Jump to content

Leaderboard


Popular Content

Showing content with the highest reputation since 12/23/2018 in all areas

  1. 52 points
  2. 31 points
    อายุ 27 ครับ สูง 167 หนัก 62 รอบ11cm ยาว11cm แฟนบอกว่าเล็กไปหน่อย แต่ก็ไม่ได้คิดมากครับ เพราะเชื่อว่าอีกไม่นาน เราจะหลุดพ้นจากไทยแลนด์ 4.0 จะได้เท่าไหร่ เดี๋ยวจะมาอัพเดทครับ OOO สายวัดทำเองครับ มาตรฐาน
  3. 24 points
    5 ปี กับการขลิบที่บางกระปิ ใช้งานดี สะอาด ไม่มีกลิ่น เป็นกำลังใจคนที่กำลังตัดสินใจจะขลิบ ยินดีให้คำแนะนำครับ ทักทายมาพูดคุยกันได้ครับ
  4. 17 points
    สวัสดีครับ ปัจจุบันตัวผมเองทำงานอยู่ในญี่ปุ่น ตอนนี้อายุก็ย่างเข้า 20 ครึ่งหลังแล้ว แต่ยังคงมีปัญหาเกี่ยวกับเปิดการเพื่อทำความสะอาดและปัญหารอยแผลเสียดสีหลังจากการใช้งาน ดั้งเดิมแล้วมีความตั้งใจทีอยากกลับไปทำทีไทยเนื่องจากมีราคาทีถูกกว่า หากเกิดปัญหาอะไรสามารถสื่อสารพูดคุยได้ง่ายกว่า แต่เมื่อลองมาพิจารณาดูอีกรอบไหนๆ เราก็อาศัยอยู่ในญี่ปุ่นเป็นพลเมืองของทีนี้แล้วและตรงกับช่วงวันหยุดปีใหม่ยาวทีญี่ปุ่นพอดี ผสมกับความอยากรู้อยากเห็นว่าการให้บริการและเครื่องมือของทีนี้นั้นมีความทันสมัยกว่าประเทศบ้านเรามากแค่ไหน เลยเป็นจุดเริ่มต้นทีทำให้ตัดสินใจทำการขริบที่ญี่ปุ่นในครั้งนี้ เริ่มทำการนัดหมายกับทางคลินิค คลินิคทีผมได้ทำการเลือกใช้บริการในครั้งนี้ชื่อว่า ABC Clinic ซึ่งชื่อในเรื่องความน่าเชื่อถือปากต่อปากในคนญี่ปุ่น เทคโนโลยีความปลอดภัย และราคาเป็นมิตรมากทีสุดในบรรดาตัวเลือกคลินิคญี่ปุ่นอื่นๆ ทีผมได้ทำการตรวจสอบ เบื้องต้นจำเป็นต้องทำการจองล่วงหน้าผ่านทางเวปไซต์ก่อนอย่างต่ำ 3 วัน แล้วหลังจากนั้นจะมีเจ้าหน้าทีโทรมายืนยันนัดหมายเป็นภาษาญี่ปุ่น พร้อมถามข้อมูลส่วนตัวเบื้องต้นเกี่ยวกับผู้ป่วย และเนื่องจากช่วงนี้ทางคลินิคได้จัดแคมเปญลด 30% สำหรับการผ่าตัดทุกชนิดพอดีเลยทำยืนยันนัดหมายไปทันทีอย่างไม่มีการลังเล วันนัดหมาย ( ในส่วนให้คำปรึกษา ) เมื่อถึงวันจริงผมได้เดินทางไปยังคลินิคทีสาขา Shinjuku ซึ่งตั้งอยู่ในตึกชั้น 9 เมื่อเดินเข้าไป ทางเจ้าหน้าทีทุกคนภายในคลินิคเป็นผู้ชายและห้องรับรองได้มีการแบ่งจัดสรรห้องแยกเป็นการส่วนตัวเพื่อรักษาความเป็นส่วนตัวให้กับผู้ป่วยแต่ละคน หลังจากนั้นทางเจ้าหน้าได้ให้ทำการกรอกเอกสารอีกรอบพร้อมสอบถามเกี่ยวกับประสงค์ของการเข้ารักษาในครั้งนี้ และอธิบายเกี่ยวกับแพ็คเกจผ่าตัดเล็กในครั้งนี้ โดยแพ็คเกจทีทางคลินิคนำมาให้เลือกมีทั้งหมด 4 แบบให้เลือกดังนี้ 1. CS Cut ผ่าตัดแบบปกติ (เห็นเป็น TWO-TONE) สำหรับผู้ทีเปิดหนังหุ้มได้แต่ยังต้องใช้มือ ราคา 30,000 เยน (ปกติ 50,000 เยน) 2. S Cut ผ่าตัดแบบปกติ (เห็นเป็น TWO-TONE) สำหรับผู้ทีไม่สามารถเปิดหนังหุ้มได้ ราคา 70,000 เยน (ปกติ 100,000 เยน) 3. V Cut ผ่าตัดแบบตกแต่งพิเศษ ( หนังมิดชิดกับหัวอวัยวะ ) ราคา 140,000 เยน (ปกติ 200,000 เยน) * ได้รับความนิยมในคนญี่ปุ่นมากทีสุด * 4. TV Cut ผ่าตัดแบบตกแต่งพิเศษ ( หนังมิดชิดกับหัวอวัยวะพร้อมตกแต่งรูปทรงของหนังให้มีความธรรมชาติมากขึ้น ) ราคา 245,000 เยน (ปกติ 350,000 เยน) หลังจากได้ฟังคำอธิบายกับเกี่ยวกับแพ็คเกจ พร้อมกับให้ทางแพทย์ผู้ดูแลการรักษาในครั้งนี้ตรวจสอบ ผมมีตัวเลือกในการรักษาในข้อ 1 , 3 , 4 เท่านั้น โดยจากการฟังอาการปัจจุบันของผมทางแพทย์ที่ดูแลได้แนะนำวิธีการผ่าตัดแบบตกแต่งพิเศษในตัวเลือก 