแข็งตัวน้องจะโค้งขึ้นค่อนข้างเยอะ ไม่ทราบว่าเกี่ยวกับเวลาเก็บน้องหรือเปล่าครับ แล้วถ้าเปลี่ยนไปเก็บน้องลง ความโค้งจะลดลงไหมครับ ขอบคุณครับ
  5. 12 points
    อายุ 25 แล้วครับ ไม่มั่นใจว่าขนาดนี้เล็กไปมั้ยครับ ไม่เคยเห็นของเพื่อนคนอื่นเค้า
  6. 11 points
    สวัสดีอีกรอบครับ เพื่อนๆ พี่ ๆ น้อง ๆ ในบอร์ดทุกคนนะครับ สืบเนื่องจากกระทู้ ที่วันก่อนผมเปิดรับบริจาคช่วยเหลือค่า server และค่าเช่า host ครับ ก็มีเพื่อน ๆ หลายคนเข้ามาช่วยเหลือกันเป็นอย่างดี ปีนี้ได้มา 11 คน จากยอด 12 คน ก็ขอบคุณทุกๆท่านมากๆนะครับ เงินส่วนนี้ ผมก็ได้โอนไปจ่ายเค้าละ ไม่ได้เก็บไว้เองแต่อย่างใด ก็ผ่านไปอีกปีละครับ วันนี้ผมก็จะมาแจ้งปรับปรุงบอร์ดนิดหน่อยนะครับ (ไม่ใช่ได้เงินแล้วหนีนะ อย่าคิดมาก) คือเรื่องนี้เป็นสิ่งที่ผมคิดไว้มาซักระยะนึงแล้ว และได้รับคำแนะนำจากเพื่อน ๆ พี่ ๆ หลายๆคนมาเหมือนกัน คืออย่างที่ทุกคนรู้กันนะครับ คือบอรดสาลิกาเนี่ย ผมตั้งใจทำมาเพื่อเป็นช่องทาง ในการแนะนำให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องการดูแล และตอบคำถามเกี่ยวกับอวัยวะของผู้ชายโดยเฉพาะ ซึ่งปัจจุบันเนี่ยการที่จะไปหาหมอแผนกนี้ หลายคนก็ยังเขินอยู่ หรือไม่รู้จะไปหาคำตอบจากที่ไหน ผมก็เลยทำบอรดนี้ขึ้นมา ซึ่งเจตนานี้ก็ยังเป็นอย่างนั้นอยู่ ตั้งแต่สมัยทำบอรดยิ้มหวานละ (10ปีนิดๆ) จนตอนนี้ลูกสาว 6 ขวบละครับ สิ่งนึงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เลย คือพอทำบอรดจู๋ มันก็ต้องมีรูปจู๋ เป็นธรรมดา และเราก็ย้ำอยู่เสมอว่าอยากให้ลงแต่พอให้ถามได้ และเจตนาเพื่อการศึกษาจริง ๆ เท่านั้น เพื่อไม่ให้บอรดเราถูกเพ่งเล็งเป็นบอรดเฉพาะกลุ่มมากเกินไป ทีนี้ปัญหากับจู๋ก็มีไม่กี่อย่างหรอกครับ ก็เรื่องขริบ เรื่องผื่น เรื่องแผล เรื่องขนาด เรื่องแข็ง มันก็อยู่แค่นี้แหละ ผมก็เลยแบ่งออกเป็น 3 ห้องขึ้นมา จะได้ง่ายต่อการหาคำตอบ แต่ระยะหลัง พอบอรดมันโตมาก ก็มีหลายคนเข้ามา หลายๆเจตนา ซึ่งผมเองก็ไม่เคยปิดกั้นอะไร แต่ก็เริ่มได้รับคำเตือนมาบ้างจากพี่ๆหลายๆท่าน ว่าบางอย่างมันชักจะมากไป ชักจะเลยเถิดเกินบอรดความรู้แล้ว ก็เลยต้องขอปรับปรุงบอรด์นิด เพื่อความอยู่รอด ไม่ถูกทางการปิดหรือ ICT มาเชิญไปพบนะครับ ที่ชัดๆ คือ 1.ห้องปัญหา ก็อยากให้โพสปัญหาจริง ๆ เช่นผื่น แผล ก้อน แข็ง ไรงี้ ประเภทถามประสบการณ์หรือความรู้สึกอะไรนี่อยากขอความร่วมมือลดๆลงหน่อย ซึ่งหลายๆอันดูก็รู้หละครับว่าจะสื่ออะไร เพียงแต่ถ้าไม่มากไปผมก็ปล่อยผ่าน แต่ต่อไปจะขอเข้มงวดมากขึ้นนะครับ ถ้าคิดว่าเยอะไปหรือมากไป ขออนุญาตลบเลยนะครับ 2.ห้องขนาด อันนี้ก็เหมือนกัน ก่อนหน้านี้ทุกคนก็โพสกันเต็มที่ ปล่อยของปล่อยแสงกัน จนตอนหลังก็ต้องเปลี่ยนให้โพสตอนวัดพอ แต่ก็เกิดปัญหามาอีก คือโพส 2 รูป มีมาแซ่ซ้องสรรเสริญกัน 3 หน้างี้ ก็ขออนุญาตเปลี่ยนเป็นถ้าจะโพส ขอคนละ 2 รูปพอนะครับ พร้อมสายวัด และขอปิดคอมเมนต์ คือใครจะชมจะทัก ขออนุญาตไปคุยกันเองหลังไมค์นะครับ 3.ดิสเพลย์ ขอความร่วมมือใช้รูปสุภาพนิดครับ 4.หลีกเลี่ยงการโพสยั่วยุ หรือทะเลาะ คือไปคุยกันหลังไมคเอง เพื่อน ๆ กันทั้งนั้น แต่อย่ามาทะเลาะหน้าไมค์ครับ ช่วยรักษาบรรยากาศชุมชนนิด ซึ่งการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดนี้ เจตนาเดียวก็คือเพื่อให้บอร์ดมันอยู่รอดและไปต่อได้ครับ ผมไม่ได้สร้างภาพหรือทำตัวเป็นคนดีอะไร หลายๆคนก็คุยกันกับผมหลังไมค์เฮฮาบ้าบอ ภาพก็ดูก็แซวกันปกติ แต่อย่างน้อยอยากให้บอร์ดมันปลอดภัยและคงไว้ซึ่งเจตนาเดิมนะครับ ก็ขอแจ้งและกราบขอโทษเพื่อนๆ หลายๆคน หากไม่สบายใจนะครับ แต่ผมรักบอร์ดนี้จริง ๆ และอยากให้มันยังเหลือเป็นบอร์ดสาระต่อไปครับ หรือใครมีข้อแนะนำเพิ่มเติมก็คุยกันได้นะครับ ขอบคุณครับ
  7. 11 points
    ก็ผ่านปีใหม่อีกปีแล้วครับ เข้าสู่ปีที่ 11 ของบอร์ดเรา และสมาชิกเข้าหลักหมื่นกว่าๆแล้ว ดีใจมากๆ เลยครับ ที่มันอยู่มาได้นานขนาดนี้ (และยังไม่ได้กลายพันธุ์ไปเป็นบอร์ดอย่างอื่น) ก็ต้องขอบคุณเพื่อน ๆ พี่ ๆ น้องๆ ทุกคนนะครับที่เข้ามาคอยช่วยกันดูแลบอรดและทำให้ชุมชนเราอบอุ่นครับ ตอนนี้ผมเองก็ยังเข้ามาตอบกระทู้เรื่อย ๆ (รวม ๆ ไว้มาตอบทีเดียว เหมือนแต่ไหนแต่ไร) ซึ่งนอกจากบอรด์นี้แล้ว ก็ยังมีเพจ sarikahappymen และทาง line Dr-sarika ซึ่งก็แล้วแต่ใครจะสะดวกช่องทางไหนครับ (ตอนนี้ก็ดังนิด ได้ออกสัมภาษณ์เรื่องคลิปหลุดสายป่านกับเลเซอร์จู๋ขาวด้วย) วันนี้ก็มีเรื่องมารบกวนเพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ อีกนิดนึงครับ คือเมื่อปีที่แล้ว ที่เคยขอบริจาคเงินเพื่อจ่ายค่าเช่าโฮสกับโดเมน ซึ่งก็ได้รับความช่วยเหลือจากเพื่อน ๆ เป็นอย่างดี ตอนนี้ก็ครบปีแล้ว ก็เลยอยากจะรบกวนเพื่อน ๆ พี่ๆ กันอีกรอบครับ ซึ่งยอดปีนี้ เนื่องจากข้อมูลเยอะขึ้น เราก็เช่าพื้นที่เก็บเพิ่มเป็น 20Gb แล้ว รวมกับค่าเช่า เบ็ดเสร็จเป็นเงิน 2400 บาทครับ คือจริง ๆ เงินมันก็ดูไม่เยอะ แต่ถ้ามองว่าเวปนี้มันมีประโยชน์ ก็อยากให้หลายๆคนเข้ามามีส่วนร่วมในค่าใช้จ่ายตรงนี้ ซึ่งผมเองที่คิดไว้ตอนแรกตั้งแต่ทำยิ้มหวานก็คือไม่อยากมีสปอนเซอร์ เพราะอยากให้มันเป็นศูนย์กลางการให้ข้อมูลแบบเป็นกลางจริง ๆ ครับ เลยไม่ขอไปยังอาหารเสริม คลีนิก รพ.