Jump to content

Search the Community

Showing results for tags 'ขริบ'.



More search options

  • Search By Tags

    Type tags separated by commas.
  • Search By Author

Content Type


Forums

  • ศาลากลาง
    • ประกาศจากทางสาลิกา
    • แจ้งปัญหาการใช้งาน
  • ห้องโถง
    • ชุมชนคนสนใจเรื่องขริบ
    • ถามตอบปัญหาสุขภาพ
    • ขนาดเรื่องสำคัญคู่ผู้ชาย
    • Archive

Find results in...

Find results that contain...


Date Created

  • Start

    End


Last Updated

  • Start

    End


Filter by number of...

Joined

  • Start

    End


Group


Found 591 results

  1. หลังจากผมได้ทำการขริบจากโรงพยาบาลประจำจังหวัดแห่งหนึ่งใน3จชต. วันที่30/8/62 จนมาถึงวันนี้ก็ครบ1เดือนกับอีก1อาทิตย์พอดี เลยได้โอกาสมาแลกเปลี่ยนประสบการณ์และเป็นตัวอย่าง เผื่อจะสามารถช่วยให้คนที่คิดจะไปทำตัดสินใจง่ายขึ้นครับ เสริมครับ ( ปกติผมใส่ถุงยางขนาด52.5 แต่ตอนนี้ใส่ไม่ได้แล้วครับ รู้สึกแน่นที่หัวแล้วพอรูดลงก็ติดบริเวณใต้หัวเห็ดอ่ะครับ มันเหมือนมีเส้นเอ็นขึ้นมาใหม่ อยากจะลองหา53ไม่ก็54 ลอง แต่หายากมากครับ ) ปล. ผมทำเพราะอยากทำครับ ไม่ได้มีปัญหาอะไร รูดเปิดได้ปกติตั้งแต่เด็กๆแล้วครับ โดยรวมแล้วพอใจมากครับ
  2. คือ ก่อนหน้านี้ก็ไม่ได้มีปัญหาต่อการใช้งานนะครับ แต่พอดีว่า ผมได้ไปตรวจกับคุณหมอ (เป็นภูมิแพ้ และ บริเวณส่วนหัว อวัยวะเพศลอกเป็นขรุบ หนักมาก) คุณหมอให้ทายาและให้เปิดหัวอวัยวะเพศไว้ตลอด ตอนนี้เปิดมาประมานเดือนกว่าแล้วแต่ เวลาเปิดแล้วหนังลงไปกองอยู่ตรงโคนแบบนี้ ซึ่งรู้สึกกลัวมันจะบีบรัดหัว เกินไป (รึปล่าว) เลยสนใจและลองศึกษาเรื่องขริบอยู่ครับ แต่ตอนเด็กเหมือนคุณพ่อจะบอกว่าเคยขริบ มาแล้วก็ไม่ค่อยแน่ใจเท่าไรครับ เลยอยากจะมาสอบถามในบอร์ดว่า ลักษณะนี่ผมควรขริบไหมครับ อันนี้เป็นแบบยังไม่เปิดหัว พอเปิดหัวหนังก็จะไปกองอยู่ที่คอหยักจนเหมือนบวมๆ ตอนแข็งก็ดูปกติดีดูมีหนังกองๆนิดหน่อย
  3. สวัสดีครับ ผมไปขริบมาเมื่อวันศุกร์ที่โรงพยาบาลสินแพทย์แบบโป่ะยาสลบ(กลัวๆเลยเลือกวิธีนี้) นี่ก็ผ่านมาจะสี่วันแล้ว ผมมีข้อสงสัยเล็กน้อยช่วยตอบทีครับ 1. ตรงเส้นสองสลึงมันบวมๆนูนขึ้นมาเลยตามรูปคือ ปกติไหมครับ 2.ทำยังไงให้มันไม่แข็งระหว่างนอนไหมครับ(เป็นปัญหาสุดๆเลย สะดุ้งคืนละหลายรอบเพราะปวดมาก) 3.เวลาฉี่ออกมาเป็นสปริงเกอร์เลยทำไงดีครับ ไม่รู้เพราะอะไร หรือว่าช่วงปากมันบวม