3 มากทีสุด เนื่องจากปัญหาหนังหุ้มทีเยอะและความแตกต่างของสีระหว่างด้านนอกและด้านในมีความแตกต่างกันมาก ถ้าหากผ่าตัดด้วยวิธีปกติ จะทำให้เสียเลือกเยอะ แผลรักษายากกว่า และทีสำคัญทีสุดคือจะทำให้สีผิวกลับมาสม่ำเสมอได้ยากมาก โดยทางเจ้าหน้าทีได้เปรียบเทียบการเปลี่ยนแปลงของสีดำเหมือนเรื่องความสูงของเราทีจะหยุดในช่วงอายุ 18-20 ถ้าหากเกินนั้นแล้ว ความสูงและสีผิวจะหยุดการเปลี่ยนแปลง ในตอนแรกผมมีความลังเลด้วยวิธีที 1 (ในเรื่องราคา) และ 3 (ในเรื่องรสนิยมส่วนตัว) แต่เนื่องจากการผ่าตัดครั้งนี้สามารถทำได้เพียงครั้งเดียวในชีวิต ประกอบกับกลัวเจ็บจากการผ่าตัด เลยทำให้ตัดสินใจ ทำการผ่าตัดด้วยวิธีที 3 ในแบบ V Cut ผ่าตัดแบบตกแต่งพิเศษ ( หนังมิดชิดกับหัวอวัยวะ ) วันนัดหมาย ( ในส่วนการเข้ารับการผ่าตัด ) หลังจากทำการเลือกแพ็คเกจภายในวันเดียวกันนั้นผมได้ตัดสินใจเข้ารับการผ่าตัดเลยทันที ทางเจ้าหน้าทีก็ได้พาไปย้ายไปในห้องผ่าตัด โดยเริ่มแรกทางผู้ช่วยแพทย์ได้ทำการถอนขนบางส่วน พร้อมใช้สำลีชุบแอลกอฮอล์เพื่อทำการสะอาด และลงท้ายด้วยยาชาชนิดทาให้ก่อนรอบนึง และหลังจากนั้นทางแพทย์ได้ทำการเข้ามาพร้อมกับฉีดยาชาทั้งหมด 4~5 เข็ม (จากทีค้นข้อมูลมาหลายคนบอกมาว่าส่วนนี้เป็นส่วนทีเจ็บ แต่โดยส่วนตัวไม่มีอาการทีรู้สึกใดๆ ทั้งสิ้น) เมื่อยาชาเริ่มออกอาการ ทางแพทย์ก็ได้เริ่มทำการผ่าตัดขึ้นโดยใช้เครื่องเลเซอร์ นอนเฉยๆ พร้อมกับฉูดกลิ่นไหม้จากเลเซอร์พลางๆ ใช้เวลาราวๆ 30 ~ 45 นาที ก็เสร็จสิ้นด้วยดี โดยตั้งแต่วันผ่าตัดจนถึงปัจจุบัน ( 2019/01/03 ~ 01/04 ) ยังไม่มีอาหารบวมอะไรทั้งนั้น มีเพียงปัญหาปวดๆ นิดนิงหลังจากการทำการเข้าห้องน้ำเพียงแค่นั้น การดูแลหลังการผ่าตัด หลังทำการผ่าตัดเสร็จสิ้น ทางเจ้าหน้าทีก็ได้ทำการมอบอุปกรณ์ทำแผล (สำลี , ผ้าพันแผล , น้ำเกลือ , ยาทา) และยากิน (Aniti-Biotics สำหรับ 7 วัน , หยุดแผล สำหรับ 3 วัน , แก้ปวด 5 วัน) อธิบายการกินและก็เดินทางกลับบ้าน ส่วนวิธีการทำแผลด้วยตัวเองทางเจ้าหน้าทีได้อธิบายไว้ว่า ห้ามถอดผ้าพันแผลภายใน 4 วันหลังทำการผ่าตัดเด็ดขาด เมื่อเข้าสู่วันที 5 ถึงทำการถอดออกและทำล้างน้ำเกลือ ทายา เปลี่ยนผ้าพันแผลด้วยตัวเองวันต่อวันจนครบ 2 อาทิตย์ตามปกติ โดยแผลจะหายเป็นปกติเมื่อเข้าสู่ช่วงอาทิตย์ที 4 ความรู้สึกจากการขริบครั้งนี้ ก่อนเข้านี้ทีจะตัดสินใจไปขริบ ส่วนตัวได้ทำการอ่านรีวิวต่างๆ จนทำให้เกิดความเกี่ยวกังวลเกี่ยวกับความเจ็บปวดตอนเข้ารับการผ่าตัด,หลังยาชาหมดหรือเรื่องของการอักเสบบวม ส่วนตัวติดว่าการเจ็บหรือปัญหาในการเข้ารับการผ่าตัดครั้งนี้มีน้อยกว่าทีคิดไว้มาก อาจจะเป็นผลมาจากการผ่าตัดครั้งนี้เป็นการผ่าตัดด้วยเลเซอร์เลยทำให้บาดแผลน้อยกว่าการผ่าตัดด้วยกรรไกรแบบในประเทศไทย ซึ่งถือว่าเป็นทีพอใจสำหรับผมมาก ( จะมากกว่านี้ถ้าราคาถูกกว่านี้ ) ส่วนรูปร่างหน้าตาจะเป็นยังไง ตอนนี้ยังไม่สามารถ่ายมาลงให้ดูได้เนื่องจากต้องพันแผลยาวไปจนถึงวันที 7 มกราคม โดยถ้าหากมีความคืบหน้าเพิ่มเติมเกี่ยวกับอาการ หรือถ้าหากท่านใดมีความสงสัยเกี่ยวกับการรักษาทีญี่ปุ่นในครั้งนี้ยังไงสามารถทิ้งข้อความไว้ได้ครับ ถ้าหากาคำถามไหนสามารถตอบได้จะรีบเข้ามาตอบให้ทราบครับ ขอบพระคุณมากครับ
  5. 11 points
