Jump to content

Plutoid

Members
  • Content Count

    9
  • Donations

    0.00 THB 
  • Joined

  • Last visited

Community Reputation

12 Bronze

3 Followers

About Plutoid

  • Rank
    Newbie

Recent Profile Visitors

The recent visitors block is disabled and is not being shown to other users.

  1. ขอบคุณครับ ของผมลองแตะๆ จับๆ ดู ก็มีอะไรแข็งๆ ใต้ผิวเหมือนกันครับ ยังไงก็มาอัพเดทกันอีกนะครับ
  2. สวัสดีครับ วันนี้ผมมาอัพเดทอาการหลังจากขริบครบ 1 สัปดาห์นะครับ Day 7 - 8 วันที่ 17-18/04/2019 ผมยังคงล้างแผลทุกวันครับ อาการก็ไม่มีอะไรมาก พบว่ามีอาการบวม ช่วงขอบๆ หัว แล้วก็ใต้หัวด้านขวาครับ ตอนทำแผลผมก็เลยพันส่วนหัวตรงที่บวมๆ ไปด้วย โดยรวมแผลแห้งเกือบดีแล้วครับ บางจุดลองเอาสำลีชุบน้ำเกลือ เช็ดๆ ดู พบว่ามีเลือดกับน้ำเหลืองซึมออกมาน้อยมากๆ แล้ว รอยช้ำต่างๆ พบว่าดูดีขึ้นเรื่อยๆ เลยครับ จะมีจุดที่รู้สึกเจ็บก็คือแผลตรงเส้น เห็นไหมที่เย็บมันเป็นเงี่ยงแหลมๆ แข็งๆ ชอบไปเกี่ยวกางเกงใน ผมเลยเอาทิชชูมารองไว้ในกางเกงในเพื่อไม่ให้เจ็บครับ Day 7 Day 8 อัพเดทความเปลี่ยนแปลงครับ มีคำถามครับ - คุณหมอบอกว่า ครบสัปดาห์ก็ให้โดนน้ำได้แล้ว แต่ผมยังไม่กล้าครับ ไม่ทราบว่าผมควรรออีกกี่วันดีครับ สภาพแผลก็ใกล้แห้งดีแล้วครับ ขอบคุณครับ
  3. อาการเป็นอย่างไรบ้างครับ มาเล่าให้ฟังบ้างนะครับ ทำไมถึงอยากขริบอ่ะครับ ยังไงก็ศึกษาข้อมูลไว้เยอะๆ เลยครับ ผมเอาใจช่วย อายุ 25 ครับผม
  4. สวัสดีครับ วันนี้ผมมาอัพเดทอาการช่วงที่ผ่านมานะครับ Day 4 - 6 วันที่ 14-16/04/2019 รู้สึกว่าตรงหัวนี่ช่างบอบบางเหลือเกินครับ เสียดสีกับกางเกงในก็เจ็บๆ โดนอะไรนิดหน่อยก็เจ็บ คงต้องใช้เวลาให้มันด้านอีกสักพัก ช่วงนี้ท่าเดินผมก็จะแปลกๆ คนที่บ้านถาม ผมก็บอกว่าปวดเท้า ฮ่าๆ แล้วก็ช่วงเช้าๆ ตอนนอนอยู่นี่จู๋แข็งด้วยครับ รู้สึกเจ็บๆ ตรงแผล เลยรีบนอนตะแคงงอเข่าเลยครับ ช่วงวันที่ 4 - 5 ผมได้ล้างแผลเองครับ เนื่องจากยังคงมีเลือดกับน้ำเหลืองซึมออกมาจากแผลตรงเส้น อาการโดยรวม พบว่ารอยช้ำม่วงค่อยๆ จางลงแล้วครับ แต่มีอาการบวมเพิ่มขึ้นมา และผิวบริเวณหัว สีออกเหลืองๆ แล้วก็เริ่มแห้งๆ แล้วครับ วันที่ 6 ผมได้เข้าไปทำแผลที่คลินิกครับ ผู้ช่วยหมอเขาก็ถามผมว่าได้แกะผ้า ล้างแผลบ้างไหม ผมก็บอกว่าล้างแผลทำแผลทุกวันเลยครับ และก็บอกอาการตามที่ว่าไปด้านบนครับ เขาบอกว่าอาการบวมที่เกิดขึ้นเพราะผมพันผ้าไม่กระชับ แต่ตอนที่เขาเปิดแผลออกมาดู เขาบอกว่าไม่บวมแล้วครับ คุณหมอก็เข้ามาดูด้วย บอกว่าแผลดูดีเลย ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง ตอนพันแผลรอบนี้ รู้สึกเจ็บมากกว่าตอนทำแผลครั้งแรกครับ เพราะว่าเขาดึงผ้าค่อนข้างแน่นเลย เขาก็บอกอีกว่าไอที่ผมพันไม่แน่นก็เพราะว่ากลัวเจ็บนั่นเอง ปล. ค่าทำแผล 150 บาทต่อครั้งนะครับ ผมแนะนำว่าถ้าสามารถทำเองได้ควรทำเองครับ แต่ถ้าอยากให้มั่นใจก็ไปทำที่คลินิกได้ครับ ไว้จะมาอัพเดทอีกเรื่อยๆ นะครับ ขอบคุณครับ