  4. ครบ 1 เดือน 1 วัน เริ่มทายามา 3 วัน แต่ดูไม่ค่อยมีความคืบหน้าเลย ติ่งเนื้อ รอยชัดมาก มันจะเรียบขึ้นไหม นี่มันเป็นจุดๆก้อนๆเป็นรอยตะเข็บนูนเลยอะครับ กลุ้มมาก คนอื่นไม่เห็นเป็นกัน
  5. แผลขริบ 1 ปี 10 เดือน ตอนอ่อน กองนูน ชัดเจน ตอนตื่น เรียบขึ้นมาหน่อย วิธีรักษา ทายาลดรอย ปัจจุบันไม่ทา ปล่อยตามธรรมชาติครับ
  6. ผม re-post กระทู้นี้ขึ้นมาใหม่จากเหตุการณ์บอร์ดล่มในครั้งที่แล้ว ซึ่งผมอาจจะไม่สามารถเขียนขึ้นมาใหม่ได้เลย หากไม่ได้รับความช่วยเหลือจากแอดมิน @DorRorSor ที่ช่วยกู้ข้อมูลส่วนที่เป็นเนื้อหาขึ้นมาให้ จึงขอขอบคุณแอดมินมาในที่นี้ **************************************************************************************************** สวัสดีครับ เพื่อนๆ ชาวบอร์ดขริบทุกๆ คน คราวที่แล้วที่ผมตั้งกระทู้ว่าผมไปขริบมาเมื่อเกือบๆ 2 ปีก่อน หลังจากวันนั้น ผมก็ไม่ได้มา update อะไรเพิ่มอีกเลย 555 แต่ก็ยังมีเพื่อนๆ ที่สนใจเข้ามาสอบถามและปรึกษาผ่านทางหลังไมค์บ้าง วันนี้ผมก็จะมาเล่าประสบการณ์และ review ผลงานขริบให้เพื่อนๆ เผื่อใช้เป็นข้อมูลไว้ศึกษาเพิ่มเติมประกอบการตัดสินใจกันครับ ก่อนอื่นผมคงต้องเล่าคร่าวๆ ก่อนว่าผมสนใจเรื่องขริบและคอยศึกษาหาข้อมูลจากผลงานของเพื่อนๆ ตั้งแต่บอร์ดยิ้มหวานยังไม่ปิดตัว คิดว่าถ้ามีโอกาสก็จะไปขริบแน่นอน แต่ยังติดเรื่องของเวลาและสภาพการเงินที่ไม่พร้อม (ซักที) จึงยังไม่มีโอกาสได้ทำ จนเมื่อประมาณ สค 58 เป็นช่วงที่ผมว่าง ไม่ได้ไปไหนพอดี จึงกลับมาคิดถึงเรื่องนี้อีกครั้ง ตอนนั้นผมปรึกษาคุณ @N Auto และหาข้อมูลเพิ่มอีกประมาณ 1 เดือน จนตัดสินใจได้ว่าจะไปขริบจริงๆ ละ ซึ่งตอนแรกผมตั้งใจว่าจะไปทำที่บางกะปิ เพราะชอบแบบ high & tight มากๆ หรือที่เพื่อนๆ ในบอร์ดจะเรียกว่าขริบระดับ 3 และ 4 นั่นแหล่ะครับ โดยที่ผิวหนังตรงอวัยวะหลังจากขริบเสร็จจะเป็น 2 สีตัดกันชัดเจนหรือแบบ two tones และเท่าที่ดูผลงานของหลายๆ คนที่ไปทำมาก็ดูดีมากๆ แผลสวย ถูกใจ แต่เนื่องจากคลินิกอยู่ไกลเกินไป เดินทางไม่สะดวก ผมจึงเลือกขริบที่รัชดา-ท่าพระซึ่งอยู่ใกล้มากกว่าแทน และถ้าเพื่อนๆ ได้ศึกษากันมาบ้างจะรู้ครับว่าที่นี่เค้าขริบแบบ low and tight หรือขริบระดับ 1 ที่รอยขริบจะอยู่ชิดหัวมากๆ ซึ่งผมไม่ค่อยชอบ 555 ดังนั้น ก่อนวันทำ ผมจึง