    ก่อนอื่นเลยครับมารีวิวการขลิบแต่เกิดครับ ตัดเส้น. ขลิบน่าจะแบบ3,4 คือหดแล้วไม่มีหนังกอง ข้อดีรักษาความสะอาดง่ายครับ. ไม่มีกลิ่น. ข้อเสีย. คือหัวด้าน ไม่ค่อยมีความรุ้สึกตรงหัว. รุ้สึกแปลกๆๆตั่งแต่เด็กว่าจู๋ไม่เหมือนคนอื่น(ตอนนี้ซื้อเครื่องขยายหนังมาจากเว็ป เพราะอยากมีหนังหุ้มปลายครับ) ส่วนใหญ่การขลิบมีแต่ข้อดีแหละครับ แต่ผมคิดว่า ถ้าจู๋ปกติ ควรให้ เจ้าของจู๋ตัดสินใจเองดีที่สุดครับ ผมอยากให้การขลิบแต่เกิด หยุดลงหรือ คนที่คิดเรื่องการขลิบแต่เกิดให้ลูกหรือญาติควรตะหนักได้บ้างว่ามันเป็นอวัยวะของเขา ควรให้โอกาส เขาตัดสินใจเองเมื่อเขาโต ตอนแข็งแล้วครับ สีเสมอกันครับ ตอนอ่อนเกือบแข็งครับ
  6. 9 points
    ขลิบครบ 31 วันแล้วครับ ปีใหม่ พร้อมจู๋ใหม่ ตอนความรู้สึกรัดตึงบริเวณแผล ดีขึ้นครับ เหลืออยู่ประมาณ 20% แต่อาการรั้งตรงหัวเหน่ายังตึงอยู่ครับ การรักษาแผลเป็นตอนนี้ใช้เจลและแผ่นซิลิโคนคู่กันตอนนอนครับ ระหว่างวันทาเจลอย่างเดียววันละ 3-4 รอบ การใช้งาน ชตอ. ได้ปกติครับ (ฝึก ชตอ. แบบไม่มัหนังมาก่อนที่จะขลิบครับ) ส่วนใช้กับแฟน ยังตึงอยู่ครับ และก็ติดปัญหาที่หัวเหน่ารั้ง ทำให้ช่วงโคนอวบกว่าเดิม สอดใส่ยากขึ้นครับ เลยยิ่งตึงบริเวณแผล จะยังมีอาการบวมทางด้านซ้ายอยู่นิดๆ ครับ หลัง ชตอ. จะบวมขึ้นมานิดนึง สักพักจะยุบลง
  7. 9 points
    แบบนี้เรียกเล็กไหมครับ อายุ20 อยากสอบถามขนาดถุงยางด้วยครับ
  8. 8 points
    Circumcision!! คิดมานานหลายปี! ส่องตามรีวิวมาเรื่อยๆ แต่ก็ทำใจไม่ได้ซักกะที เห็นมีหลายรีวิว แผลเยิน ทิ้งรอยไว้อีกมากมาย... จนมาเห็นรีวิวปีที่แล้วของพระรามเก้า เฮ้ย!! มันใช่เลย สิ่งที่ตามหามานาน แผลเป็นแทบไม่มี ที่นี้แหล่ะ ใช่เลย!! ทั้งๆ ที่เริ่มมีปัญหามาเรื่อยๆ เพราะหนังเยอะ การรูดเปิดแต่ละครั้งหนังจะกองแล้วรัดแน่น บางครั้งหนอนน้อยอ่อนตัว ก็ลองรูดเปิดหัวทิ้งไว้ แต่หนังที่รูดไว้ ซักครึ่งวันจะเริ่มบวมเป่ง อีกทั้งหนังที่ปลายหัวเริ่มแตกเป็นแผล ทั้งแสบทั้งเจ็บ ต้องคอยใช้โลชั่นทาให้ชุ่มชื่นตลอด พอไม่ทาก็กลับมาแตกอีก เลยคิดว่าคงถึงเวลาต้องทำแล้วหล่ะครับ เลยอ่านรีวิว ติดตามมาเรื่อยๆ เปรียบเทียบแต่ละคลีนิคกับโรงพยาบาล เพื่อนบอกลองไปหาหมอศัลพลาสติกดูสิ แผลเนียบแน่ๆ แต่ปัญหาคือหมอพลาสติกหายาก แล้วคงไม่ทำเคสเล็กแบบนี้แน่ๆ เลยกลับมาค้นหาหมอศัลยูโร เทียบแต่ละโรงพยาบาล พญาไท ไทยนครินทร์ รามคำแหง กรุงเทพ พระรามเก้า เห็นหมอศัลยูโรก็หลายคน แต่ส่วนใหญ่แทบไม่มีริวิว เท่าที่เจอ มีแต่พระรามเก้า แต่รีวิวปีที่แล้วของพระรามเก้า เฮ้ย!! มันใช่เลย สิ่งที่ตามหามานาน แผลเป็นแทบไม่มี ที่นี้แหล่ะ ใช่เลย!! เลยถามชื่อหมอ แล้วค้นดูประวัติก็เป็นหมอศัลยูโรรุ่นใหม่ คิดว่าสิ่งนี้แหล่ะ หมอใหม่ย่อมตามมาด้วยความรู้ และวิธีการใหม่ๆ พร้อมทั้งเห็นรีวิวแล้ว เนียบจริง หลังจากตัดสินใจได้แล้ว ก็ทำนัดหมอในเวปของโรงพยาบาลพระรามเก้า เลือกเวลาตามตารางเวรของแพทย์ นัดในเวปแล้ว ก็รอคอนเฟริมจากโรงพยาบาล ผมทำเรื่องนัดตรวจวันเสาร์ 10 โมงเช้า พอถึงวันเสาร์ ขับรถไปโรงบาลพระรามเก้า ที่ยากคือ ตอนเช้าสิบโมง หาที่จอดรถยากมาก วนเข้าไปจนได้จอด แล้วก้อได้เวลาตรวจ ถอดกางเกงบนเตียงให้หมอดู แล้วคุยกับหมอไม่น่าจะเกิน 3 นาที ไวมาก หมอถามทำเลยไหม ถ้าทำเดี่ยวจะได้จัดเวลา เสร็จแล้วหมอบอกเดี๋ยวจะให้พยาบาลแจ้งค่าใช้จ่าย ก้อออกมารอคุยกับพยาบาลครับ ซักพักพยาบาลก็แจ้งค่าใช้จ่ายในการผ่าตัด 17000-18000 บาท ก่อนทำต้องตรวจ HIV ก่อนทุกเคส พร้อมทั้งถามว่าจะทำเลยไหม