สารพัด (มีมาติดต่อเยอะนะ) แต่อยากให้เพื่อน ๆ ที่เข้ามาในนี้เป็นผู้ร่วมบริจาคกันมากกว่า ก็เหมือนเดิมคือ คือขอแค่คนละ 200 บาท 12 คนพอ แล้วปิดรับทันที ไว้ปีหน้าค่อยว่ากันใหม่อีกทีครับ แต่ก็คือเป็นการรับบริจาคนะครับ ใครไม่สะดวกก็ไม่ว่ากัน หรือใครบริจาคผมก็คงไม่มีอะไรให้เป็นพิเศษ เพราะยังไงทุกคนก็เป็นเพื่อน พี่ น้องกันเหมือนเดิม ยังเข้าดูทุกกระทู้ได้เหมือนเดิม ไม่มีกลุ่มลับอัพเว่อรอะไรเป็นพิเศษครับ ก็เลยแจ้งไว้ก่อนครับ ก็อาจแค่ขึ้นสัญลักษณ์ไว้หน้าชื่อว่าเป็นผู้ร่วม donor แค่นั้นครับ ก็รบกวนเพื่อน ๆ พี่ ๆ นะครับ แต่ถึงไม่ได้ก็ไม่ว่ากัน เพราะไงผมก็จ่ายไปแล้ว 55 มันถึงกลับมาเข้าได้ ถ้าใครสนใจก็ไลน์มาขอเบอร์บัญชีที่ dr-sarika นะครับ ขอบคุณครับ ปล.เรื่องเดิมๆ อยากขอความร่วมมือกันนิดนะครับ คือบอรด์นี้เจตนาทำมาเพื่อให้ความรู้ สาระ เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพทางเพศ ก็ยังอยากจะขอให้ทุกๆคน ช่วยกันรักษาบรรยากาศและคอนเซปตเพื่อวิชาการแบบนี้ต่อไปนะครับ จะไปคุยกันยังไง หลังไมค์ อินบ๊อกอะไร อันนี้แล้วแต่ละคนเลย แต่หน้าบอรด์อยากให้มันเรียบร้อยหน่อย อย่าปล่อยของปล่อยแสงมาก พวกเราอยู่กันมานานแล้ว ก็อยากให้มันยังเป็นบอรด์วิชาการต่อไปครับ หากใครเห็นกระทู้หรือภาพไม่เหมาะสมอะไร แจ้งให้ผมลบได้เลยนะครับ เพราะบางที 3-4 วันผมเข้ามาที อาจไม่ทัน แต่ยืนยันจะพยายามทำบอรด์นี้ต่อไปให้ดีและนานที่สุดครับ สวัสดีปีใหม่ครับ
  8. 11 points
    ส่งการบ้านครับ ไม่แน่ใจว่าใหญ่มั้ย
  9. 11 points
    อายุ 23 สูง 177 หนัก 62 ขนาดประมาณถือว่าโอเคไหมครับ รอบวง 12 ซ.ม. ยาว 14.5 ซ.ม. แล้ว ถุงยางควรใส่ไซต์ไหนดีครับ
  10. 11 points
    อายุ 23 สูง 177 หนัก 66 ยาว 14.5 รอบวง 14 ของผมเอียงซ้าย แถมตื่นกล้องด้วยพอจะถ่ายอ่อนตลอดกว่าจะถ่ายได้ 555
  11. 10 points
    ขอโชว์ผลงานผ่านไป 15 วันจากการขริบที่โรงพยาบาลพระราม 9 นะครับ ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าหมอผ่าตัดยังไง แต่ว่าผมไม่มีอาการบวม ไม่เจ็บเลย ผมเลิกพันผ้าตั้งแต่วันที่ 2 แต่ทายาโคจีตีนที่หมอให้มาใช้ป้ายแผลจนครบ 15 วัน (อ่อ ผมเริ่มให้จู๋โดนน้ำหลังผ่านไป 6 วัน) และเมื่อวานนี้ก็กลับไปหาหมอเพื่อ follow up อีกครั้ง หมอก็บอกว่าแผลหายแล้วกว่า 90% ครับ ซึ่งถ้าดูตรงรอยเย็บ จะเห็นว่าไหมหลุดหมดแล้ว แต่คงใช้เวลาอีกซักพักในการสมานแผลให้ดีกว่านี้ครับ ส่วนทางใต้ลำ หมอไม่ได้ตัดเส้นสองสลึงออกหมด แต่แผลก็สมานดีเรียบร้อยครับ สรุปโดยรวมพอใจกับการตัดสินใจขริบครั้งนี้เอามากๆ เพราะว่ามันไม่เจ็บ ไม่ทรมานอะไรเหมือนที่คิดเลยครับ และเพียงแค่ 15 วันก็ออกมาหล่อมาก แต่ว่าจะทิ้งไว้ซักพักก่อนจะใช้งานครับ ใครอยากอ่านประสบการณ์ที่ผมไปทำว่าเป็นยังไง ลองคลิกจาก Link ได้เลยครับ หรือจะส่งข้อความมาถามก็ได้ ยินดีแบ่งปันประสบการณ์ครับ
  12. 10 points
    ไม่แน่ใจว่าวัดถูกมั้ย ประมาณนี้ และเอียงซ้ายหน่อยๆ ปล.ไม่ได้ขริบ
  13. 10 points
  14. 10 points
    ก่อนอื่นผมขอบอกว่าไม่เคยคิดจะขริบ เป็นคนที่หนังหุ้มปลายเปิดได้ และเปิดค้างไว้มาเกือบ 15 ปี (ตอนนี้อายุ 40 กว่าแล้วครับ) เลยทำให้หัวแห้งไม่มีปัญหาอะไร แต่จู่ๆ เมื่อช่วงต้นเดือนผมไปญี่ปุ่นอากาศหนาวมากและไปแช่ออนเซ็น หลังจากนั้นเหมือนหนังหุ้มเริ่มแสบๆ พอกลับมาเมืองไทยเลยตัดสินใจไปหาหมอที่โรงพยาบาลพระราม 9 โดยหมอก็ให้ยามากินและทา ซึ่งหมอก็บอกว่าด้วยความที่ผมน้ำตาลเริ่มสูงเกรงว่าในอนาคตจะเป็นเบาหวานถ้าเป็นแผลตรงหนังหุ้มอาจจะไม่ดี หมอเลยบอกว่าวิธีการป้องกันถาวรคือการขริบ ซึ่งผมก็กลับไปนอนคิดอยู่หลายวัน แม้ว่าทายาที่หมอให้สามวันก็หาย แต่คิดไปคิดมาเลยกลับไปคุยกับหมออีกรอบ บอกว่าขริบก็ขริบเพื่อป้องกันปัญหาในอนาคต เนื่องจากการไปพบแพทย์ของผมใช้ประกันสุขภาพบริษัทรวมถึงประกันสุขภาพส่วนตัว แต่คุณหมอยังไม่คอนเฟิร์มว่าประกันจะจ่ายหรือไม่ เพียงแต่ให้พยาบาลแจ้งราคามาว่าประมาณ 14,000 - 15,000 บาท ซึ่งผมบอกว่าจ่ายเองได้ไม่มีปัญหา (เพราะเห็นโรงพยาบาลมี Promotion ผ่อน 0% กับบัตรเครดิต) ผมเลยถามว่าเจ็บแค่ไหนอย่างไร หมอบอกว่าเจ็บแค่ครั้งเดียวตอนฉีดยาชา จากนั้นก็จะแค่แสบๆ เหมือนแผลถลอก ซึ่งผมก็หวั่นๆ เพราะอ่านประสบการณ์ของแต่ละท่านที่นี่แล้ว ก็ดูน่ากลัวไม่ใช่น้อย แต่ก็เอาไงเอากัน นัดวันรุ่งขึ้น 9.00 น. เพราะการขริบในโรงพยาบาลต้องใช้ห้องผ่าตัด จึงต้องมีการเตรียมห้องและอุปกรณ์ วันรุ่งขึ้นผมมาถึงโรงพยาบาลก่อนเวลานัดประมาณครึ่งชั่วโมง เซ็นต์เอกสารยินยอม และมีการแจ้งจากทางโรงพยาบาลว่าประกันกลุ่มของออฟฟิศจ่ายให้ทั้งหมดเลยสบายไป จากนั้นก็พาขึ้นไปห้องผ่าตัด