Jump to content

Leaderboard


Popular Content

Showing content with the highest reputation on 03/23/2017 in all areas

  1. 2 points
    สืบเนื่องจากกระทู้ที่ตั้งคำถามไว้เมื่อวาน (21 มีนาคม 2560) วันนี้เลยตัดสินใจไปขริบมา ผลจากการไปขริบมาที่คลินิกบางกะปิ วันที่ 22 มีนาคม 2560 1. คิดอยู่นานมากว่าควรจะขริบดีมั้ย (ประเด็นหลักๆ เลยคือ อายหมอและพยาบาล) เพราะเวลาแข็งก็เป็นอย่างที่เห็นครับ คือถ้าเปิดสุดที่ต้องใช้สบู่ ไม่งั้นจะเจ็บ แล้วก็หนังก็จะรัดตรงโคน 2. หาข้อมูลอยู่พักนึง เปิดไปเปิดมามาเจอข้อมูลใน Sarikamenhealth ขอบคุณมา ณ โอกาสนี้ สุดท้ายก็ตั้งกระทู้ถามและก็ไปทำซะที 3. มีหลายราคามาก ผมโทรไปถามก็มีตั้งแต่ 2-3 พันบาท ไปจนถึงหมื่นบาท หลายที่หมอจะไม่ได้อยู่ทุกวัน ต้องไปวันที่หมออยู่ ผมต้องทำงานทุกวัน หยุดไม่แน่นอน สุดท้ายมาเจอที่บางกะปิคลินิก ราคา 5500 หมออยู่ทุกวันเว้นวันอาทิตย์ คลินิคจะเปิดตั้งแต่เช้า แต่จะเปิดรับขริบตั้งแต่บ่ายโมงถึงประมาณ 6 โมงเย็น 4. เข้าไปตอนแรกเห็นสถานที่แล้วค่อนข้างจิตตก เพราะสถานที่เก่าพอสมควร (แต่อุปกรณ์ที่ใช้ทำสะอาดนะครับเพียงแต่สถานที่จะค่อนข้างเก่าถ้าไปเทียบกับพวกโรงพยาบาลเอกชน) แต่ไหนๆ ก็อุตส่าห์ถ่อมาแล้ว เอาวะ เป็นไงเป็นกัน (ความอายก็ยังมีอยู่ สาเหตุหลักที่ไม่ยอมขริบซักที) 5. จะมีผู้ช่วยหมอผู้ชายถามว่ามาทำอะไร ผมตอบสั้นๆ เลยว่ามาขริบ ก็มีขอประวัตินิดหน่อย ช่างน้ำหนัก แล้วก็คุยกับหมอ หมอบอกว่าขริบแล้วต้องทำแผลทุกวัน และห้ามโดนน้ำเด็ดขาดเพราะไหมที่ใช้เย็บแผลเป็นไหมละลาย ถ้าโดนน้ำไหมจะละลายและจะเกิดหลายปัญหาตามมา (หลักๆ คือ ไหมละลายก่อนแผลจะติด ก็จะทำให้แผลแยก) และแผลไม่สวย ตอนนี้มีความกลัวอยู่เพราะส่วนตัววันถัดมาทำงานเช้ายันค่ำ แต่หมอบอกว่างั้นก็ปิดเอาไว้ก่อนห้ามโดนนำ้แล้วมาพบวันถัดไป ถ้าสุดวิสัยก็อาจต้องทำเอง แต่หมอไม่ค่อยอยากให้ทำเองก่อนเพราะเราอาจรู้สึกเจ็บเนื่องจากตอนทำแผลไม่มียาชาแล้วทำให้พันไม่แน่นเพราะทนเจ็บไม่ได้ จนอาจทำให้แผลไม่สวย TT 6. เตรียมขึ้นเขียง เข้าห้อง ผู้ช่วยหมอจะให้กินพารา 1 เม็ด และให้ถอดกางเกงนุ่งโสร่ง ตอนถอดก็แอบรู้สึกอายนะแต่พอขึ้นขาหยั่งทั้งผู้ช่วยหมอและหมอมืออาชีพมาก ผู้ช่วยทั้งเล็มขนให้ เช็ดทำความสะอาดแบบมืออาชีพ ทำให้ไม่รู้สึกเขินแล้ว การตัดก็ให้เพือ่ให้ง่ายต่อการทำแผล (บางแห่งจะโกน) และดำเนินการทำความสะอาดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ ปูผ้า และเข้าสู่ขั้นตอนของหัตการ 7. หมอฉีดยาชา ทั้งหมดประมาณ 4 เข็ม เข็มแรกฉีดเข้าที่โคน โดยเข็มแรกจะรู้สึกเจ็บหน่อย แต่เป็นอาการเจ็บที่ทนได้นะครับไม่ได้ปวดจนทนไม่ได้ แล้วจะนวดให้ยาออกฤทธิ์ แล้วฉีดยาชาต่อจนครบ หมอจะถามและตรวจสอบว่ามีอาการปวดหรือเจ็บรึเปล่าเพื่อเช็คผลของยาชา หลังจากนั้นก็ดำเนินการขริบและตัดเส้นสองสลึงซึ่งกินเวลาประมาณเกือบครึ่งชั่วโมง ของผมหมอบอกมีอาการแข็งตัวระหว่างเย็บแผลซึ่งจะทำให้เย็บกว่าตอนหดตัวเลยใช้เวลานนานขึ้น (หมอบอกเกิอประมาณ 1 ในร้อย ควรดีใจมั้ย TT) ระหว่างขริบก็จะมีการให้ซักถามข้อสงสัยต่างๆ และหมออนุญาตให้ถ่ายรูปด้วยเลยถ่ายทั้งรูปและวิดีโอมาเก็บไว้เป็นอนุสรณ์ แหะๆ พอเวลานานขึ้นยาชาก็เริ่มหมดฤทธิ์ครับ เริ่มรู้สึกเจ็บ หมอเลยถามว่าฉีดยาชาเพิ่มมั้ยหรือว่าทนได้ ผมเลยขอเพิ่มนะครับแล้วดำเนินการเย็บแผลจนเสร็จ 8. ผู้ช่วยหมอก็จะทำความสะอาดแผลและทำแผลให้สอนเรื่องการทำแผลว่าจะต้องทำอย่างไรบ้าง หลักๆ คือ ต้องพันแผ่นตาข่าย (bactigras) เพื่อกันไม่ให้แผลติดกับผ้าก๊อซ จากนั้นก็พันผ้าก๊อซ ผ้าก๊อซแบบยืด และพันเทป โดยต้องพันให้อยู่ใต้ปลายหัว เวลาหดจะได้ไม่หลุด 9. หลังจากนั้นก็สวมกางเกง เวลาลุกต้องระวังครับ เพราะอาจจะมีอาการมึนและวิงเวียนจากยาชา และให้นอนพักประมาณครึ่งชั่วโมงก่อนเดินทางกลับ ระหว่างนี้อาการปวดจะเริ่มมา อาการปวดจะเจ็บไม่มากนะครับ ประเด็นคือให้รีบทานยาแก้ปวดนะครับ 10. ผู้ช่วยหมอจะเข้ามาเช็คแผลอีกทีว่ามีเลือดออก หรือเรียบร้อยดีหรือเปล่า จากนั้นก็รับยา (มียาฆ่าเชื้อ ยาลดบวม และยาแก้ปวด) และจ่ายค่าเสียหายครับ ขออนุญาตลงรูปครับ รูปที่ 1 และ 2 สภาพก่อนทำหนังรัดหัวทำให้รู้สึกเจ็บ รูปที่ 3 สภาพหลังจากทำเสร็จ รูปที่ 4 สภาพหลังทำแผลเสร็จ ติดเทปให้ชี้ขึ้นเพื่อไม่ให้เลือดไหลไปกอง สุดท้าย ทำเถอะครับไม่ต้องลังเล ไม่มีอะไรน่ากลัว (ตอนนี้นะ) แล้วจะอัปเดทการทำแผลเรื่อยๆ นะครับ
  2. 1 point