  5. ขอบคุณสำหรับคำแนะนำครับ เดี๋ยวผมจะมาอัพเดทเรื่อยๆ เลยครับ นี่อยากให้เวลาผ่านไปเร็วๆ มากเลยครับ ขอบคุณนะครับ
  6. ขอบคุณครับ อายุ 25 ครับผม ตอนแข็งตัวขณะทำ ผมก็ไม่แน่ใจนะครับ หมอทักช่วงต้นๆ แต่ไม่รู้ว่ามันแข็งตลอดการทำไหม เพราะปิดตาไว้อยู่ ฮ่าๆ
  7. สวัสดีครับ วันนี้ผมจะมารีวิวประสบการณ์การขริบนะครับ ส่วนตัวศึกษาการขริบอยู่ประมาณ 1-2 สัปดาห์ครับ ดูรีวิวการขริบจากในบอร์ดของหลายๆ คนเลย จนวันที่ 11/04/2019 ที่ผ่านมาได้ตัดสินใจไปขริบที่ บางกะปิคลินิกเวชกรรม ครับ สาเหตุที่ขริบ เนื่องจากจู๋ผมมีหนังหุ้มปลายเยอะมาก ซึ่งปกติจะรูดออกมาทำความสะอาดตอนอาบน้ำได้ แต่จะมีหนังส่วนที่ตีบและรัด เวลาแข็งตัวจะเห็นได้ชัด เลยอยากขริบครับ วันที่ไปขริบ Day 1 วันที่ 11/04/2019 - ตัดสินใจเดินทางไปที่คลินิก ผมเข้าไปถึงประมาณบ่ายโมงครึ่ง ถึงคลินิกก็แจ้งว่าจะมาขริบ เจ้าหน้าที่ก็จะกรอกประวัติ แล้วให้ผมนั่งรอเรียกชื่อ สักพักคุณหมอก็เรียกเข้าไปซักถามครับ ว่าทำไมถึงขริบ ผมก็บอกเหตุผลตามข้างบนไป แล้วก็พูดคุยเกี่ยวกับการขริบเพิ่มเติม รวมไปถึงวิธีการปฏิบัติตัวหลังการขริบด้วยครับ และคุณหมอบอกให้มาล้างแผลที่คลินิกวันถัดไปครับ เพราะจะสอนวิธีทำแผลด้วย เนื่องจากคลินิกจะปิดช่วงสงกรานต์ - พูดคุยเสร็จ คุณหมอก็ให้ออกมานั่งรอเตรียมตัวครับ วันนั้นมีคนมาขริบเป็นคิวต่อเนื่องเลยครับ พอถึงคิวของผม ผู้ช่วยหมอก็จะให้ผมกินยาแก้ปวด 1 เม็ดก่อน และให้เข้าห้องน้ำให้เรียบร้อย จากนั้นก็เข้าห้องตรวจครับ ทางผู้ช่วยหมอก็จะให้ผมถอดกางเกงออกให้หมด แล้วนุ่งโสร่งแทนครับ แล้วก็ให้ขึ้นเตียงที่มีขาหยั่ง ผู้ช่วยหมอก็จะเปิดโสร่ง แล้วเช็ดทำความสะอาดบริเวณจู๋ครับ (ผมค่อนข้างจู๋แข็งได้ง่ายครับ พยายามไม่คิดถึงเรื่องนั้น ก็ไม่อ่อนตัวลงเลยครับ ฮ่าๆ) - แล้วคุณหมอก็เข้ามาปฏิบัติการครับ ผู้ช่วยหมอจะให้ผ้ามาปิดตาครับ ผมก็ปิดตาเพราะไม่อยากดูอะไรทั้งนั้น เริ่มต้นจากฉีดยาชาครับ จำนวน 3 เข็ม แล้วก็ทดสอบว่าผมยังรู้สึกเจ็บบริเวณนั้นอยู่ไหม แล้วมีจุดนึงที่ผมยังรู้สึกเจ็บอยู่ คุณหมอก็เลยฉีดเพิ่มอีก 1 เข็มครับ แล้วก็ทดสอบอีกครั้ง เมื่อผมไม่รู้สึกเจ็บแล้ว คุณหมอก็ลงมือขริบครับ - ระหว่างทำคุณหมอก็จะบอกเสมอว่าตอนนี้กำลังทำขั้นตอนไหนอยู่ และคุณหมอกับผู้ช่วยหมอก็มีชวนผมคุยด้วย ระหว้างนี้ฤทธิ์ยาชาทำให้มึนหัวเลยครับ ปากชา ลิ้นชาด้วย แถมคุณหมอกดมาโดนไข่ผมบ่อยมากเลยครับ เจ็บด้วย คุณหมอบอกว่าจู๋ผมแข็งตอนทำด้วยอะครับ เสร็จขั้นตอน คุณหมอก็บอกว่าขริบได้ระดับ 2 หลังจากเย็บไหมเสร็จ ผู้ช่วยหมอก็จะเช็ดทำความสะอาด แล้วก็ทำแผล พันแผลให้ครับ เขาบอกด้วยครับว่าไข่จะม่วง รวมเวลาขริบทั้งหมดประมาณ 30 นาที - ตอนลุกขึ้นจากเตียงนี่มึนหัวมากเลยครับ เดินเซ จากนั้นผู้ช่วยหมอก็พาผมไปนอนที่ห้องพัก เพื่อรอให้ฤทธิ์ยาชาหมดครับ - หลังจากนอนพักแล้ว ก็มารับยา (ยาแก้อักเสบ และยาแก้ปวด) และจ่ายเงินทั้งหมด 5,500 บาทครับ (ขริบ + ตัดเส้น) Day 2 วันที่ 12/04/2019 - วันนี้มาล้างแผลที่คลินิกครับ วันนี้ก็ยังเห็นมีคนอื่นมาขริบด้วยครับ คงอาศัยช่วงหยุดยาวสงกราต์นี้แหละ - ถึงคิวก็ขึ้นเตียงแล้วก็ถอดกางเกงครับ ผู้ช่วยหมอก็จัดการเอาผ้าพันแผลของเมื่อวานออก แล้วก็ทำแผลตามขึ้นตอนพร้อมแนะนำวิธีให้ผมไปด้วยครับ ผู้ช่วยหมอบอกว่า ถ้าแผลไม่ชื้น ไม่แฉะ ให้ข้ามวันได้เลยครับ แล้วพยายามอย่าไปรบกวนแผลมาก ทำเสร็จแล้วรู้สึกว่าวันนี้พันไม่แน่นเท่าวันแรกครับ - จากนั้นก็ไปจ่ายเงิน พร้อมรับอุปกรณ์ทำแผลมาครับ (ผ้าก๊อซ + เบดาตีน + เทปติด + ผ้าตาข่าย + ผ้าพันแบบยืดได้ + Bactigras) ปล. Day 1 กับ Day 2 ผมไม่ได้ถ่ายรูปไว้นะครับ ขอโทษด้วยครับ Day 3 วันที่ 13/04/2019 มันมีน้ำเหลืองกับเลือดซึมออกมานิดหน่อยตรงแผลบริเวณเส้น แล้วก็เหม็นกลิ่นน้ำเหลืองอะครับ เลยได้ลองทำแผลเอง ค่อนข้างใช้เวลานานเลยครับ ตั้งแต่แกะผ้าอันเก่า จนถึงพันผ้าอันใหม่ ผมพันแผลได้ไม่เหมือนที่คลินิกทำเลยครับ ฮ่าๆ เดี๋ยวพรุ่งนี้จะลองดูใหม่ ผมถ่ายรูปแผลมาให้ดูครับ รอบเย็บดูดีเลยครับ แต่พบว่ามีอาการบวมบริเวณใต้หัว และมีช้ำม่วงตรงหัว กับตรงไข่(ตามที่คุณหมอบอก) ครับ การปฏิบัติตัวหลังการขริบ - รู้สึกว่าตอนฉี่จะเป็นปัญหาครับ กลัวฉี่เลอะผ้าพันแผล เลยเอาขวดน้ำมารองครับ เอาปากขวดมาจ่อตรงรูเลยครับ แล้วเอาทิชชูมากันแผลตรงเส้นไว้ ตอนฉี่ก็พยายามดันลำไปด้านหลังให้ฉี่มันหยดลงแนวดิ่ง ฉี่จะได้ไม่ไหลไปโดนแผล แล้วก็ใช้ทิชชูซับฉี่ที่ค้างอยู่ตรงรูครับ - ผมใส่กางเกงในที่กระชับ แล้วก็เก็บหัวพาดขึ้นครับ - ช่วงนี้ก็เน้นกินแคปซูลใบบัวบก + วิตามินซี + อาหารที่มีโปรตีน แล้วก็กินยาที่คลินิกให้มาครับ - พยายามไม่กังวล หรือคิดถึงเรื่องแผลครับ คิดว่าปล่อยให้เวลาผ่านไป แล้วแผลจะดีขึ้นเองครับ มีคำถามครับ - อาการช้ำม่วงๆ นี่ถือเป็นปกติไหมครับ รู้สึกว่าม่วงมากจนเกือบดำเลยครับ แล้วจะมาอัพเดทเรื่อยๆ นะครับ ขอบคุณที่เข้ามาติดตามครับ
×
×
  • Create New...

Important Information

ในการใช้งานเว็บไซต์คุณต้องยอมรับข้อตกลง Terms of Use.Privacy Policy