ถอดเสื้อผ้าออกหมดเปลี่ยนเป็นชุดเสื้อคลุม นั่งรอเจ้าหน้าที่ทำเอกสารแป๊บนึงก็พาเข้าไปในห้องผ่าตัด ซึ่งบอกตรงๆ ว่าเป็นครั้งแรกที่เข้ามาในห้องผ่าตัดในฐานะคนไข้ พยาบาลเชิญนอนบนเตียง มีสายวัดความดัน วัดออกซิเจนในเลือด มีสายล็อกตัวและขาไว้กันตกเตียง จากนั้นก็เอาผ้าเขียวๆ มาคลุมตัวผม นำเหล็กฉากมาพาดบนเตียงแล้วเอาผ้ามาวางเพื่อกั้นกลางหน้าอกผมซึ่งจะทำให้ไม่เห็นว่าข้างล่างทำอะไร จากนั้นพยาบาลก็ขอทำความสะอาดอวัยวะ ไม่ได้มีการโกนขนแต่อย่างใด เวลา 9 นาฬิกาตรง คุณหมอก็เข้ามา คุยกันนิดหน่อย หมอก็บอกว่าเอาละนะ จะเจ็บนิดหน่อยแค่ตอนฉีดยาชารอบโคน เท่าที่จำได้ก็หลายเข็ม แต่ซักพักตรงนั้นก็ไม่รู้สึกอะไรแล้ว ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าหมอใช้กรรไกรหรืออะไรผ่า แต่เสียงที่ได้ยินเหมือนเป็นไฟฟ้าดัง ฟู่ๆ แล้วก็ได้กลิ่นหนังไหม้ หมอทำไปซักพักเสียงฟู่ๆ ก็หายไปก็คิดว่าน่าจะตัดเสร็จแล้ว จากนั้นก็ถึงขั้นตอนเย็บ ซึ่งปรากฎว่าสองเข็มสุดท้ายยาชาใกล้หมด ก็สัมผัสได้ถึงความเจ็บจี๊ดๆ ทีเดียว แล้วหมอกับพยาบาลก็ช่วยกันพันแผล ห้ามเลือด บอกว่าอย่าแกะผ้าพันแผลนะ พรุ่งนี้ค่อยมาทำแผล แล้วอีกวันค่อยมาหาหมอ 9 โมงครึ่งการผ่าตัดเป็นอันเสร็จ ผมแค่ปวดหน่วงๆ นิดๆ ตรงที่ผ่าตัดแต่ก็เดินได้ตามปกติ กลับมาเปลี่ยนชุดใส่เสื้อผ้าชุดที่ใส่มา พยาบาลยื่นเอกสารให้ลงไปเซ็นต์เอกสารประกันและรับยา ก็เดินได้ไม่มีอาการปวดใดๆ แต่ระหว่างนั่งรอเรียกก็รู้สึกปวดตุบๆ นิดๆ เหมือนยาชาเริ่มหมดฤทธิ์ ก็ชักกังวลเหมือนกันว่าจะปวดแค่ไหนเพราะบ่ายนั้นมีงานอีกมากมายที่ต้องทำแต่หมอบอกไว้ว่าใช้ชีวิตได้ตามปกติเพียงแค่ไม่โดนน้ำ 7 วัน ซึ่งพอรับยาเสร็จก็มีทั้งยากินฆ่าเชื้อที่ต้องกินให้หมด ยาทาแผล และยาแก้ปวด รวมทั้งใบเสร็จราคา 14,136 บาทที่ไม่ต้องจ่ายอะไรซักบาท เมื่อได้รับยาเลยตัดสินใจกินยาแก้ปวดไปทันที 2 เม็ด จากนั้นก็ขับรถไปทำงานทันที พอถึงออฟฟิศก็ปวดฉี่ เลยต้องนั่งฉี่แล้วเห็นสภาพที่พันแผลมาแล้วก็ไม่กล้าคิดว่าข้างในจะเป็นยังไง ตลอดทั้งบ่ายถึง 4 ทุ่มกว่า ผมทำงานตลอด ก็ไม่ได้รู้สึกเจ็บอะไร ปวดตึงๆ แต่ก็น้อยมาก ยังหัวเราะ เดินไปเดินมาได้ตามปกติ มีปัญหาอย่างเดียวคือตอนฉี่ ที่ต้องไปนั่งฉี่แล้วตัดขวดยาคูลท์มารองไว้ตรงหัวกันผ้าก๊อซเปียก ซึ่งครั้งแรกๆ คุมไม่ได้จริงๆ ผ้าก๊อซเปียกไปหมดก็กังวล โทร.กลับไปโรงพยาบาล ก็บอกว่าไม่เป็นไรพรุ่งนี้แค่มาทำแผล สรุปว่าวันนั้นก็ใช้ชีวิตตามปกติ กินยาฆ่าเชื้อตามที่หมอสั่ง นอนก็หลับดี แล้วก็ลุ้นว่าวันรุ่งขึ้นตอนไปทำแผลจะเป็นยังไง ซึ่งอีกวันก็ไปถึงโรงพยาบาลช่วงสายๆ มีบุรุษพยาบาล 2 คนมาช่วยทำแผล เจ็บบบบ ที่เจ็บนี่คือการลอกเทปกาวที่ติดกับขนและอัณฑะออก แต่แผลไม่เจ็บอะไร บุรุษพยาบาลก็ล้างแผลและพันแผลให้น้อยกว่าเดิม เปิดให้หัวโผล่ออกมาเพื่อฉี่ได้ง่ายขึ้น วันที่สองผมสบายตัวขึ้น ฉี่เปียกผ้าก๊อซน้อยลง ยังนั่งฉี่อยู่เพราะกลัวจะเลอะเทอะ แต่การใช้ชีวิตไม่รู้สึกเลยว่าไปขริบมา ไม่มีอาการเจ็บ ปวด อย่างใดแม้แต่น้อย พอครบ 2 วันจึงไปหาหมอตามนัด หมอบอกว่าแผลดีมาก ไม่บวม ไม่มีอะไร ล้างแผล ใส่เบตาดีน ทาขี้ผึ้งแล้วก็ไม่ต้องปิดแผลละ จะได้แห้งเร็วๆ ครับ 2 วันเท่านั้นที่ผมไม่ต้องพันแผลอีกต่อไป และผมก็กลับมายืนฉี่ได้ตามปกติ หมอบอกว่าแผลดูดี อีก 2 อาทิตย์ค่อยมาเจอกัน สรุปแล้วว่าแผลผมหายเร็ว ไม่เจ็บ ที่จะเยินนิดหน่อยคือตรงสองสลึงแต่ก็ไม่ได้เจ็บอะไร ถ้ารู้ว่าขริบไม่เจ็บแบบนี้ ทำมานานแล้วครับ !! ไว้จะค่อยๆ มา update เป็นระยะๆ นะครับ มีอะไรถามได้เลยครับ
  15. 9 points
    ใจร่มๆ ครับ ที่เห็นตามหน้าบอรด หรือตามเวปต่างๆ คนลงเค้าก็ต้องมั่นใจตัวเองระดับนึงแล้วหละครับ ถึงกล้าลง ฉะนั้นที่เราเห็นตามทวิตเตอร์มั่ง เวปมั่งไรงี้ เลยมีแต่ขีปอาวุธทั้งนั้น แต่ไม่ใช่คนกลุ่มใหญ่แน่นอน ที่ฟันธงได้ ก็เพราะหลังไมค์ที่ผมเก็บ ส่วนใหญ่ที่ส่งมาก็ไม่ต่างกันมากหรอกครับ และเป็นคนส่วนใหญ่ด้วย ที่ส่งมาก็ 11-12 เซนต์ไล่ๆกันทั้งนั้น ฉะนั้นสบายใจได้เลย ว่าไม่ได้มีหกเจ็ดนิ้วเดินกันเกลื่อนประเทศหรอกครับ อีกอย่างจู๋มันก็เป็นอวัยวะๆนึง เหมือนแขน ขา หน้า ผม มันก็มีต่างกันในแต่ละคน มีตาตี่ตาโต จมูกโด่งจมูกแบน ข้อมือเล็กข้อมือใหญ่ เพียงแต่เราไปให้ความสำคัญจู๋มันมากกว่าส่วนอื่นเฉยๆ ใหญ่ๆ ก็มีไว้ให้ตื่นตาตื่นใจจริงครับ แต่พอใช้งานแล้วไซส์ไหนก็ใช้ได้ครับ
  16. 8 points
    ไม่รู้วัดถูกไหม ของผมโค้งลงด้วย
  17. 8 points
  18. 8 points
    ผมเคยเป็นคนชอบกระแทกหม้อแรงๆ ถี่ๆ เพราะคิดว่าหญิงชอบ แต่มีวันนึง เห็นคลิปนึง ตัวพระเอกทำเนิบๆ ช้าๆ แต่เข้าสุด ออกสุด แถมเล้าโลมไปด้วย เช่นจูบปาก ไซ้คอ ดูดนม หรือแม้กระทั่งใช้นิ้วบี้ clitoris เบาๆ เชื่อมั้ยครับ คู่นอนผมเสร็จเยอะกว่าที่เคย กว่าที่ผมกระแทกแรงๆ ทำแรงๆ แถมเราจะได้รับรู้ถึงแรงบีบรัดของช่องคลอดด้วยครับ ยิ่งเพิ่มความเสียว มันตอดตุ๊บๆเลย ลองดูกันครับ เพื่อนๆ มัน work มากๆ ทำเนิบๆ เข้าสุด ออกสุด อย่าเร่งจังหวะ ถ้าอยากเร่ง เร่งตอนใกล้เสร็จครั้งเดียวพอ ลองดูครับ ลองดู