    ผมอายุ 19 ครับ ยาวเกือบ 15 cm. สงสัยหลายอย่างเลยครับ 1.ผมสงสัยว่าผมควรขริบไหมครับ ตอนอ่อนคือหนังหุ้มปลายมันปิดหมดเลยครับ ผมต้องคอยจับเปิดไว้ตลอดอ่าครับ คืออยากจะเปิดไว้ตลอด แต่ก็กลัวไม่กล้าขริบ 2.ผมถอกสุดยังครับ ผมไม่ค่อยเข้าใจสักเท่าไหร่ เคยอ่านเค้าบอกว่าถอกสุดนี่หัวต้องเปิดตลอดเวลา เลยงง 3.ขนาดของผมนี่ อยู่ในขั้นสมส่วนใช่ป่าวครับ ขอบคุณครับ
  3. 1 point
    จากรีวิวในยิ้มหวาน ผ่านมา5ปี
  4. 1 point
    น่าใช้โคแบน พันทับอีกทีครับ จะช่วยกันการแข็งตัว และน้ำปัสสาวะที่จะกระเด็นไปโดนผ้าก็อต ครับ
  5. 1 point
    update วันที่ 2 จากการขริบนะครับ เรื่องแรกที่จะรู้สึกนอยด์มากคือ ฉี่แล้วมันออกไม่หมด มีน้ำติดมากับผ้า (ตัดเส้นสองสลึงด้วยแผลเลยมาถึงปลาย) สุดท้ายก็เปื้อนต้องรีบซับแล้วเอาไดร์เป่าผมเป่า (ลมเย็น) ให้แห้ง วันนี้ติดงานยังไปเปิดแผลให้หมอดูไม่ได้ หมอบอกค่อยมาอีกวันแต่ต้องดูแลให้แห้งให้ดีเพราะจริงๆ แล้วต้องทำแผลทุกวัน พรุ่งนี้ไปกะว่าจะทำเองให้ผู้ช่วยหมอดู จะได้เอาไปทำเองเพราะเดินทางไปไกลมาก (เลิกงานแล้วกว่าจะเดินทางไปถึงคลินิกก็ปิดก่อน) เมื่อคืนนอนมีปวดบ้าง แข็งบ้างแต่กินยาแก้ปวดกันเอาไว้เลยช่วยเอาไว้ได้
  6. 1 point
    สำนักบางกะปิครับ
  7. 1 point
    2 โทนอย่างหล่อเลยค้าบบ
  8. 1 point
    ดูดี เท่ห์มาก คับ
  9. 1 point
    แจ่ม มาก ทำที่ไหนครับ ใช่สันติชนไหม
  10. 1 point
    คือผ่านมา 6 สัปดาห์แห่งการขริบ ทุกวันนี้ปกติแล้ว น่าจะเหลือแค่แผลภายใน แต่แปลกที่พอผมขริบมาแล้ว ใส่กางเกงในไม่ได้เลยครับ จะคันที่หัวเห็ดตลอด ทั้งๆที่เมื่อก่อนเวลาใส่เกงในเมื่อก่อนก็ถอกหัวก่อนแล้วเก็บเข้าเกงในก็ไม่คัน แต่หลังจากขริบมา ใส่ไม่ได้เลยครับคันตลอด อยู่บ้านไม่ใส่เกงในก็ไม่มีเป็นปัญหา แต่พอออกไปข้างนอกนี่ดิ ผมต้องเอาผ้ากอซนุ่มๆ หรือ แผ่นสำลี หรือ ทิชชู่หนาๆมากันที่หัวเห็ดไม่ให้มันโดนกางเกงใน มันเหมือนปัญหาเล็กๆ แต่ทำให้ใช้ชีวิตลำบากพอควรเลย
  11. 1 point
    หนึ่งสิ่ง คุณต้องยอมรับในตัวเองครับว่าของที่มีมามันไม่สามารถไปทำให้ใหญ่ขึ้นได้ ยาโฆษณาก็คือการหลอกลวง และการหากินของมนุษย์กลุ่มหนึ่ง ซึ่งแน่ละครับเรื่องการอยากมีสิ่งนั้นใหญ่ คือความภูมิใจของชายทุกคน แต่มันจะจริงหรือไม่คืออยากมี แต่ผมยังไม่เคยเห็นใครประสพความสำเร็จสักราย กรณียาทา เครื่องนวดครับ ?
  12. 1 point
    จากประสบการณ์ตรงนะครับ การใส่บ็อกเซอร์ให้ความรู้สึกสบายกว่ามากครับ (แบบเป็นกางเกงขาสั้นผ้าฝ้ายเลย ไม่ใช่กกน.ทรงขาสั้น (Trunk, Boxer Brief) นะครับ) ไม่ต้องคอยกังวลว่าจะจัดจู๋ไปทางซ้าย-ขวา-บน-ล่าง เพราะมันจะห้อยตามธรรมชาติของมันเองเลย เวลาอยู่ที่ไหนก็ตามแล้วเราจำเป็นต้องถอดกางเกงออก ก็ดูไม่โป๊ เพราะเหมือนกับว่าเรายังใส่กางเกงขาสั้นอยู่ แต่อาจจะมีปัญหาเวลาแต่งตัวนิดหน่อย เช่น ถ้าเราใส่กางเกงขาสั้น บ็อกเซอร์อาจจะยาวเลยออกมาจากกางเกง ถ้าเราชอบใส่กางเกงขาลีบ (กระบอกเล็ก/เดฟ) ก็อาจจะต้องยัดบ็อกเซอร์ลงไปลึกๆ ไม่อย่างนั้นอาจจะกองเป็นก้อนขยุกขยุยได้ครับ หรือถ้าเราใส่บ็อกเซอร์ตัวเดียวเดินไปเดินมาการแกว่งของจู๋จะเห็นได้ชัดมาก การออกกำลังกายก็อาจจะไม่สะดวกเท่าไหร่ ยิ่งเวลานั่งตัองระวังเป็นพิเศษครับ นั่งชันเข่า นั่งกางขานี่แทบไม่ได้เลย อะไรต่อมิอะไรมันไหลออกมาหมดเลยครับ (ผมเคยไปเที่ยวตจว.แล้วสักพักพี่คนขับรถเดินมาบอกว่าหำไหลออกมาหมดแล้ว 5555) เรื่องการแข็งตัวตอนแรกก็กลัวอยู่เหมือนกันนะครับ ว่ามันจะแข็งตัวง่ายขึ้นหรือเปล่า แต่พอลองใส่ดูแล้ว ผมว่าใส่กกน.แบบปกติทรงมาตรฐาน (Brief) มีโอกาสแข็งตัวได้ง่ายกว่ามากครับ เพราะว่ามันค่อนข้างจะรัดกระชับจู๋ของเรามากกว่า การเสียดสีที่เกิดขึ้นมันเลยแนบแน่นมากกว่าครับ ทั้งนี้ก็ลองดูได้ครับ ไม่เสียหาย ตอนนี้ผมก็ใส่สลับกันไปมาระหว่างกกน.กับบ็อกเซอร์อยู่ครับ
This leaderboard is set to Bangkok/GMT+07:00
×
×
  • Create New...

Important Information

ในการใช้งานเว็บไซต์คุณต้องยอมรับข้อตกลง Terms of Use.Privacy Policy