ถ้าทำจะเช็คห้องผ่าตัดให้ว่าว่างกี่โมง ผมไม่ได้เตรียมตัวไว้ก่อนเลย ว่าจะต้องผ่าจัดเลย แต่ไหนๆ ก็มาหล่ะ เอาวะ ผ่าเลยละกัน... พร้อมไปเจาะเลือดตรวจ ส่วนห้องผ่าตัดจะว่างประมาณ 4 โมงเย็น พยาบาลเลยขอนัดไว้บ่ายสาม ให้มาเตรียมตัวก่อนขึ้นห้องผ่าตัด ส่วนข้าวเที่ยงกินได้เลย ไม่ต้องอดน้ำอดอาหาร บ่ายสามมาตามนัด พยาบาลก็พาไปทำเรื่องฝากของกับการเงิน ทุกอย่างต้องฝากหมด ห้ามเอาขึ้นห้องผ่าตัด หลังจากเข้าห้องผ่าตัด พยาบาลให้เปลี่ยนชุด แต่ชุดที่นี้ แปลกหน่อยครับ เป็นชุดคลุมเหมือนชุดอาบน้ำ แต่ให้ใส่กลับหลัง เอาส่วนที่เปิดได้ไว้ด้านหลัง เล่นยากเลย ต้องพันให้ดี เดวก้นโผล่ 555 นั้งรอซักพัก พยาบาลเดินมาเรียกเข้าห้องผ่าตัด ก็เดินไปครับเหมือนเขาวงกตนิดหนึ่ง ในห้องมีพยาบาลทั้งหมด 3 คน ผู้หญิงหมดครับ มีแต่หมอเป็นผู้ชาย แล้วก็ให้นอนราบบนเตียงผ่าตัด พร้อมขึงผ้าตรงหน้าอกบังไว้ พยาบาลก้อเปิดชุดคับ พร้อมเช็ดทำความสะอาดหนอนน้อย ที่พร้อมโดนเจี๋ยน!! แล้วเอาผ้ามาคลุมตัวคลุมขา อย่างหนาครับ รู้เลยว่าหนัก 555 แต่ห้องผ่าตัดแอร์เย็นมาก คลุมผ้าแล้วกะลังดีเลย พอจะเริ่ม หมอก็ฉีดยาชาก่อนครับ เข้าโคนก่อน เจ็บจิ๊ดๆ แล้วหมุนเข็มไปจุดอื่นๆ อีก ส่วนเข็มสองโดนปักไปที่ตัวหนอนน้อยเลย ยังรู้สึกเจ็บเหมือนเดิม เข็มสามยังรู้สึกเจ็บไม่เปลี่ยน ซักพักหมอเอาคีบเทสดู ยังเจ็บครับ หมอเพิ่มเลยเพิ่มยาชาไปอีก พอเริ่ม ก็รู้เลยครับ โดนเครื่องยิงรัวๆ แปร๊บๆ กลิ่นหนังโดนเครื่องยิงฟุ้งกระจาย ยิงวนไปตามลำหนอนน้อย จุดไหนที่ชา ก็ดีหน่อยไม่ค่อยเจ็บ แต่บางจุดที่ยาชาไปไม่ถึง อันนี้เจ็บจิ๊ดๆ เลยครับ เล่นเอาร้อนไปหมด เหงื่อแตก เหงื่อที่ขาเยอะมาก ทั้งๆ ที่แอร์ก็เย้นเยน ส่วนแขนก้อมีเครื่องวัดความดัน พร้อมตัวหนีบที่นิ้วมือวัดอัตราการเต้นหัวใจ ช่วงโดนยิงวนไป หัวใจเต้นตุ๊บๆ อยู่ประมาณ 73 พอเริ่มเย็บเหลือ 69 ตอนเย็บบางจุดไม่เจ็บแต่บางจุดก็เจ็บเอาเรื่อง จนเสร็จเรียบร้อย หมอก็พันแผล พร้อมกับพยาบาลทำความสะอาดบริเวณรอบๆ เสร็จแล้วก้อลงจากเตียงครับ เห็นหนังที่โดนเจี๋ยนออกไปกองอยู่กับเครื่องมือผ่าตัด ดูแล้วเยอะมาก เลยขอพี่พยาบาลจะเอากลับบ้าน พี่แกเลยไปหยิบหนังใส่ในหลอด พร้อมแช่ฟอมารีนมาให้เรียบร้อย แล้วเดินออกจากห้องผ่าตัด กลับไปเปลี่ยนชุด นั้งรอซักพัก ระหว่างนั้งรอก็ทั้งเจ็บทั้งแสบ ยาชาหมดฤทธิ์ไวมาก แล้วพี่พยาบาลก็พาเดินออกมาจากห้องผ่าตัด พร้อมไปส่งที่การเงินชั้นล่าง รอจ่ายกะตังค์ รับยาเสร็จก็เดินกลับรถ รีบซัดไปก่อนเลยครับ พาราสองเม็ด ค่าเสียหายวันแรก 17,xxx ครับ ขับรถกลับบ้านชั่วโมงกว่าๆ รถติดอีก แต่หลังจากกินยาเสร็จ หายปวดเลยครับ แวะซื้อเสบียงบนทางด่วน จัดไปครับ อาหารแช่แข็ง ตุนไปอาทิตย์หนึ่ง กะว่าจะไม่ออกไปไหน 555 วันแรกยากตรงอาบน้ำนี้แหล่ะครับ จะหาไรมาครอบไม่ให้โดนน้ำดี เลยลองใช้ถุงมือยาง แล้วพับขึ้นแล้วเอาสก๊อตเทปเปะ เออ เอาอยู่ กันน้ำได้ ส่วนเรื่องฉี่ก็เตรียมขวดนมตัดเปิดท้าย ฉี่กระจายมาก ไร้ทิศทางสุดๆ ตอนนอนก้อเอาเรื่องพอควรครับ หนอนน้อยขยายบ่อยมาก ยิ่งดึกๆ ถึงกะต้องตื่นกันหลายรอบ แต่พีคสุดคงตอนเช้า เอาลงยากมาก ตีสี่ครึ่งเลยจำเป็นต้องตื่น ไม่นอนต่อแล้ว ห้าๆ วันที่สอง วันนี้มีนัดล้างแผลที่พระราม 9 ครับ ก็ขับรถไปบ่ายๆ หน่อยจะได้มีที่จอด แต่หมอศัลยูโรอีกท่านที่ฝากเคสไว้ออกเวรไปแล้วเรียบร้อย พยาบาลห้องเมดเลยจัดหมอสำรองท่านอื่น เลยได้ล้างแผลกับหมอออโธ วิธีการก็นอนราบบนเตียง หมอแกะผ้าพันออก แล้วเช็ดแผล ใส่เบทาดีน แล้วเคลือบด้วย Ointment อีกรอบ หมอล้างแผลไป ก็คุยไปด้วย หมอบอกแผลดูดีมาก เนียนเลย ไม่มีอาการบวมเลย แต่ผมก็ไม่ได้ก้มลงไปดู เดี๋ยวจิตตก หมอพันแผลไว้อย่างเดิม ค่าเสียหายวันนี้ 900 THB วันที่สาม วันนี้มีนัดล้างแผลกับหมอที่ผ่าตัดให้ ว่าจะไปช่วงบ่ายๆ เหมือนเดิม เพราะที่จอดรถจะโล่งช่วงบ่าย แต่พยาบาลก้อโทรมาตอนเที่ยง บอกเดี๋ยวคุณหมอขึ้นห้องผ่าตัดบ่ายสาม ให้เข้ามาก่อนล่วงหน้า ก้อจัดไปคับ ไปถึง หมอก็แกะดูแผลพร้อมบอกว่า แผลแห้งดี ไม่ต้องพันแล้ว เปิดไว้แบบนี้แหล่ะ แล้วหมอทาแต่เบทาดีน กะ Ointment เคลือบเอาไว้ Ointment จะเป็นยาทาฆ่าเชื้อพร้อมทั้งเป็นเหมือนฟิล์มขี้ผึ้งกันแผลเหมือนกับผ้าพันแผลครับ ค่าเสียหาย 700 THB ครบ 10 วัน นัดเจอหมออีกรอบ รอบนี้หมอบอกอาบน้ำได้แล้ว ไหมจะได้หลุดออกไวๆ พร้อมกับคราบวงดำๆ ตามรอยแผลที่เกิดจากทาเบทาดีนจะได้หลุดออก หมอให้ทำแผลต่ออีก 4-5 วัน ถ้าดูแห้งสนิทก็ให้หยุดครับ ค่าเสียหาย 700 THB หมอนัดอีกรอบ ตอนครบ 24 วัน กมอบอกรอบนี้นัดเผื่อไว้ครับ ถ้าไหมหลุดออกหมด ก็ไม่ต้องมาตรวจแล้ว แต่ในเคสที่ไหมยังอยู่ ค่อยมาดึงออกกัน วันที่ 11 หลังจากแผลโดนน้ำได้แล้ว ปมไหมก็เห็นชัดขึ้น ก่อนอาบน้ำ เส้นไหนยาวก็เล็มไปคับ บางทีก็ตัดโดนปมไหม พออาบน้ำเสร็จ ก็เช็คอีกรอบครับ ปมไหนหลุดแล้ว ก็จัดการคีบดึงไหมออกครับ วันนี้ดึงได้ 6 ปม วันที่ 12 ทำเหมือนเดิมครับ พยายามเล็มที่ปม หลังอาบน้ำ จะได้ดึงให้ไหมหลุด วันนี้จัดไป 10 ปม วันที่ 13 ยังเหลือไหมตรงเส้นสองสลึง ไหมตรงนี้ติดแน่นมากครับ ต้องเอาหนอนน้อยไปแช่น้ำอุ่นก่อน ซัก 10 นาที แล้วเขี่ยหาปม เจอแล้วก็เล็มปมไหมเลยครับ หลังอาบน้ำ ค่อยมาดึงออก วันนี้จัดการเอาไหมออกได้หมด!! แล้วทำแผลครับ วันที่ 14 หลังจากดึงไหมออกหมดแล้ว วันนี้หยุดทำแผลครับ เริ่มทายาลบรอยแผลเป็นเช้า-เย็น พร้อมกับทาสเตียรอยกันคีลอยก่อนนอน วันที่ 18 หลังจากหยุดกิจกรรม ชตอ มานาน ก็ไม่สามารถทนต่อไปได้อีกแล้วครับ ตามตำราต้องทนไป 6 อาทิตย์ แต่ไม่สามารถครับ แข็งจนปวดทุกวัน จนต้องลองฝนหัวคิวแต่ก็ไม่ได้ฟิลลิ้งครับ เกือบ ชม ปวดลำไปหมด ยิ่งทำต่อ แผลยิ่งกระเทือนมากกว่าเดิมแน่ๆ เลยเอาตัวช่วยออกมาครับ ซิลิโคนนั่นเอง!! โคตรฟิน เอาเจลใส่ แล้วอารมณ์พุ่งมาก อีกทั้งยังไม่กระเทือนเทาฝนหัวคิว ยิ่งขริบมาแล้ว พอเอามาเล่น ดีกว่าตอนมีหนังเยอะเลยครับ แป๊ปเดียวหลังจากหยุดมานาน น้ำท่วมกระจาย!! ไม่เคยมีน้ำเยอะจนาดนี้มาก่อน 555 เชคดูแผลแล้ว ไม่แดง ไม่บวม ยังหล่อเหมือนเดิม อิๆ ใครที่เน้นความสวยงามของแผล ผมว่าพระราม 9 ครับ หนึ่งในตัวเลือกครับ หนอนน้อยตัวอ่อน 20 วัน หนอนน้อยแปลงร่าง 20 วัน ของเล่นยามเช้า-ดึก!! “ผลงานครบรอบ 30 วัน 24 Dec 2018” ครบรอบ 30 วัน แผลเริ่มเรียบขึ้น หนังเริ่มเข้ารูปมากขึ้น หัวเริ่มมีความด้านขึ้น แต่ถ้าอยู่ผิดตำแหน่งก็แทบจะเดินขากาง และต้องหาห้องน้ำเพื่อจัดตำแหน่งใหม่ของน้องน้อยครับ ส่วนสีน่าจะยังเหมือนเดิม ไม่เปลี่ยนแปลงมาก รอลุ้นกันต่อไป ว่าจะเปลี่ยนแปลงยังไงบ้าง เรื่องการใช้งาน ผมว่า ใช้ได้ดีกว่าตอนมีหนังหุ้ม ไม่ต้องมีหนังมารั้งให้เจ็บ.. ความเสียวผมว่าไม่ต่างกัน อาจจะดีกว่าเดิม ส่วนเรื่องเวลา คงไม่ได้ช้าลงหรือเร็วขึ้น ตอนนี้ ก็เหลือแต่ทาลดรอยอย่างเดียว ทาทุกวัน เช้า - เย็น ส่วนหัว ก็ยังใช้ moisturizer ทาหลังอาบน้ำ เพื่อไม่ให้ผิวลอกหลุดเป็นแผ่น!! อัพเดด 45 วัน 45 วัน สิ่งที่เจอ คือ สีที่หัวยังไม่คล้ำลง ยังใกล้เคียงเหมือนตอนก่อนทำครับ การวางตำแหน่งในกางเกงใน ยังทำได้ยากครับ ต้องจัดตำแหน่งกันทั้งวัน ไม่งั้นหัวบู้บี้ แล้วเส้นจะถูกับตะเขบกางเกงในได้ง่าย ด้านข้าง ยังเป็นเป็นก้อนอยู่เล็กน้อย ทำมาใหม่ๆ ก็งงๆ ครับ นึกว่าเป็นเนื้องอก คลำเป็นก้อนๆ ตรงด้านซ้ายใต้หนัง เลยค้นอ่านจากกระทู้ สรุปว่าเป็นก้อนที่เกิดจากปมมัดเส้นเลือดนะครับ ตอนนี้ก้อนมันเริ่มเล็กลงเรื่อยๆ หล่ะคับ ทาลดรอยแผลเป็นทุกเช้าเย็น 45 วัน ได้ผลตามรูปครับ
  9. 8 points
    ครบ 10วันแล้ว ไหมหลุด+ตัดเองหมดแล้ว สภาพแผลน่าพอใจครับ มีแค่บริเวนเส้นที่ยังเป็นแผลสด ส่วนอื่นสมานหมดแล้ว มีแค่แผลรูไหม ผิวหนังบริเวนแผลยังแข็งอยู่ ส่วนบริเวนเส้นพรุ่งนี้ถ่ายอัปเดตให้ดูอีกทีครับ
  10. 8 points
    สุดท้ายวันนี้ก็ได้ไปขลิบที่บางกะปิ ก่อนขลิบโดนยาชาไป 4 เข็มพึ่งจะชาหมด อีกเข็มตอนเย็บตรงเส้น สรุปโดนยาชาไป 5 เข็ม นอนพักฟื้นแปปเดียวเองเริ่มรู้สึกปวดนิด ๆ ละ (ยอมรับความเจ็บปวดตอนเช้า!!!)
  11. 8 points
  12. 8 points
    ขอบคุณนะครับ เรื่องบริจาคกำลังคิดๆครับว่าเอาไงดี เกรงใจเหมือนกัน เพราะปิดไปหลายห้องอยู่ แต่ข้อดีก็คือตอนนี้เหลือแต่คนที่สนใจจริงๆ ครับ ไว้ยังไงถ้าเปิดจะแจ้งอีกทีนะครับ ขอบคุณมากๆครับ
  13. 7 points
    เหตุผลที่ไปขลิบก็เพราะว่า น้องมีอาการผิวแห้ง และทำให้รัดหัวเวลาแข็งตัว ต้องคอยทาครีมตลอด เลยได้โอกาสดี เข้าไปปรึกษาคุณหมอ คุณหมอบอกว่าเกิดจากเชื้อรา เพราะบริเวณนั้นมีความอับชื้นบ่อย จึงตัดสินใจทำวันนั้นเลยครับก็ได้คิวสุดท้ายของวัน เพราะผมไปก็เกือบหกโมงแล้วครับ(รับคิวสุดท้าย หกโมงเย็น) รูปก่อนทำครับ หลังจากชั่งน้ำหนักเสร็จ พี่พยาบาลก็นำยามาให้กิน 1 เม็ด ตอนนั้น จำได้ว่ามือเย็นมากก มึนๆหัวนิดหน่อย (อาการคล้ายคนจะเป็นลม555) พอเข้าไปในห้องพี่เค้าก็ให้เปลี่ยนนุ่งโสร่ง และขึ้นนั่งบนเตียงขายั่ง แล้วก็เล็มขนนิดหน่อย (ตั้งใจจะไปแว๊กซ์ แต่ไม่มีเวลา) พี่เค้าชวนคุย บอกว่าฟังเพลงเล่นโทรศัพท์ได้นะ ตอนทำ ผมก็ รับทราบ พอหมอเข้ามาก็ เตรียมตัวหยิบเข็มฉีดยาชาขึ้นมา บอกว่าจะฉีดยาชาแล้วนะ เราก็เตรียมใจว่าคงเจ็บมาก เพราะฉีดบริเวณน้องชาย แต่ผิดคาดครับ เข็มแรกเจ็บนิดเดียว(พี่นิตยาก็มา 555) เข็มสองผ่านไปหมอก็จะมีการเอาที่คีบมาเทสความรู้สึกว่า มีความรู้สึกหรือป่าว ก็บอกหมอว่ายังมีความรู้สึกแถวบริเวณเส้น หมอเลยฉีดเพิ่มอีกเข็ม ซึ่งเข็มนี้ฉีดใต้โคนบริเวณไข่ จะรู้สึกหน่วงๆนิดหน่อย รู้สึกของผมจะโดนไป 4เข็ม ช่วงฉีดยาชา ผมก็ชวนคุณหมอคุย ถามคุณหมอว่า ฉีดมากสุกี่เข็ม คุณหมอบอก 7 เข็ม แต่ส่วนมากจะอยู่ที่ 3 -4 เข็ม ผมก็เลยบอกคุณหมอว่าฉีดผมนำไปเลยครับ 7 เข็ม ก็ฮากันไป หมอบอกว่า ถ้ารู้สึกเจ็ม บอกได้ หมอจะฉีดยาชาเพิ่มให้เฉพาะจุด จนผมเริ่มมึนยาชา จึงนอนหลับตา แต่ทุกขั้นตอนที่ทำคุณหมอก็จะบอกก่อนทำ ว่าเริ่มเย็บเริ่มเก็บเส้นเลือด เริ่มทำอีกฝั่ง (สำหรับคนที่กลัวเจ็บแบบผม พอเริ่มรู้สึกปุ๊ป ก็ให้บอกคุณหมอว่าเริ่มรู้สึก คุณหมอจะเพิ่มยาชาให้ครับ) พอเริ่มหายมึนผมก็ชวนคุยหมอคุยโน่นคุยนี่ไปเรื่อยเปื่อยมีบางตอน ทำไปขำไป ไม่คิดว่าเป็นการผ่าตัที่ผ่อนคลายมากครับ ผมรู้สึกพลาดมากที่ตัดสินใจทำช้าไปหลายปี ข้ามมาช็อตที่ทำเสร็จนะครับ ก็เช็ดทำความสะอาดผมก็ขอพี่เค้าถ่ายรูป พี่เค้าบอกว่า คนอื่นเค้าขอถ่ายตั้งแต่ก่อนทำ ยังคิดอยู่ว่าทำไมเราไม่ถ่าย (คนรีวิวเยอะ 555) หลังจากนั้นก็นอนพัก แล้วก็เดินไปโลตัส ขี่มอไซต์กลับห้องครับ (ตอนนี้ยาชาหมดฤทธิ์ ละครับ รู้สึกเจ็บนิดๆ เหมือนแผลสดโดนน้ำ แบบทนได้ครับ) รูปหลังขลิบเสร็จครับ หลังทำแผลเสร็จครับ