  19. 7 points
    วันนี้ขริบมา เป็นวันที่ 7 ครับ ใกล้จะได้อาบน้ำ และได้ทำแผลเองแล้วครับ แผลเริ่มดีขึ้น จะมารีวิวอีกนะครับ
  20. 7 points
    @บางกะปิคลินิก แววหล่อมาแล้ว555 ตัดสินใจแล้วทำกันเลยครับ
  21. 7 points
    เอามาให้ดู วันนี้ตัดสินใจมาขริบ สำนักบางกะปิครับ คุณหมอใจดีมาก เพิ่มเติม รูปก่อนทำครับ เปิดแผลวันแรกครับ 18/01/61 แผลออกมาดูดีเลย
  22. 7 points
    เปิดแผลครั้งที่ 2 คับ
  23. 7 points
    ไม่รู้ว่าพอสู้เพื่อนๆได้มั้ย? แต่ว่าคงได้มาตรฐานชายไทยอยู่มั้งครับเพราะที่ส่งมามีแต่ใหญ่ๆทั้งนั้นเลยครับ ปล.ผมยังไม่ได้ขริบครับ
  24. 7 points
    ตามภาพครับ ยาว 17 ซม. เอ้าฮึบบบ พยายามกลั้นใจให้มันมีความคงที่
  25. 7 points
    ตัดสินใจทำซักทีครับ 08/01/61ที่บางกะปิ ใจเต้นตูมตามตั้งแต่ออกเดินทาง(จากแถว ม.เกษตร)ยิ่งใกล้ยิ่งอยากกลับแต่ไม่ได้ไม่ยอมอีกต่อไปแล้ว พี่บุรุษพยาบาลสุดยอดสมคำล่ำลือ ใจดีมากๆ ให้กำลังใจตลอด รีวิวรูปภาพเลยแล้วกันนะครับ ทำแผลกับทางคลินิควันที่ 2 ครับ ครั้งที่ 3 นัดวันพฤหัส หลังทำแผลจะมารีวิวอีกครั้งครับ ค่าใช้จ่าย 5,500 บาทครับ
  26. 7 points
    หน้าไมค์เลยครับตั้งกระทู้ซะขนาดนี้แล้ว ตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 (นิ้ว) ก็ต้อง 10x10 ซม. มาตรฐานชายไทย (อ่ะนะ) ลีลาสำคัญกว่าขนาดครับ
  27. 7 points
    พอประมาณครับ อายุ อีก 2ปี 30 ครับ ร่วมโปรเจ็คคุณหมอครับ ขริบแต่มัธยมต้นครับ ผลงานยันฮี
  28. 7 points
    เคยแลกกันดูกับเพื่อน ๆ ยังไม่มีใครใหญ่กว่าผมเลย คนที่เห็นต่างบอกเหมือนกันหมดว่าผมตัวเล็ก แต่จู๋ใหญ่ ผมคิดว่าเป็นเพราะผมขริบตั้งแต่เด็ก ๆ เลยขยายได้แบบไม่มีหนังหุ้มกั้นบัง(เกี่ยวมั้ย) และช่วงอายุ 15-17 ผมช่วยตัวเองทุกวันเลย พออายุ 18 ปีก็ช่วยตัวเองวันเว้นวันบ้าง เดือนที่ผ่านมาผมอดทนไม่ช่วยตัวเองได้ตั้ง 7 วัน ด้วยเหตุนี้ เลยเอามาถามพี่ ๆ ในบอร์ดครับว่าผมใหญ่มากมั้ย ยาว 15 ซม. รอบวง 13 ซม. เผือมีคนถามเรื่องขริปนะครับ
  29. 7 points
    คือปกติ ผมก็รูดได้สุดนะครับ แต่พออ่อนตัว หนังก็จะเยอะหน่อย เลยคิดว่าจะขริบ เพราะทำความสะอาดง่าย #แอบอายขนาดของตัวเอง
  30. 7 points
  31. 7 points
    คนที่แพ้ก็ต้องดูแลตัวเอง,,ยาวหน่อยนะครับ หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับผู้อ่านนะครับ สวัสดีครับ ผมอายุ 26 ปี ขริบมาได้สองอาทิตย์กว่าแล้วครับ ตอนนี้แผลก็ใกล้แห้งสนิท แต่ยังคงมีอาการบวมอยู่ จึงอยากจะมารีวิวการขริบ ในแบบฉบับที่ต้องดูแลตัวเองคนเดียว เพื่อเป็นแนวทางสำหรับศิษย์น้องที่มีแผนที่จะทำการขริบและมีความจำเป็นที่จะต้องดูแลด้วยตัวเองคนเดียวนะครับ ผมรู้ตัวว่าตัวเองมีปัญากับเจ้าน้องชายผมตั้งแต่สมัยเรียนแล้วครับ เนื่องจากเป็นคนที่หนังหุ้มปลายเยอะมากและเส้นสองสลิงสั้นและหนาทำให้เวลาแข็งตัวนั้นไม่สามารถรูดหนังหุ้มปลายมาได้หมด แต่ด้วยตอนนั้นมีความเขินอายไม่กล้าที่จะปรึกษากับพ่อแม่ครับ เลยปิดจบพับเก็บโครงการไป ตัดภาพมาที่่อายุ 26 ปีนะครับ ผมมีอาการของหนังหุ้มปลายอีกเสบคือหนังหุ้มปลายมีอาการบวมอยู่ด้านใน ปรึกษาเพื่อนผู้ชายที่เป็นหมอแล้วมันแนะนำว่า อย่างมึงเนี่ยควรจะขริบเพราะไอ่อาการหนังหุ้มปลายอักเสบเนี่ยถึงจะรักษาให้หายแล้วก็มีโอกาสเป็นได้อีกสำหรับคนที่ยังไม่ได้ขริบ ผมจึงตัดสินใจใช้โอกาสนี้ไปขริบมันซะเลย ผมหาข้อมูลไปน้อยมาก ตอนนั้นยังไม่รู้จักเว็บนี้ด้วยซ้ำ เปิดเจอกระทู้ในพันทัพกระทู้นึง สรุปใจความได้ว่า ไปขริบมาแล้วพักรักษาตัวไม่ถึงสามวันก็ไปทำงานได้แล้ว สิ่งที่ผมกังวลตอนนั้นคือเรื่องการลางานครับ ไม่อยากลาเยอะเกรงใจคนในทีม จากกระทู้นั้นมันทำให้ผมเข้าใจว่า เออมันก็ไม่ได้ร้ายแรงน่ากลัวอะไรและอีกอย่างเขาบอกด้วยว่าเจ็บแต่ก็ไม่ได้ถึงขั้นเจ็บแบบทนไม่ได้ ผมเลย เออ ลองดูก็ได้วะ เรียกได้ว่าข้อมูลไม่ได้ศึกษากันมาก่อนเลยทีเดียว555 จริงๆมันมีทั้งข้อดีและข้อเสียนะครับ ข้อดีคือจะทำให้คุณกล้าที่จะไปทำไม่ต้องคิดไรมากแบบผม ส่วนข้อเสียก็คือจะมีความลำบากยุ่งยากในการพักฟื้นแบบผมอีกเช่นกัน ผมโทรหาโรงพยาบาลเพื่อสอบถามข้อมูลตอนแรกยอมรับเลยว่าอายมากกกก แค่คุยในโทรศัพท์ยังอาย โรงพยาบาลประเมินราคามาให้ประมาณสองหมื่นไม่ต้องนอนโรงบาล ผมขออนุญาตบอกชื่อโรงบาลแล้วกันนะครับ คือ พญาไทศรีราชา หลังจากที่โทรคุยกับทางโรงบาลช่วงเช้า ช่วงบ่ายผมก็ไปโรงพยาบาล ชุดที่ผมใส่คือ กางเกงในแบบบิกินนี่, ร้องเท้าผ้าใบ, กางเกงขายาว และเสื้อยืดคอกลม ไม่มีการเอากางเกงใดๆไปเผื่อทั้งนั้น555 อันนี้คือความหายนะครั้งที่หนึ่ง ผมแนะนำนะครับ ควรใส่กางเกงที่มันไม่ต้องไปกดทับบริเวณเป้ามาก อาจจะใส่ขาสั้นเกงบอลก็ได้ หลังจากทำประวัติกับเวชระเบียบแล้ว จนกว่าจะเจอหมอเนี่ย แนะนำให้คุณทำใจไว้เลยว่าคุณจะต้องบอกว่ามาขริบไม่ต่ำกว่าสองคน ซึ่งบางคนก็โอเคไม่ได้ถามไรต่อ แต่บางคนก็ถามว่า