save รูปผลงาน high & tight แบบที่อยากได้ หากไปบอกคุณหมอว่าเอาแบบ high หรือ low หรือเป็นระดับ 3-4 คุณหมอคงทำหน้างงแน่ๆ เพราะเหมือนเป็นคำศัพท์ที่เรียกกันเฉพาะกลุ่ม ตอนนั้นผมเลือกผลงานของคุณ @obmot ไปให้คุณหมอดู แต่เนื่องจากการขริบแบบที่ต้องการมันค่อนข้างขัดกับวิธีการที่คุณหมอเคยทำในเคสก่อนๆ ผมจึงต้องปรึกษากับคุณหมอเพื่อตกลงและวางแผนการทำจะได้เข้าใจตรงกันว่าทำได้หรือไม่ได้ เมื่อคุณหมอตอบตกลงว่าทำได้ คราวนี้ก็ถึงเวลาที่ผมต้องเตรียมตัวขึ้นไปขริบแล้วครับ รูปแบบการขริบตามระดับจะเป็นแบบในรูปครับ ยิ่งตัดหนังหุ้มปลายออกไปมากเท่าไหร่ รอยขริบจะยิ่งเห็นชัดมากขึ้น ลักษณะของเจ้าหล่อก่อนขริบของผมไม่ได้มีปัญหาอะไรเป็นพิเศษ สามารถรูดเปิดปิดและทำความสะอาดได้ตามปกติ แต่ผมอยากให้หัวในยามปกติสามารถเปิดโล่งได้ตลอดเวลามากกว่าที่จะให้มีหนังหุ้มมาคลุมหัวไว้ จะได้ทำความสะอาดง่ายๆ อีกเหตุผลนึงที่ผมอยากขริบคือส่วนตัวผมมองว่าการมีรอยขริบมันดูเท่ดีครับ 555 ขอเบลอส่วนที่ไม่เกี่ยวข้องออกนะครับ เดี๋ยวจะดูอนาจารจนเกินไป เพราะตอนถ่ายผมไม่ได้จัดการขนเลย พอมันเริ่มยาวก็ดูรก เป็นมลพิษทางสายตาครับ 555 หลังจากขริบเสร็จ ผมก็กลับมาดูแลแผลและฟื้นฟูที่ห้อง ซึ่งปกติผมจะไปล้างแผลที่คลินิกสัปดาห์ละครั้งเพื่อให้พยาบาลช่วยทำแผลและดูว่าแผลดีขึ้นหรือยัง ส่วนวันอื่นๆ ผมจะทำแผลเองที่ห้องเพราะไม่ได้ไปไหน และอยากลดค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ลง ซึ่งผมเคยเขียนวิธีการล้างแผลขริบตามกระทู้นี้ครับ แต่มันก็เป็นช่วงที่ผมไม่อยากนึกถึงมันเท่าไหร่ เพราะประสบการณ์ไม่ค่อยดีนัก โชคไม่ดีที่แผลขริบของผมหายช้ากว่าที่เพื่อนๆ รีวิวกันและดูเยินมากๆ ทั้งที่ผมพยายามทำให้แผลแห้งและระมัดระวังไม่ให้ผ้าก็อชชื้นตลอด แต่ดูเหมือนว่าร่างกายผมต่อต้านไหมละลายมากเกินไป น้ำเหลืองจึงซึมออกมาจากแผลเยอะมาก บางครั้งจะเห็นจุดเลือดและน้ำเหลืองซึมออกมาถึงผ้าก็อชชั้นนอก ไหมละลายจึงหลุดออกค่อนข้างเร็วทั้งๆ ที่แผลยังไม่สมานกันดี อีกส่วนนึงคือผมไม่แน่ใจว่าความชื้นในอากาศจะมีส่วนเกี่ยวข้องด้วยรึป่าว เนื่องจากช่วงนั้นฝนตกทุกวัน เวลาผมจับๆ ตรงผ้าก็อชจะรู้สึกเย็นๆ ชื้นๆ ตลอด นอกจากนี้เจ้าหล่อผมยังมีอาการบวมน้ำเหลืองและปวดแผลมาก เป็นช่วงจิตตกของแท้ อยากจะร้องไห้มากๆ แต่มันร้องไม่ออก 555 กว่าแผลจะแห้งสนิท ไม่มีน้ำเหลืองหรือเลือดซึมก็เกือบๆ 1 เดือน (คนทั่วไปประมาณ 2 อาทิตย์ก็แห้งหมดแล้ว) แต่มันยังไม่จบแค่นั้น 555 พอผมเห็นว่าแผลแห้งหมดแล้วก็หยุดทำแผล ไม่พันผ้าก็อช ผลคือยังไม่ทันจะข้ามวัน ปรากฏว่าเจ้าหล่อของผมมีอาการบวมน้ำเหลืองขึ้นมาแบบในรูปแรกซะงั้น ผมจึงปรึกษาคุณ @N Auto ซึ่งแนะนำว่าให้ผมพันผ้าก็อชไปก่อนจนกว่าจะหายบวม รอบนี้ใช้เวลาไปอีกประมาณ 1 เดือน รวมๆ กว่าแผลขริบผมจะหายดีใช้เวลาประมาณ 2 เดือน นานพอทีจะฝันเปียกได้รอบนึง 555 ภาพช่วงที่ยังบวมน้ำเหลืองครับ พออาการพวกนี้หายหมด ก็ค่อยๆ ดีขึ้นมากครับ แต่เวลาเจ้าหล่อมันตื่นเต้นก็ยังรู้สึกรัดๆ ตึงๆ บริเวณรอยขริบ ซึ่งตรงนี้เป็นเรื่องปกตินะครับ ไม่ต้องกังวล เจอกันทุกคน แต่ที่ผมรู้สึกมากกว่าคือตรงเส้นสองสลึงที่มันตึงมาก (ผมขริบแบบไม่ได้เอาเส้นออกครับ) จนผมสังเกตเห็นตอนแข็งตัวว่าเส้นมันรั้งจนหัวงุ้มลงมาหน่อยนึง ทำให้บางครั้งก็รู้สึกเจ็บ เรื่องเส้นตึงนี่ทำให้ผมที่ชอบนอนคว่ำตัวแทบจะนอนคว่ำไม่ได้ และมีปัญหาเวลาเข้าห้องน้ำด้วย ตอนเอาออกมาก็เจ็บ แถมปลายท่อยังตีบอีก ยืนฉี่ลำบากครับ ต้องพยายามควบคุมทิศทางการฉี่ให้ดี ไม่งั้นมันจะกระจายเลอะเทอะไปหมด ตอนนั้นคิดว่าจะรอให้ครบซัก 6 เดือนก่อน ถ้าไม่ดีขึ้นก็จะไปหาหมอให้ตัดเส้นออก แต่เมื่อเวลาผ่านไป ผิวหนังก็เริ่มปรับสภาพได้และยืดหยุ่นมากขึ้น ความรู้สึกตึงหรือเจ็บก็ค่อยๆ ลดลง ปัจจุบันผมไม่รู้สึกว่าเส้นรั้งหรือตึงอีกแล้วครับ หัวก็ไม่งุ้มลงมาเหมือนตอนแรกๆ ด้วย ภาพหลังขริบได้ 5 เดือน จะเห็นว่าผมขริบระดับ 4 รอยขริบอยู่ตรงกลางพอดี และถ้าดูภาพที่ 2 จะเห็นว่าหัวจะงุ้มลงมาหน่อยๆ ตอนที่แข็งตัวครับ ยังไม่จบนะครับ แต่ผมใส่รูปไม่ได้แล้ว เดี๋ยวมาต่อด้านล่างครับ
  7. หลังจากที่ศึกษาดูงานหัตถศิลป์ของสถานที่ขริบต่างๆ ในกรุงเทพฯ จากเพื่อนๆ ในที่สุดผมก็เลือกที่จะไปกับ อาจารย์หมอประภากร ก๋งอุบล ประจำโรงพยาบาลพระราม 9. คุณหมออธิบายขั้นตอนในการผ่าตัดให้ฟัง และบอกว่าจะเป็นการขริบแบบชิดปลาย (ซิกเนเจอร์ของคุณหมอ) และให้นัดวันมาเมื่อพร้อม
  8. ทำไมถึงขริบ? / สาเหตุ? ถ้าเอาตรงๆก็ชอบสไลต์การขริบแบบอเมริกันอยู่แล้วครับ หรือ ที่เรียกว่า (High-tight) คือการเหลือหนังหุ้มภายในเยอะหน่อย รอยแผลจะไกลจากหัวครับ ต้องการรักษาความสะอาดมากๆครับ รู้สึกหน่ายกับการที่ต้องรูดหัวเปิดตลอดเวลา แล้วต้องคอยใช้ทิชชู่เช็ดตลอดเพื่อลดการหมักหมมของฉี่ใต้หนังหุ้ม และต้องการกำจัดกลิ่นฉี่ติด อยากรู้สึกแบบขริบ หรือ ก็คื่อไม่มีหนังครับ เคยมี พสพ. เวลาจับหนังรูดเปิดไว้ ชอบความรู้สึกแบบนั้นมากกว่าครับ รู้สึกมีหนังหุ้มเวลาใส่ถุงยางแล้วถุงยางชอบขยับตามหนัง เพราะหนังหุ้มชอบกลับมาปิดหัว เอาจริงๆ หนังหุ้มปลายผมไม่ได้มีปัญหาอะไร เปิดได้สุดปกติทุกอย่างครับ ไปขริบ บอกก่อนเลยว่ากว่าจะได้ขริบนี่ ท้อใจมากครับ อาทิตย์แรกว่าจะไปแต่ก็ล้มเลิกครับ รู้สึกกังวลว่าเราจะเสียดายหนังหุ้มปลายมั้ย เพราะส่วนตัวก็รักหนังหุ้มปลายตัวเองอยู่ และชอบเล่น แต่บางทีก็รู้สึกอยากเอาออกเพราะมันเยอะเกินไปครับ เคยอ่านกระทู้อื่นๆมา ท่านอื่นมีความคิดที่จะล้มเลิกอยู่ตลอดเวลาเช่นกัน ซึ่งผมก็เป็น เห็นบางคนบอกว่าเอาออกก่อนไปขริบ อาทิตย์แรกผมจัดเลยครับ เอาออกก่อนไปขริบ แต่พอเอาออกแล้วรู้สึกไม่อยากไปขริบครับ ผมเลยได้ไปขริบอาทิตย์ถัดไปแทน ตลอดระหว่างอาทิตย์ก็คิดตลอดว่า จะทำดีรึเปล่า? ทำไมต้องทำ เราอยากทำจริงๆรึเปล่า แต่สุดท้ายก็ได้ไปขริบครับ ถึงคลินิกบางกะปิเวชกรรม ผมจอดรถที่เทสโกโลตัสบางกะปิครับ แล้วเดินมายังคลินิก แจ้งคุณหมอบอกว่ามาขริบ เขาก็ให้กรอกประวัตินิดหน่อยครับ เพราะไม่เคยมาที่นี่ จากนั้นหมอให้นั่งรอสักพักจึงเรียกเข้าไปคุยครับ เข้าไปด้านในพบผมหมออีกท่านนึงรู้สึกจะเป็นหมอที่ขริบประจำที่นี่นะครับ หมอถามว่าเรามาขริบทำไม? เปิดได้ปกติรึเปล่า? เราก็ตอบไปว่า อยากรักษาความสะอาด และเปิดได้ปกติครับไม่มีปัญหา เลยเอารูประดับการขริบให้หมอดูว่าเราอยากได้ระดับที่ 3 นะ หมอบอกว่า 'มันก็ต้องแล้วแต่ของคุณนะ ว่าทำได้ระดับไหน' ผมก็อ่อ เคครับหมอ - * - รูปประกอบระดับการขริบ ต่อครับ จังหวะนั้นลืมข้อมูลทุกอย่างที่จะพูดกับหมอไปหมดเลยครับว่า ไม่อยากให้เหลือหนังย่นๆเวลาอ่อนตัวและแข็งตัว และให้เอาหนังออกเยอะๆไปได้เลย จากนั้นหมอให้ออกมานั่งรอครับ คงจะเตรียมห้องและอุปกรณ์ผ่าตัดเล็ก จากนั้นเราก็ถูกเรียกเข้าห้องผ่าตัดครับ ซึ่งห้องผ่าตัดก็อยู่ข้างๆห้องที่หมอเรียกเราไปคุยครับ มันเดินต่อถึงกัน หมอให้เราใส่โสร่ง เราก็ใส่และขึ้นเตียงที่เป็นขาหยั่งครับ จากนั้นหมอก็เปิดโสร่งจับน้องชายผมทำความสะอาด รู้สึกเย็นๆครับ ผมไม่ได้มองว่าใช้อะไร แต่น่าจะแอลกอฮอล์ครับ คือผมโดยปกติเป็นคนที่น้องชายตื่นตัวง่ายมาก ถึงมากที่สุดครับ พยายามไม่คิด พยายามควบคุมจิตใจและอารมณ์ ตอนหมอเช็ดน้องชาย มันก็เริ่มขยายร่างนิดนึง