  14. 7 points
    ผ่านไปเร็วมากสำหรับการขริบของผม ครบ 1 ปีพอดีในวันนี้ และดูเหมือนว่าสิ่งที่ผมได้รีวิวไว้ เป็นประโยชน์ให้ใครหลายๆ คนไปทำที่เดียวกับผมที่โรงพยาบาลพระราม 9 แม้จะมีราคาสูงหน่อย แต่ผลงานออกมาเป็นที่น่าพอใจมาก ที่สำคัญคือแผลไม่เยิน ไม่เจ็บเลยจริงๆ อย่างที่พอทราบกันว่าคุณหมอประภากรจะขลิบแบบชิดหัว ซึ่งเป็นแบบที่ผมชอบพอดี เพราะแทบจะไม่เห็นรอยตอนอ่อน แต่ของผมไม่ได้ตัดเส้นสองสลึงออกครับ แต่ก็ไม่ได้รู้สึกตึงแต่อย่างใด ส่วนตอนขยายตัว ก็จะเห็นรอยอยู่บ้าง แต่ไม่มากครับ บอกตรงๆ ว่าทำแล้วสบายตัวมาก ไม่มีปัญหาเรื่องหนังหุ้ม กลิ่น ปัญหามังกรกินหมี่ ไม่มีให้รำคาญใจอีกเลยครับ ยังไงก็แนะนำที่โรงพยาบาลพระราม 9 ไว้เป็นอีก 1 ทางเลือกละกันนะครับ ใครยังไม่เคยอ่านประสบการณ์ของผม ลองอ่านดูจาก Link ข้างล่างได้เลยครับ
  15. 7 points
    ผมเป็นคนที่หนังเยอะครับ แล้วก็กองใต้คอหยัก แต่ตอนนี้รู้สึกหนังหุ้มปลายเริ่มรัดมากขึ้นครับ โดยเฉพาะตอนช่วยตัวเองจะรู้สึกรัดที่คอหยัก ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่รู้สึกรัดมาก่อน บางครั้งมีอาการหนังหุ้มปลายแห้งๆ เหมือนขาดความยืดหยุ่นเวลาช่วยตัวเองก็จะเริ่มรู้สึกเจ็บเพราะไม่สามารถดึงหนังหุ้มลงมาให้พ้นคอหยักได้ ก่อนหน้านี้เคยอ่านโพสท์ที่อธิบายเกี่ยวกับการทำ auto circumcision แต่จำวิธีไม่ได้ครับ ตอนนี้พยามหาโพสท์นั้นแต่ผมหาไม่เจอ ยังไงรบกวนพี่ๆช่วยส่งลิงค์ให้หน่อยครับ ผมจะลองเปิดหัวไว้ทั้งวัน เผื่อปลายหนังหุ้มจะขยายกลับมาเป็นเหมือนเก่า ขอบคุณครับ
  16. 7 points
  17. 6 points
    พอดีวันนี้เราเข้าบ้านมา ลืมของไว้ว่าจะมาเอา แต่ดันไปเจอลูกชายผม ก็วัยมัธยมแล้วล่ะกำลัง ทำหน้าที่ลูกผู้ชายเลยกับผู้สาว เราก็ตกใจนิดนึงตั้งสติ แอบดูสักพัก(เอวดีเหมือนพ่อวะ) และเดินถอย ออกมา ดีแล้วใช่ไหมไม่ไปขัดลูก และควรภาคภูมิใจลูกชาย หลังจากนั้นค่อยหาจังหวะสอนเขาดีไหม? ตอนหลังวิธีการป้องกัน กระบวนการต่างๆ อยากสอนแต่กลัวลูกมันจะเขิน (ก็เคยแก้ผ้าอาบน้ำกับลูกนะมันไม่น่าจะเขิน) #คุณพ่อวัน30กลางๆ
  18. 6 points
    ไม่ต้องใจครับคุณหมอ ผมอยากให้ Sarikamenhealth อยู่คู่สังคมผู้ชายไปนานๆ ครับ ผมได้ความรู้ในการดูแลตัวเอง ได้คำแนะนำที่ทำให้สบายใจครับ
  19. 6 points
    อยากให้หนังหุ้มเปิดได้มากๆ ทำไงดีครับ
  20. 6 points
    สวัสดีครับ วันนี้ผมจะมาเขียนถึงการยืดขนาดความยาวของอวัยวะเพศนะครับ เพราะหลายคนก็น่าจะมีเจอปัญหาเดียวกับผมคือไม่มีความมั่นใจในขนาดของตัวเอง คือผมอายุ 24 สูง 168 หนัก 50 นะครับพึ่งเรียนจบ ก่อนหน้านี้เลยลองมาแล้ว 2-3 ครั้งแต่ความพยายามไม่มากพอ (เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา) ทั้งหาข้อมูลและลองทำ สุดท้ายก็ไม่เคยเกิน 3 วันก็ถอดใจ ตอนนี้ผมมีเวลาอยู่กับตัวเองมากขึ้นเพราะออกมาทำงานและอยู่ห้องคนเดียว (ตอนเรียนอยู่แต่กับเพื่อน) และไม่เชื่อทฤษฎีที่คนอื่นบอกว่าจู๋เราโครงสร้างภายในคือฟองน้ำไม่สามารถยืดขนาดได้อีก แต่วันนี้ผมใช้ทฤษดวยของผมเอง ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่าขนาดเดิมของผมคือใส่ถุงยางไซต์ 