ขริบที่ไหน? ทำให้เกิดคำถามในใจว่า เห้ยยย เราสามารถขริบที่อื่นได้ด้วยเหรอวะ555 หมอที่ผมได้ผ่านั้นเป็นหมอศิลกรรมนะครับ ไม่ได้เฉพาะทางศัลกรรมทางเดินปัสสาวะ แต่ก่อนทำก็ได้เฟิมละว่าทำได้ ผมก็ไม่ได้อะไรมาก ไม่ได้จะเจาะจงหมออยู่แล้ว ขอแค่ทำได้ก็พอ หลังจากพบหมอเรียบร้อย พยาบาลก็จะพาคุณไปฝากของโดยที่ต้องเอาสิ่งของมีค่าทุกอย่างมาแสดง ตรงนี้แนะนำว่า ไม่ต้องเอาไปเยอะก็ได้นะครับจะได้เร็วขึ้น ต่อจากนั้นก็เปลี่ยนชุด และเข้าห้องผ่าตัด พยาบาลก็จะขานชื่อว่าเรามาทำอะไร ตรงนี้ผมแนะนำว่า ให้บอกหมอไปเลยนะครับว่าอยากได้แบบไหน ของผมตอนนั้นยังไม่รู้ว่าขริบมันมีหลายแบบผมจึงไม่ได้บอกหมอไป บอกไปเพียงแต่ว่าเอาเส้นสองสลิงออกให้หน่อย จากนั้นหมอจะฉีดยาชา น้องชายจะรู้สึกชาๆ ในระหว่างที่ทำก็จะรู้สึกตึงๆเป็นบางครั้ง ได้ยินแต่เสียงนะครับ เพราะมีผ้าผิดตาอยู่ หมอบอกว่าถ้าเจ็บให้พูดออกมาดังๆ ของผมตอนทำไปจนใกล้จะเสร็จผมรู้สึกเจ็บหมอก็ฉีดยาชาไปให้อีก ตอนผ่าผมนอนเกร็งไปทั้งตัวมีน้ำตาซึมหน่อยๆ ผ่านไปน่าจะสองช่วงโมงได้ก็เสร็จ ผมเริ่มรู้สึกเจ็บตั้งแต่ตอนผ่าเสร็จได้แป๊บเดียว เหมือนร่างกายมันไม่ตอบสนองต่อยาชาหรืออย่างไรไม่รู้ ความรู้สึกแรกหลังผ่าเสร็จคือไม่อยากดูสภาพน้องชายเลย รู้สึกกลัวแบบบอกไม่ถูก จากนั้นพยาบาลจะพาไปเปลี่ยนชุดที่เป็นชุดลำลองที่ใส่มา และมาแนะนำการดูแลรักษาแผล อันนี้ความรู้สึกส่วนตัวนะครับ ผมว่าที่นี่ยังแนะนำยังไม่ค่อยโอเคเท่าไร หรือว่าความรู้เรื่องการดูแลรักษาแผลผ่าตัดผมน้อยเกินไปก็ไม่รู้ ถามซ้ำพยาบาลมีความเหวี่ยงด้วยนะครับ555 แต่หมอก็โอเคนะครับพูดจาดีโอเคอยู่ สรุปได้ใจความว่าไม่ต้องมาล้างแผลเจอกันอีกทีคือนัดดูแผล อีกอาทิตย์นึงเลย จากนั้นเขาก็จะมีรถเข็นพาไปเอาของที่ฝากไว้ เคลียร์ค่าใช้จ่ายและรับยา ความหายนะอย่างที่สองของผมคือ บริษัทประกันยังไม่ตอบกลับมาที่โรงบาลหรือมองในทางกลับกันคือโรงบาลยังไม่ส่งเรื่องให้บริษัทประกัน ณ ตอนนั้นคือไม่มีเรี่ยวแรงจะไฟท์กับใครทั้งนั้น ได้แต่นั่งรอๆ รอเกือบชั่วโมง แน่นอนความปวดมันเพิ่มมากขึ้น เดินยืนลุกนั่งทรมานมาก ผมได้แต่คิดในใจว่านี่เรามารักษาโรงบาลเอกชนจริงๆใช่ไหม ในระหว่างที่นั่งรอผมมีความรู้สึกว่า ทำไมเราต้องมาผ่าคนเดียว เจ็บขนาดนี้มึงจะดูแลตัวเองได้เหรอวะ เอาตรงๆเลยที่มาคนเดียวเพราะผมอายที่จะบอกคนอื่น แต่ ณ ตอนนั้นความเจ็บปวดมันบังตา ผมไม่อายแล้ว555 ผมไลน์บอกบอกน้องที่ทำงานว่า ถ้าเกิดไม่ไหวจะให้ชื้อข้าวเย็นมาให้หน่อย ตรงนี้แนะนำว่า ไม่ต้องอายหรอกครับถ้าคิดจะทำคือจะมาทำคนเดียวก็ได้แหละ แต่มันก็จะลำบากและทรมานมาก แนะนำว่าบอกญาติสนิทมิตรสหายให้พามาดีกว่าครับ หลังจากเคลียร์อะไรเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็เดินไปปั้มที่จอดรถ แนะนำว่าปั้มไปตั้งแต่ก่อนผ่าก็ได้สะดวกกว่ากันเยอะ โชคดีที่ผมได้ที่จอดไม่ไกลอยู่ใกล้ตัวอาคาร ใครที่เป็นคนพื้นที่จะรู้ดีกว่าพญาไทศรีราชานั้นมีที่จอดอีกที่คือด้านหลังต้องนั่งรถเวียนไป ตรงนี้แนะนำว่าพยายามหาที่จอดที่ใกล้ที่สุดที่สามารถหาได้ ผมขับรถแบบทรมารมาก จำได้ว่าตอนนั้นขับได้แค่ 60km/hr เพราะมันเจ็บเหยีบคันเร่งมากไม่ได้ ผมขับจากศรีราชามาหอพักที่นิคมอมตะนคร ระยะทางน่าจะ 30km ได้ คือคิดย้อนกลับไปแล้ว ก็ยังต้องบอกว่า มึงก็เก่งเนอะรอดมาได้!! แต่ให้ทำอีกผมไม่ทำแล้วนะครับ555 มาถึงห้อง ถอดกางเกงออก ผ้ากอตที่พันอยู่นั้นหลุดออกมาด้วย ผมนี่แทบเป็นลม คือมันบวมมาก ดูไม่น่าจะมีชีวิตรอด จากปกติมันประมาณนิ้วโป้ง แต่ตอนนี้มันบวมเท่ากับนิ้วชี้กลางนางรวมกัน มีเลือดซึมๆ ผมก็ไม่รู้จะทำไงต่อ อุปกรณ์ทำแผลอะไรก็ไม่ได้เตรียมตัวไว้เลย นึกได้ว่ามีสำลีแผ่นที่เอาไว้ซับหน้า ก็เลยใช้โป๊ะๆ แล้วเอาเทปใสพันไว้ก่อน แนะนำว่าให้เตรียมอุปกรณ์ทำแผลไว้เลยนะครับ มีผ้ากอต สำสีก้าน เทปขุ่นสำหรับทำแผล กรรไกร น้ำเกลือ และเบตาดีน อีกอย่างนึงครับแนะนำว่าให้โกนขนออกให้หมดจะสะดวกในการทำแผลมาก ตอนแรกผมเข้าใจว่าทางโรงบาลจะจัดการให้เลยไม่ได้โกนไปก่อน สุดท้ายผมก็ต้องเอากรรไกรมาตัดออกอยู่ดี ลำบากไปอีกครับ จากนั้นหลังที่จากที่ประเมินว่าอยู่คนเดียวไม่ได้ละ ผมจึงตัดสินใจบอกที่บ้านไปและบอกว่าเดี๋ยวพรุ่งนี้จะขับรถกลับบ้านที่ขอนแก่น แต่สรุปผมก็ไม่ได้กลับครับ เพราะคิดว่าคงขับรถไม่ไหวและรู้สึกคิดถูกมากที่ไม่ได้กลับ คุยกับที่บ้านเสร็จผมโทรหาเพื่อนสนิทที่เป็นผู้หญิงและมันเป็นหมอด้วย มันขำผมใหญ่เลยแล้วก็ด่าว่าทำไมไม่มาปรึกษามันก่อน555 นั่นสิถ้าผมปรึกษาเพื่อนคนนี้ก่อนผมคงไม่ไปทำแน่ๆ แต่สุดท้ายแล้วผมว่าผมรอดมาได้ก็เพราะมันนี่แหละ มันบอกให้ผมไปทำแผลที่โรงพยาบาลหรืออนามัยทุกวัน และบอกว่าอย่าให้โดนน้ำ คือตรงข้ามกับที่โรงพยาบาลแนะนำผมมาทุกอย่าง ช่วงนั้นเอ๊ะอ๊ะๆ ก็โทรหามันก่อนเลยครับ555 คืนนั้นผมต้มมาม่ากินแล้วนอนเลยครับ สำหรับผมผมใส่กางเกงในนอนนะครับ เพราะว่าผ้ากอตมันจะได้ไม่หลุด อันนี้ก็แล้วแต่คนนะครับ และคืนแรกก็มาถึง เอาจริงผมเพิ่งรู้เลยนะว่าตอนเราหลับเราก็จะแข็งตัวคือไม่ใช่เฉพาะตอนเช้า