ผมนี่หลับตาปี๋ ควบคุมสมาธิเลยครับ แต่ยากมาก เพราะหมอจับพลิกไปพลิกมา และก็บอกเราว่าต้องตัดขนนิดนึงจะได้ง่ายตอนทำแผลนะ หลังจากทำตรงนี้เสร็จ หมออีกท่านก็เดินเข้ามาครับ ถามเราว่า นี่ของเราบวมอะไร เราก็ลุกขึ้นมอง (ในใจ อ๋อป่าวบวม มันกำลังขึ้นและของเรามันใหญ่มันเป็นแบบนั้นแหละ) ตอบหมอไปว่า อ๋อ ป่าวครับ - - ไม่รู้จะตอบอย่างไร หมอบอกว่าจะฉีดยาชานะ ผมก็ครับๆ เข็มแรกเจ็บหน่อยนะ ครับ เจ็บจิ๊ดเลยครับ รู้สึกว่ามีอะไรแทงเข้าไปข้างใต้เนื้ัอ จำไม่ได้ว่าตอนแรกหมอฉีดยาชาไปกี่เข็ม แต่ที่หมอฉีดคือ ยาชาขนาด 5cc ครับ พอฉีดเสร็จ หมอจะขอทดสอบว่ายาชาออกฤทธิ์หรือยังครับ มันพีคตรงนี้แหละครับ... หมอถามว่า ตรงนี้เจ็บไหม? ไม่เจ็บ ตรงนี้เจ็บมั้ย? ไม่เจ็บ ตรงนี้เจ็บมั้ย? โอ้ยยย เจ็บครับ หมอจัดยาชาเพิ่มให้ครับ แล้วก็ทดสอบอีก เราก็ยังเจ็บอีกครับ หมอก็จัดยาชาให้อีก ทดสอบอีกก็ยังเจ็บอยู่ครับ รู้สึกใจแป้วนิดนึงว่าจะได้ขริบมั้ยวะ หรือเราทอรอเรตยาชาไปแล้ว? หมอบอกว่า ของเรามันใหญ่ เลยต้องใช้ยาชาเยอะ และส่วนมากยาชาจะไม่ค่อยมีผลตรงเส้นประสาทหรือตรงเส้นของเรามากเท่าไหร่ สุดท้ายหมอจัดไป 6 เข็ม ครับ ผมจึงจะไม่รู้สึกเจ็บน้องชายตอนหมอทดสอบ ผมก็ถามหมอว่าแล้วปกตินี่เค้าฉีดกันกี่เข็ม หมอตอบว่า ปกติ 3 เข็มก็มึนหัวแล้ว ของเราต้อง 6 เข็ม ซึ่งพอผมโดน 6 เข็มจึงจะรู้สึกมึนหัวครับ หมอบอกอีกว่า แต่นี่ก็ยังไม่เยอะสุดที่หมอเคยฉีด สูงสุดคือ 7 เข็ม (แอบเสียใจไม่ได้แชมป์) เรารู้สึกว่าที่ต้องฉีดเยอะหรือเพราะของเรากำลังอยู่ในช่วงผงาดขึ้นมาหน่อยนึง เพราะหมอบอกว่าของเราใหญ่ แต่จำความได้ว่าเวลาอ่อนตัวมันก็เล็กนะ เลยกังวลเล็กๆครับ เพราะเคยอ่านกระทู้บนเว็บนี้ บางคนแข็งตัวตอนโดนยาชาไปแล้วทำให้ต้องรอ หรืออะไรประมาณนี้แหละครับ - - ผมก็เกือบที่จะแข็งตัวแล้วแต่ยังอ่อนปวกเปียกอยู่ ซึ่งมันก็กังวลแหละครับว่าจะได้ขริบมั้ยวะ สรุปก็ได้ขริบครับ จากนั้นหมอก็โชว์ฝีมือขริบครับ ตลอดเวลานั้นผมปิดผ้าปิดตาครับ หนึ่งคือ มึนมาก หัวนี่ตึ้บเลยครับ สองคือ ไม่อยากดูด้วยครับ ไม่ได้กลัวเลือดหรือไรนะครับ แต่ไม่อยากเห็นใครทำอะไรกับน้องชายเรา - -* และแล้วหมอก็ทำการตัดหนังหุ้ม บอกเราว่า ได้ระดับ 2 นะ แอบรู้สึกเสียใจเล็กน้อยแต่ไม่เป็นไร สองก็สองวะ หมอบอกว่า ได้ระดับ 2 นะ เพราะว่าของเรามันใหญ่ (หมอก็ย้ำจังเลย ไอเราก็ ครับๆๆๆ ><) และหมอก็อธิบายว่าบางจะได้ระดับไหนๆ ผมก็งงๆครับๆ ไม่ค่อยสัมพันธ์กับความรู้ที่ผมหามาเท่าไหร่ รูปหลังจากขริบ ทำแผล หลังจากขริบวันแรก หมอให้ไปทำแผลวันรุ่งขึ้นครับ ถ้าแผลดีหรือก็คือแผลแห้ง ไม่ชื้น ไม่มีปัญหา จะให้มาทำแผลได้วันเว้นวันครับ ซึ่งผ่านไปได้ด้วยดี แผลไม่มีปัญหาไม่ชื้นครับ แห้งดี เลยได้ไปทำวันเว้นวัน ผมรักษาความชื้นอย่างสูงสุด ไม่ให้โดนแม้แต่ละอองน้ำเลยครับ เวลาเข้าห้องน้ำที่ก็พยายามเอามือบัง ทิชชู่บัง พอเข้าเสร็จก็มายืนเป่าพัดลมไล่ความชื้นครับ เพราะสายฉีดก้นนี่แหละเวลาทำความสะอาดตอนถ่ายหนักอาจจะชื้นๆบ้าง แต่ก็เป่าพัดลมกันไว้ก่อนครับ วันที่ 3 ตอนกลางคืน ฉี่แอบโดนผ้าก็อชนิดนึง เพราะควบคุมทิศทางไม่ได้ อยู่ดีๆฉี่กระจายเฉย กระเด็นไปโดนขาเลยครับ ผมนี่เฮือกเลย รีบเอาทิชชู่ซับผ้าก็อชไว้สักพัก และไปเป่าพัดลม + ไดร์เป่าผมครับ เพราะหมอให้แผ่นคำแนะนำมาว่า ถ้าชื้นให้เปลี่ยนผ้าพันแผลที่คลินิก ไม่ก็เอาไดร์เป่า จัดเลยจ้าเกือบครึ่งชม ทั้งพัดลมทั้งไดร์ วันที่ 4 ไปทำแผลหมอบอกว่าก็แห้งดีนะ ไม่มีความชื้นอะไร เห้อออออ รอดดด! ได้ดูระดับการขริบของตัวเองตอนทำแผล หมอบอกระดับ 2 แต่พอดูของตัวเองจริงๆ มันเยอะกว่าในรูปครับ น่าจะประมาณ 3 ได้เลยเท่าที่มองนะครับ ไม่ได้สังเกตุนาน เพราะคุณหมอจับตั้งให้เราดู เกรงใจ กลัวจะเมื่อย -.- อัพเดทแผลต่อ 2 ปี หายไปนานเลยไม่ค่อยได้มีเวลาเข้าบอร์ดมารีวิวสักเท่าไหร่ ถามว่าพอใจผลงานหรือไม่ พอใจมากครับจากบางกะปิ ระยะเวลา 2 ปี สะดวกมากเรื่องการปัสสาวะ ไม่ต้องรูดเปิด และไม่มีกลิ่นไม่พึงประสงค์อีกต่อไปครับ อาจมีอาการหัวแห้งบ้าง (เพราะปกติเป็นคนผิวแห้ง) ต้องทาโลชั่นบำรุงผิวอยู่บ้างเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว ความอึด ถ้าถามว่า อึดขึ้นมั้ย? เอาจริงๆ ไม่เลยครับ ผมแทบไม่รู้สึกความต่างตอนใช้งานแบบมีหนัง แค่รู้สึกว่าเรากำลังรูดเปิดใช้งานอยู่ครับ เสร็จระยะเวลาเท่าเดิม (จริงๆอยากให้ถึกขึ้นบ้างงงเถอะะ) เพราะฉะนั้นใครที่กลัวจะเสียวน้อยลง หรืออะไรแบบนี้ หายห่วง สำหรับผมไม่มีผลเลยครับ เหมือนรูดเปิดหัวใช้งาน ความรู้สึกตรงเส้น 2 สลึงอาจไม่เหมือนเดิมบ้างเพราะหมอตัดเส้น แต่พอใจมากครับ รอยแผล ผมไม่มีรอยแผลนูนด้านนอกครับ เรียบปกติ อาจจะมีรอยเย็บยังอยู่ไม่เรียบแค่จุดเดียวเล็กๆครับ น่าจะเป็นตอนหมอเย็บ ส่วนที่เหลือผิวภายนอกรอยเย็บเรียบสนิท ผมยังมีแข็งเป็นไตใต้แผลอยู่บ้าง 