49 ยาว 4" เป๊ะๆ ผมเริ่มมาลองทำจริงจังตอนต้นเดือนธันวาคมนี้เอง 2/12/61 เพราะมาเจอกระทู้ในเว็บนี้ทำให้ผมลองดูอีกสักครั้ง ทำแบบวิธีธรรมชาตินะครับไม่ได้ใช้ยาหรือสารอะไรมาทา -ขั้นแรกผมจะนวดก่อนครั้งจนมันแข็งตัวสัก 5 นาที -ค่อยๆรูดลงไปทำนิ้วแบบโดนัทกลมๆ ช่วงแรกผมไม่มีเจลผมใช้วิธีดึงจนสุดแล้วขึ้นมารูดจากโคนลงไปใหม่ ช่วงหลังใช้เจลเลยใช้สองมือช่วยทำได้ (ทำตอนอ่อนตัว) -ดึงลงข้างล่าง (ผมไม่ได้ฟิกเวลานะครับ คือดูตามความเหมาะสมแต่ก็นานพอสมควร) พอได้สักระยะก็ดึงไปทางซ้ายและขวา -สบัดขึ้นลง สบัดซ้ายขวา ใช้เวลาสักพัก พอมันแข็งแล้วก็นวด -รูดลงไปและค้างไว้สักพักก็ได้ แล้วค่อยรูดลงไปใหม่ให้ต่อเนื่อง -สำหรับใครที่ดึงๆอยู่แล้วมันแข็ง วิธีทำให้อ่อนตัวคือขมิบก้นนะครับจะช่วยได้ -ทำแบบนี้วนไปวนมาสัก 3 รอบ สำหรับผมใช้เวลาวันละประมาณ ครึ่งชั่วโมงบางทีก็เกือบชั่วโมงเพราะเพลิน -อย่าทำแรงนะครับช่วงแรก เกรงว่าเดี๋ยวท่อปัสสาวะจะอักเสบเอา (เป็นห่วง) -ผมทำ 2 วันติดกัน พัก 1 วัน (วันที่พักถ้ากลัวไม่ต่อเนื่องก็นวดเบาๆบีบๆก่อนนอนสัก 5 นาทีพอ) -ถ้าอยากเห็นผลจริงคือต้องทำต่อเนื่องครับ ผมทำมาตั้งแต่วันที่ 2/12/61 จนวันนี้วันที่ 13/12/61 (2 วันพัก 1 วัน) ทำแบบค่อนข้างเอาจริงเอาจังมากแต่ละวัน -สำคัญคือควรใช้เจลนะครับ ถ้าอยากจะให้ธรรมชาติกว่านั้นน้ำมันมะพร้าวก็ช่วยได้ เพราะถ้าไม่ใช้จะเจ็บบริเวณหนังหุ้ม **ผลลัพธ์คือวันนี้ผมอึ้งมากแบบจริงจังคือมองดูรู้เลยว่ายาวขึ้นกว่าปกติ เหตุที่ทำให้รู้สึกว่ายาวขึ้นเพราะว่า ปกติเวลาผมกำอวัยวะเพศตอนแข็งง่ามมือระหว่างนิ้วโป้งกับนิ้วชี้จะอยู่ใต้หัวมันพอดีเลย แต่วันนี้รู้สึกว่ามันห่างขึ้นมากเลยวัดดูปรากฏว่า 5 นิ้วแล้วครับ จาก 4 นิ้ว เพราะสองวันก่อนหน้านี้ผมวัดดูมันยาวมาแค่ 8 มิล ข้อดีที่ผมได้คือผมรู้สึกว่าอวัยวะเพศผมแข็งตัวดีขึ้นแข็งแบบสุดๆน่าจะเพราะการนวด และกระดกดีขึ้นเป็นเพราะการขมิบก้น 100 ครั้งต่อวัน และผมจะทำต่อไปจนกว่าจะได้ความยาวที่พอใจ ปล.ที่ไม่ได้ถ่ายรูปเปรียบเทียบก่อนและหลังไว้คือไม่คิดว่าจะเห็นผลเร็วขนาดนี้ และกะว่าจะลองทำเงียบๆคนเดียว เพราะที่ผมเคยอ่านมาเขาประมาณกันว่า 2 เดือน สรุปว่าได้ผลเร็วกว่าที่คิดเลยมาเล่าประสบการณ์ให้ฟัง เพราะก็เคยเห็นหลายคนโพสในกลุ่มถามเรื่องแบบนี้ ถ้าหากว่าสนใจก็ลองทำดู อย่ารุนแรงกับมันนะครับ ...ด้วยความหวังดี
  21. 5 points
    หลังจากขรอบวันที่ 28 ที่ผ่านมา บางทีตอนแข็งชอบเผลอขมิบแล้วก็ปวดตลอด เมื่อเช้าเลยเห็นเป็นน้ำซึมมาจากตรงที่เย็บเส้นนิดนึง พันหลวมไปหน่อย
  22. 5 points
    1 อาทิตย์ผ่านไป ตัดเส้นไหมที่ยาวออกเพราะเกี่ยวกับผ้าทำให้เจ็บแผล กินยาลดบวม(ช่วยได้เยอะมาก ขอบคุณพี่ๆที่แนะนำ) ขวดยาคูล ช่วยได้เยอะมากล้างแผลเช้า-เย็น ทำเองตั้งแต่วันแรกผมว่าสะดวกดี แล้วก็ไม่เจ็บเหมือนพยาบาลทำ
  23. 5 points
    ครบ15 วันแล้วไหมหลุดหมดแล้วครับ แต่ตรงเส้นแผลยังไม่แห้งดีเลย แผลแบบนี้ปกติหรือเปล่าครับ
  24. 5 points
    ส่วนภาพนี้ตอนอ่อนครับที่ออนเซ็นญี่ปุ่นครับ
  25. 5 points
    อายุ 40 กว่า สูง 180cm หนัก 82kg ครับ 17cm นี่ต้องเบ่งกล้ามครับ 16.5cm นี่ได้ครับ รอบพอดีๆ 13.5cm รอบแน่นๆ 13cm คงพอช่วยได้บ้างนะครับ
This leaderboard is set to Bangkok/GMT+07:00
×

Important Information

ในการใช้งานเว็บไซต์คุณต้องยอมรับข้อตกลง Terms of Use.Privacy Policy