ตอนกลางคืนด้วย โอโหอย่างเจ็บ เจ็บจนตื่นอ่ะครับคืนแรกนี่ตื่นประมาณสี่ห้าครั้ง แนะนำว่านอนตัวงอเหมือนกุ้งจะช่วยได้ระดับนึง คือหดหู่มากได้แต่ภาวนะให้มันผ่านไปเร็วๆ วันแรกผมตื่นมาแล้วยังคงหดหู่ต่อไป แทบไม่อยากมองของตัวเอง555 จะลุกจะนั่งจะเดินลำบากไปหมด ทั้งปวดทั้งตึง เจ้าของกระทู้พันทิพนั้นมันต้องไม่ใช่คนแน่ๆ555 หลังจากล้างหน้าแปลงฟัน ผมก็หอบร่างพังๆ ค่อยๆเดินขับรถไปกินข้าว ตรงนี้แนะนำว่า ให้ซื้อข้าวกล่องในเซเว่นมาใส่ตู้เย็นเตรียมไว้เลยตั้งแต่ก่อนผ่า เช้ากลางวันและเย็น เพราะคุณจะเจ็บทุกครั้งที่ขยับตัว ตอนนั้้นผมก็ไม่เข้าใจว่าไหวได้ไง555 หลังจากกินเสร็จก็เลยจะไปทำแผลที่อนามัยแถวนั้น หลังจากโทรบอกว่าเนี่ยผมเพิ่งผ่าตัดมา มาทำแผลที่อนามัยได้ใช่ไหม เขาก็บอกว่าได้ แต่พอไปหาจริงๆพี่แกบอกว่า อยากให้ไปทำที่โรงพยาบาล ผมก็เลยโทรไปคอมเพลนเพื่อนว่าไหนบอกให้มาทำอนามัยไง เพื่อนบอกว่าเขาไม่กล้าทำให้ กลัวทำแผลผมติดเชื้อ ซึ่งดูจากสีหน้าคนที่ปฏิเสธผมก็ทำให้ผมรู้สึกแบบนั้นจริงๆ555 แนะนำว่าถ้าไม่ติดปัญหาเรื่องเงินและการเดินทางนั้นไปล้างแผลที่โรงพยาบาลเลยดีกว้าครับ ไม่ต้องมาอนามัยแบบผมเสียเที่ยวเสียเวลาเจ็บตัวอีก ผมเลือกไปทำแผลที่โรงพยาบาลที่หน้านิคม บอกชื่อเลยแล้วกัน รพ.วิภาราม อมตะนคร ไปถึงก็ทำประวัติ วัดความดัน แน่นอนคณต้องอธิบายอีกว่ามาทำไรอ่ะ หลังๆเริ่มไม่อายละก็บอกไปเลยว่ามาขริบ หลังๆผมเริ่มด้านชากับหมอกับพยาบาลละ ไม่ว่าจะผู้หญิงผู้ชายผมถอดกางเกงโชว์หมดจังหวะนั้นไม่สนใจไรละเพราะเจ็บมาก อยากให้มันผ่านไปเร็วๆ หลังจากที่ได้เจอหมอ ที่เป็นเฉพาะทางด้านศัลยกรรมทางเดินปัสสาวะ ผมถึงได้รู้ว่าการขริบนั้นมีหลายแบบ หมอคนนี้แนะนำดีมากๆเลย แนะนำไปถึงว่าประกันสังคมอยู่ที่ไหน จะได้แนะนำที่ทำแผลให้ราคาที่ถูกกว่าตอนนี้ หลังจากนั้นผมก็มาทำแผลที่นี่ทุกวัน จนครบเจ็ดวัน หมอพยาบาลก็เวียนหน้ามาไม่ซ้ำกัน เรื่องค่าใช้จ่ายจะอยู่ที่ 600-800 บาทต่อครั้ง ผมก็งงว่าทำไมแต่ละครั้งมันไม่เท่ากัน555 แผลผมค่อยๆดีขึ้นครั้บ แห้งเร็วและอาการบวมเริ่มลดลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อผ่านไปสามวัน ค่อยใจชื้นขึ้นมาหน่อย ช่วงสามวันนี้ผมไม่ทำอะไรเลยครับ นอกจากนอนและดูซีรี่ กินข้าว ล้างแผล ซื้อข้าวมาตุน ไปร้านขายยาซื้ออุปกรณ์ทำแผลเพิ่ม วนแบบนี้เป็นอาทิตย์ จนครั้งสุดท้ายหมอชมว่า แผลดี ผมนี่ปลื้มปริ่มมาก มันเหมือนเราทำได้555 คือต้องคอยทะนุถนอมมันอะครับ คอยฟูมฟัก น้ำก็ไม่ให้โดน ทำแผลทั้งทำเองและมาทำที่โรงพยาบาล ทำไปก็พูดกับมันไปครับ เหมือนรถน้ำต้นไม้ พ่อเหนื่อยแล้วนะลูกรีบๆหายได้แล้ว จะได้ไปทำมาหากิน เป็นตุเป็นตะไป ผมพูดเลยนะครับว่า ในชีวิต 26 ปีที่ผ่านมาผมผ่าตัดมาสามครั้ง ครั้งแรกผ่าไฝที่หน้า ครั้งที่สองไส้ติ่ง และครั้งนี้คือการขริบ ผมขอยกให้การขริบเป็นอะไรที่เจ็บ ทรมานและการพักฝื้นเป็นอะไรที่ยุ่งยากจริงๆครับ คุณลองนึกสภาพดูนะครับ จู่ของเราเนี่ย มันไม่ใช่วัตถุคงสภาพในความหมายคือ เวลาที่อากาศร้อนมันก็จะมีอีกขนาดนึง เวลาที่มีอากาศหนาวก็จะมีอีกขนาดนึง พันผ้ากอตไป เอะอะๆ เดี๋ยวหลุดๆ พันใหม่ๆ พันแล้วพันอีกอยู่นั่นแหละ555 นี่ยังไม่นับเวลาที่มันแข็งตัวอีกนะครับ โอโห และวันนัดดูแผลก็มาถึงครับ ผมตั้งใจว่าหลังจากไปให้หมอดูแผลเมื่อครบเจ็ดวันแล้ว ผมถึงจะไปทำงานครับ ผมจึงได้ทดลองใช้ชีวิตปกติ ด้วยการไปเดินห้างดูหนังในวันที่ 7 สรุปคือ มันยังไม่ปกติครับ ผมยังเจ็บอยู่ ดูหนังก็ไม่สนุกครับ ดูเรื่อง Wonder ปกติผมจะเป็นคนที่อินกับหนังแนวนี้อยู่แล้ว แต่วันนั้นไม่อินเลยครับ รอหนังจบจะได้รีบกลับหอ ตัดมาที่นัดดูแผล รอบนี้ผมได้จอดรถที่ด้านหลังแล้วนั่งรถเวียนไปครับ ไม่เป็นไรครับ รอบนี้โอเคขึ้นแล้วเดินได้555 ไปถึงครับ ผมยังเปิดแผลให้หมอดูไม่หมดเลยครับ เนื่องจากผ้ากอตมันติดแผลต้องค่อยๆดึงออกครับมันเจ็บ แนะนำว่าถ้าเป็นแบบนี้ให้เอาน้ำเกลือฉีดนะครับ ช่วยได้เยอะเลย ยังถอดออกไม่หมดเลย หมอบอกว่าแผลดี เดี๋ยวมันจะบวมแบบนี้ไปสักระยะ งั้นหมอไม่นัดแล้วนะ ทุกอย่างผ่านไปเร็วมาก555 พร้อมกับเสียเงินอีกประมาณ 600 บาทไทย555 รพ.นี่ดีจริงๆเลยครับ ผมแนะนำว่าไปทำที่อื่นเถอะนะครับ555 ทุกวันนี้ผมยังต้องพกผ้ากอตติดตัวไปตลอดอยู่นะครับ เนื่องจากยังมีเลือดและน้ำเหลืองอยู่บ้าง เวลาฉี่ก็จะนั่งฉี่ครับ แล้วใช้ผ้ากอตซับ แล้วใช้ผ้ากอตพันปลายแล้วใส่กางเกงในทับ นึกภาพออกไหมครับ เหมือนผู้หญิงเวลาใส่ผ้าอนามัย555 ผมขอสรุปนะครับ ขอเรียกร้องว่าการขริบควรให้นอนโรงพยาบาล555 ล้อเล้นนะครับ จะบอกว่าการพักฝื้นจะทำคนเดียวก็ได้ครับ แต่จะต้องมีการเตรียมตัวให้พร้อม อย่าเป็นแบบผมเลยครับ ก็ยังถือว่าตัวเองโชคดีมากที่แผลมันไม่ติดเชื้อ แต่ถ้าให้แนะนำจริงๆก็มีคนดูแลดีกว่านะครับ ผมขอก๊อปคำพูดของกระทู้นั้นมาปิดนะครับ ขริบมันก็เจ็บแหละแต่ไม่ได้เจ็บถึงขั้นว่าทนไม่ได้ ก็แน่สิ ไม่งั้นจะมาเขียนรีวิวอยู่ตอนนี้ได้ไง จริงไหมครับ?
  32. 6 points
    ผมเพิ่งไปขริบที่ รพ.ลำปาง มาคับ วันจันทร์ ที่ 8 มกราคม 2561 ผมอายุ 29 ปีนะคับ เนื่องจากว่าของผมหนังมันยาว แล้วมันก็ไปรัดรวมกันอยู่ตรงคออวัยวะ แล้วมันก็จะเปื่อยง่าย แล้วก็ฉีกขาดง่าย เจ็บๆ แสบๆ เวลาที่แข็งตัว ของผมตัดเส้นสลึงออกด้วยนะ ราคาเบ็ดเสร็จ 2,129 บาท คับ ใครมีสิทธิ์ 30 บาทก็สามารถใช้ได้นะคับ ตอนผ่าตัด คือแบบว่าหมอเก่า กำลังเทรนให้หมอใหม่ ก็เลยใช้เวลาค่อนข้างนาน พอยาชาเริ่มจะหมดฤทธิ์ ก็เริ่มเจ็บจี๊ดๆ แต่ก็ดีนะ ถือว่าผมเป็นประสบการณ์ใหม่ของหมอ 555 วันแรก ตกใจมาก เพราะเส้นสลึงมันจะมีเส้นเลือดอยู่ เค้าก็เย็บ แล้วก็ใช้ผ้าก็อตพันไว้ หมอเค้าก็บอกให้ผ่านไปหนึ่งวันแล้วค่อยแกะ แต่ผมกลับมาแกะดูเลย เลือดนี่พุ่งปี๊ดเลย หาผ้ามาซับแทบไม่ทัน รู้สึกตกใจมาก ก็เลยเอาผ้ามาพันไว้ กดแผลจนแน่น แล้วเอาเทปพันแน่นเลยเพื่อห้ามเลือด ก็โล่งใจไป วันที่สอง กะว่าจะกลับไปบอกหมอว่าเลือดไหล แต่พอดีมีธุระก็เลยยังไม่ได้ไป และก็ไม่ยุ่งกับแผลอีกเลย วันที่สาม ผ่านไปเกือบวันก็รู้สึกว่าแผลมันแห้งหมดแล้ว เลือดที่ผ้าก็แข็งๆแล้ว ตกเย็นก็เลยค่อยๆลองแกะออกอย่างช้าๆ เบาๆ ก็ไม่มีเลือดไหลแล้ว แต่มีซึมอยู่นิดๆ ก็เลยถ่ายรูปมาให้ดู ผ่านไป 9 วัน ของผมแผลแห้ง และเป็นสะเก็ดคับ ไหมก็หลุดเป็นบางอัน ผ่านไป 12 วัน วันนี้สะเก็ดแผลหลุด ส่วนอันที่ไม่หลุดก็เขี่ยอย่างเบาๆจนหลุดหมด และก็เอากรรไกรเล็กๆ ตัดปมไหมแล้วเอาแหนบดึงไหมออก จนหมดทุกอัน
  33. 6 points
    รอบวง 11 ซม ยาว 14.5 ซม ครับ ตกเกณไหมเนี่ย
  34. 6 points
    ไม่อายครับ ผมบอกเลย ถ้าไม่แข็ง ไม่มีทางเห็นครับ ลองเหลือบดูโถข้างๆดิ เพราะของเราตอนปกติ มันจะไม่เกินมือที่บังอ่ะครับ ตอนแรกผมก็แอบคิดว่า โถฉี่แบบเล็กๆ จะเห็นหำเรามั้ย ผมเลยลองเหลือบมองโถข้างๆ ปรากฎ ไม่เห็นครับ จากนั้นมา ผมก็สบายใจ เพราะพิสูจน์แล้ว มันเหมือนจะเห็น แต่ไม่เห็นครับ มากสุดคือเห็นปลายหัวและสายฉี่ นี่ขนาดยืนห่างโถนะครับ เพื่อนๆลองไปสังเกตได้ ผมท้าเลย ถ้าไม่แข็ง ไม่มีทางเห็นหำเราครับ และถ้าไม่ใช่เกย์ ผช ด้วยกัน เค้าจะรีบฉี่รีบเสร็จครับ อย่าอายเกินเหตุเลย โดยเฉพาะพวกยืนชิดโถ คือคุณไม่กลัวเชื้อโรคกระเด็นมาโดนหำคุณเหรอครับ แถมยังตลก เหมือนกลัวเกินเหตุ ปล. ถ้าฉี่ผมไม่ชอบเข้าห้องน้ำ เพราะห้องน้ำโถมันต่ำ บางที่ไม่ใช่ชักโครกเป็นยองๆ นั่นคือตัวกระเด็นโดนขาแข้งเราเป็นอย่างดี สกปรกมากๆครับ ชักโครกก็ไปเปื้อนตรงขอบอีก โถฉี่ดีสุดครับ และอย่างที่บอก ถ้าไม่แข็ง จะเห็นยากมากครับ ลองส่องดู ถ้าไม่เชื่อ … จะได้สบายใจเหมือนผม หรือถ้าเห็นจริง คนไม่รู้จักกัน เราควรอายเหรอครับ ? ฝากไว้ให้คิด ผมอ่ะ ถ้าอาย อายคนรู้จักมากกว่าอ่ะ
  35. 6 points
    ทุกคนครับ ถ้าไม่แตก ต้องจับหนังมาทับที่เส้นแล้วใช้มือขยี้ครับ รับรอง ขาเกร็งเลย ( ใครไม่แตกก็ทักข้อความมาปรึกษาได้ครับ ) ผมจะพยายามช่วยบอกให้ครับ Sent from my GT-I9500 using Tapatalk
  36. 5 points
    ส่งข้อมูล พี่หมอจะได้เก็บเป็นสถิติและวิจัยต่อไปครับ #อยากยาวกว่านี้ #อยากขริบแต่กลัวเข็มเสียวมีดครับ #ยิ่งดูรูปตอนขริบนี่..หดเลยครับ #ปกติก็เปิดล้างได้สบายเลยไม่ขริบครับ #ช่วยส่งการบ้านให้พี่หมอกันหน่อย #อย่าถามอายมั้ย #ไม่อายครับไม่มีใครเห็นหน้า #ขอบคุณหมอสำหรับเวปให้คำปรึกษาดีดีครับ
  37. 5 points
    หลายวันก่อนที่ผมตั้งกระทู้ สอบถามการขริบว่าเป็นยังไงกันบ้าง (ซึ่งผมมีความตั้งใจที่จะไปขริบอยู่แล้วแต่กล้าๆ กลัว) มาวันนี้หลังจากที่แผลเริ่มหายปวด หายบวม พอนั่งได้ เลยมาพิมพ์แชร์ประสบการณ์การขริบเมื่อวานครับ ผมขริบที่บางกะปิคลินิกเวชกรรม การขริบเป็นไปอย่างดีครับ หมอสอบถามความต้องการว่าขริบระดับไหน จู๋ผมมีลักษณะหัวเปิดแล้วแบบนี้ ทำแบบนี้ถึงจะดี ซึ่งก็ตรงกับที่ผมต้องการ ใช้เวลาขริบรวมแล้วเกือบชั่วโมง ระหว่างทำยอมรับว่าตื่นเต้น และกลัว เพราะเป็นการผ่าตัดครั้งแรกในชีวิต ระหว่างหมอกำลังทำงาน ผมเจ็บแค่ตอนฉีดยาชา 4 จุด นั้นแหละครับ ความตื่นเต้นทำเอาน้องชายตื่น อายคุณหมอกับพี่บุรุษพยายาบาลมาก ด้วยที่เราเป็นวัยรุ่น เขาก็เข้าใจครับ แถมยังให้กำลังใจระหว่างด้วยว่าการใช้งานยังเหมือนเดิม หนุ่มไม่ต้องกลัว ไม่มีอะไรที่น่ากังวล ทั้ง 2 พูดแบบนั้นระหว่างที่ขริบครับ (สงสัยรู้ว่าผมกลัว) ตอนขริบ ไม่เจ็บเลยนะครับ หมอทำงานเบามือมาก ขณะที่หมอทำผมรู้ว่าหมอกำลังตัด กรีด เย็บ แต่ไม่รู้สึกเจ็บเลย ออกแนวจะมึนหัวกับยาชา มารู้สึกเริ่มเจ็บตอนที่ตัดเส้นสองสลึง ตอนนั้นยาชากำลังเริ่มลด หมอถามว่าเพิ่มยามั๊ย 2 จุด ผมบอกว่าเพิ่มครับ จากนั้นไม่รู้สึกอะไรเลยจริงๆ หมอก็ทำงานเพลินๆ กันไป รู้อีกทีเสร็จละ พอขริบเสร็จ พี่บุรุษพยายาบาลก็ทำแผล รวมทั้งให้ดูแผล ตอนแรกนึกว่าจะเละ แต่พอเห็นแผลงานเย็บเรียบร้อยมากครับ ไม่รู้ว่าเเผลสวยรึป่าว แต่รู้ว่าทำงานดี รวมทั้งพูดคุยต่างๆ แนะนำการดูเเลตัวเอง และการใช้งาน คือดีมากๆ ครับ ทำให้ผมรู้ว่าเราทำมาต้องระวังอะไรบ้าง ทำไงถึงแผลจะสวย พี่แกก็ให้นอนพัก 45 นาที จากนั้นพอเริ่มหายมึนยาชาก็กลับบ้าน การดูแลถามว่าไม่อยากเลยครับ เพราะเขาทำผ้าพันแผลไว้แน่นๆ มากๆ ไม่มีเลือดซึม แถมเอาสก็อทเทปพันรอบเอวรั้งจู่เอาไว้ไม่ให้ตก และให้ใส่ กกน.นอน กินยาติดต่อ ไม่โดนน้ำ พอวันนี้ไปทำแผลมา ไม่ชื้น ไม่บวมแล้วครับ แต่เมื่อคืนเจ็บมากตอนตีห้า เพราะน้องชายอยากทำงาน รั้งกันน่าดูครับ 555 เดียวเอาผ้าพันเเผลออก จะเอาน้องชายมารีวิวการขริบนะครับ
  38. 5 points
    อยากหล่อเหมือนพระเอกหนังX ผ่านไปแล้วด้วยดี 3 วันหลังขริบ
  39. 5 points
    อายุ 23 สูง 160 ซม. รอบวง 12 ซม. ยาว 13.5 ซม. ขนาดโอเคไหมครับ ตอนวัดน้องตื่นไม่เต็มที่ครับ เอียงซ้ายด้วย
  40. 5 points
    หลังจากที่ได้ปรึกษาทุกท่านในบอร์ด เมื่อ 3-4 วันที่แล้ว ว่า "ลองเปิดหัวทิ้งไว้แล้วหนังหุ้มมีอาการบวม" ขอบคุณทุกท่านมากๆในบอร์ดนี้ที่ช่วยให้คำแนะนำ และเมื่อวาน ไม่ได้คิดอะไรมาก (06/01/2018) ผมตัดสินใจไปขริบมาเรียบร้อยละครับ ที่บางกะปิคลินิก คุณหมอทำดีมากครับ และคุณผู้ช่วยก็ให้คำแนะนำดี ตอนทำนี่แทบจะไม่รู้สึกเลยเพราะโดนยาชาไป 4 เข็ม ใช้เวลาประมาณไม่เกิน 30 นาทีคุณหมอก็เย็บเสร็จเรียบร้อย ถ้าเราไม่กลัวและไม่งอแงคุณหมอก็จะทำได้เร็วและต่อเนื่องครับ เสร็จแล้วนอนพักประมาณครึ่งชั่วโมงเพราะอาจจะมึนยาชา จ่ายค่าเสียหายเสร็จสรรพ ออกมาเดินได้ปกติครับ ตอนเย็นยังไปเดินเล่นที่สยามอยู่เลย 5555 คุณหมอกำชับแค่อย่างเดียวคือแผลห้ามชื้นและห้ามโดนน้ำ(เช็ดตัวแทนการอาบน้ำในสัปดาห์แรก) เพราะเกรงว่าไหมจะละลายเองก่อน อย่างอื่นก็คงไม่มีอะไรที่ต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะจริงๆเป็นการผ่าตัดเล็ก ไม่ได้มีอะไรน่ากลัวครับ วันนี้ทำมาเป็นวันที่ 2 ไปล้างแผลที่คลินิกครั้งแรก หลังจากนั้นคิดว่าจะทำแผงเอง (หมอบอกให้ทำ 2 วันครั้ง และ 3 วันครั้งได้ถ้าดูแลแผลให้ไม่ชื้นเลย) วันนี้ไม่ปวดแล้วนะครับ ใช้ชีวิต เดินได้ปกติมาก แค่เวลาฉี่ให้นั่งโถแล้วให้น้องชายห้อยลงตรงๆ แค่นี้ฉี่ก็จะไม่ไหลย้อนเข้าแผลให้แผลชื้นแล้วล่ะครับ และหวังว่าแผลหายคงจะออกมาดูดี วันนี้ตอนทำแผลแอบมองน้อง แผลเริ่มแห้งและคุณหมอเย็บดีทีเดียวครับ ถ้ามีเวลาว่างจะค่อยมา update เรื่อยๆครับ อันนี้เป็นรูปของวันที่ 2 ครับ ..... รูปที่ 2 จะเป็นบริเวณเส้น อาจจะช้ำๆนิดหน่อย คุณหมอบอกว่าเส้นของผมหนามาก ไม่มีทางขาดเอง ยังไงก็ต้องตัดออก ปล. ช่วงเวลา 2 เดือนนี้ที่ต้องดูแลแผล และทำอย่างว่าไม่ได้ ถือโอกาสถือศีลซะเลยครับ 555
  41. 5 points
  42. 5 points
    ยาว 10 ซม. รอบวง 12.7 ซม. ถือว่าสั้นไปไหมครับ แล้วควรใช้ถุงยางขนาดไหนครับ
  43. 5 points
    เมื่อก่อนไปบ่อยครับ เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยไปละ มันกลายเป็นแหล่งเกย์ๆ ไป คือบางคนทำประเจิดประเจ้อ พนักงานก็ต้องจับจ้องมากขึ้น คนที่มาก็ระแวงกันเอง บรรยากาศมันเริ่มไม่ผ่อนคลายอะครับ ไปแช่ญี่ปุ่นดีกว่า
  44. 5 points
    พอจะวัดๆพระเอกดันเขินกล้องซะงั้น หดตัวกว่าปกติเล็กน้อย ขนาดตามภาพเลยนะครับ
  45. 5 points
    อายุ 27 สูง 180 หนัก 85 (ค่อนข้างอวบ) คือขนาดผมไม่ได้สัมพันธ์กับความสูงเลยครับ ความยาวตามภาพเลยครับ เห็นบางคนตัวเล็กแต่ทำไมใหญ่ๆยาวๆกันจัง แอบอิจฉา แต่ของผมก็ใช้งานได้ปกติ สาวๆร้องทุกคน 😂 จึงเป็นอุทาหรณ์ว่าอย่าดูความสูงของคนแล้วคิดว่าจะมีขนาดยาวใหญ่ตามตัวเสมอไป มันไม่ทุกคนครับ 5555
  46. 5 points
  47. 5 points
    ไอ้เสือผมมีเพื่อนแล้วววววว 5555 วันนี้ครบรอบ 15 วันพอดี เลยเอารูปมาให้เพื่อนๆ ได้แนะนำข้อมูลเพิ่มเติมครับ สาเหตุที่ขริบนะครับ - ผมก็เพิ่ง 22 ปีเองเนอะ เที่ยวกลางคืนก็ค่อนข้างบ่อย(ตอนนี้ไม่ค่อยบ่อยละครับ 5555) เลยพาไอ้เสือผมไปขริบเสริมหล่อซะหน่อย บวกกับขริบแล้วน่าจะพอป้องกันโรคติดต่อได้มั่ง - ของผมเปิดได้ปกตินะครับ ตอนมี พสพ ก็ปกติดี ไม่มีปัญหาใดๆ ตอนอ่อนหนังจะคลุมหัวนิดหน่อยเอง เลยไปขริบให้มันจบๆ 555 ผมควรทาครีมลดรอยได้ยังครับ? หรือมีไรแนะนำผมได้มั่งครับ?
  48. 5 points
    เคยตอนเด็กๆ พอโตแล้วไม่ค่อยทำล่ะครับ ก็ถาม ก็แลกกันดู ให้มันจับๆ เพราะให้มันจับแล้วได้ตัง 555+ ตอนโตจะมีแค่คุยๆมากกว่า
  49. 5 points
    ปกติการที่มีหนังหุ้มปลายแคบทำให้เปิดหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศไม่ได้ หรือเปิดหนังหุ้มปลายไปจนสุดส่วนหัวอวัยวะเพศไม่ได้ เป็นเรื่องปกติที่พบเจอกันทั้งไทยและเทศ ตามปกติเรารู็กันว่าถ้าหนังหุ้มปลายเปิดไม่ได้ควรจะต้องทำการขริบ แต่ถ้าไม่อยากทำละ มันจะขยายเองได้หรือไม่ จริงๆแล้วในอดีตผมเป็นคนนึงที่พยายามเปิดจนมันเปิดไได้สำเร็จแต่ไม่ได้เป็นวิธีที่เป็นขั้นตอนทางการอะไรมากนัก ต่อมาได้เจอว่าในต่างประเทศมีการสอนและแนะนำวิธีการขยายหนังหุ้มปลายโดยไม่ต้องขริบหลายวิธี และสิ่งที่ถูกนำเสนอในวันนี้เป็นวิธีที่ผมก็เคยทำเมื่อตอนเด็กๆเช่นกันครับ โดยส่วนใหญ่อาการหนังหุ้มปลายแคบนี้สามารถรักษาให้หายได้ภายใน 6เดือนถึงหนึ่งปี โดยการขยายตามวิธีการต่อไปนี้ทุกๆวัน โดยปกติมีวิธีใหญ่ๆ 2 วิธี 1 ใช้ยา steroid วิธีแรกเป็นการใช้ยาสเตียรอยเพื่อให้หนังหุ้มปลายหืดหยุ่นได้มากขึ้น วิธีนี้คงต้องขอคำปรึกษาจากแพทย์นะครับ ดังนั้นผมขอข้ามไป 2. การขยายหนังหุ้มปลาย 2.1 ถ้าหนังหุ้มปลายแคบมากๆ ใช้คอตตอนบรัทสอดเข้าไปแล้วค่อยๆยืดหนังหุ้มปลายออยากจากกัน ห้ามหมุนนะครับเพราะหัวยังอ่อนอยู่ให้สอดเข้าไปแล้วยืดออกเฉยๆ 2.2 ถ้าหนังหุ้มปลายยืดออกมากพอจะสอดนิ้วเข้าไปได้ ให้ลองใช้ยืดจับหนังหุ้มปลายแล้วยืดตามรูปนี้ครับ ลองทำไว้ท่าละประมาณ 30-40วินาทีนะครับ ต้องทำทุกๆวันด้วย โดยหากสามารถทำขณะอาบน้ำได้ อาขเป็นน้ำอุ่นก็พอจะช่วยได้บ้าง ข้อควรระวังคือ หากมันยังไม่ขยายหรือหากพยายามเปิดหนังหุ้มปลายแล้วยังไม่ยอมร่นลงไป อย่าฝืนมากนะครับ ไม่เช่นนั้นมันจะติดแล้วไม่สามารถเอากลับลงมาได้ มันจะบวม ถ้าเป็นแบบนั้นแล้วเอาลงมาไม่ได้ ให้รีบไปพบแพทย์เลยครับ ทั้งหมดนี้ผมเขียนคร่าวๆนะครับ ขี้เกียจแปลมาก เพราะเห็นว่าสาระสำคัญมีแค่นี้ ใครสงสัยอะไร ก็ลองสอบมามาได้ครับ จะแนะนำตามประการณ์ืที่เคยขยายมันมาได้แล้ว หรือหากชอบแบบขริบก็ถือโอกาสขริบไปเลยครับ รายละเอียดเพิ่มเติมและการอ้างอิงจาที่นี่ครับ https://www.wikihow.fitness/Do-Phimosis-Stretching https://phimosisjourney.wordpress.com/guide/ https://phimosis.online/
  50. 4 points
    Sent from my iPhone using Tapatalk
This leaderboard is set to Bangkok/GMT+07:00
×

Important Information

ในการใช้งานเว็บไซต์คุณต้องยอมรับข้อตกลง Terms of Use.Privacy Policy