2 ปีแล้วนวดทุกวัน ทายาไป 5-6 หลอด ก็ยังเหมือนจะไม่ค่อยหายไปสักเท่าไหร่ ตอนอ่อนตัวเห็นเหมือนบวม แต่แข็งตัวเรียบดิ แต่ถ้าใช้มือสาว ก็จะรู้สึกว่ามีเส้นเป็นไตๆอยู่บ้างครับ แต่ต้องกำแน่นอยู่ แผล 9 วัน และ แผล 17 วัน แผล 1 เดือน และ 2 ปี ตอนแข็งตัว พึงพอใจในการขริบของคลินิกบางกะปิมากครับ ตอนที่ผมไปทำราคาประมาณ 5500 บาท จบรีวิวขริบไว้ตรงนี้ครับ ใครอยากขริบ ขริบเลยครับ หรือถ้าอยากปรึกษาทักไลน์มาได้นะครับ oliversean93
  9. ผมขอสอบถามครับที่เพื่อนๆมารีวิวกันว่าคลินิกรัชดาท่าพระ ผมสงสัยว่าเป็นสถานพยาบาลรัชดา-ท่าพระ หรือ โรงพยาบาลรัชดา-ท่าพระ กันแน่ครับ เพราะหาในกูเกิลมีทั้งสองที่ แล้วที่เพื่อนๆรีวิวกันเป็นที่สถานพยาบาลหรือรพ.ครับ ขอบคุณครับ
  10. ทำไมอาบน้ำยากจัง นี่เอาถุงยางใส่รัดหนังยาง และเอาแก้วครอบ แต่ถอดออกมาก็มีความชื้น ไม่แน่ใจว่ามันชื้นจากถุงยางหรือน้ำ ขอถามแต่ละคนมีวีธีจัดการยังไงบ้างฮะ
  11. สวัสดีครับ ผมชั่งใจอยู่นานคิดว่าจะเขียนบทความเล็กๆนี้ขึ้นมาดีไหม สุดท้ายคิดว่าเขียนขึ้นมาดีกว่า อยากจะแชร์ความรู้หรือทริคเล็กๆเกี่ยวกับน้องชายของเราที่ต่างประเทศเค้าใช้กัน เทคนิคที่ว่านี้เรียกว่า "Auto Circumcision" ครับ อธิบายง่ายๆก็คือว่า เป็นเทคนิคที่จะทำให้น้องชายรู้สึกเหมือน "ขริบ" หรือเรียกว่า "Feel cut" ในต่างประเทศ ซึ่งจะทำให้หัวน้องชายของเราเปิดสู่โลกภายนอกได้ตลอดเวลาครับ เทคนิคนี้ผมใช้มาถือว่าโอเคในระดับนึงเลยครับ ความพึงพอใจของเทคนิคเหล่านี้ผมให้ 4/5 เลยครับ Auto Circumcision เหมาะสำหรับ: น้องชายที่มีหนังหุ้มปลาย น้องชายที่สามารถเปิดหัวได้ คนที่ลังเลยังไม่รู้ว่าจะขริบดีไหม สามารถลองวิธีนี้ดูได้ คนที่อยากรู้ความรู้สึกว่า "ขริบ" เป็นแบบไหน ซึ่งข้อดีในแต่ละวิธีนั้นแตกต่างกันออกไปครับ ผมจะมาพูดถึงวิธีที่ผมใช้อยู่ซึ่งมีอยู่ด้วยกัน 3 วิธีครับ Just pull it back (ก็แค่เปิดหัวปกติ) Spoon Method Taping Method จริงๆมีวิธีอื่นอีกเรียกว่า Glans ring method Vladimper's reverse spoon method แต่ขอพูดถึงแค่ 3 วิธีบนก่อนนะครับ ส่วน 2 วิธีล่างต้องการอุปกรณ์เสริมเยอะ และอาจจะหาได้ยากในไทยครับ แต่เดี๋ยวจะแนบลิงค์ให้สำหรับผู้ที่สนใจเข้าไปอ่านกันได้ครับผม ปล. ข้อมูลผมจะค่อยๆอัพเดทให้มากที่สุดนะครับ เดรดิตทั้งหมดยกให้เว็บนี่ครับ สามารถเข้าไปศึกษาและดูรูปเพิ่มเติมได้ในเว็บนี้ครับผม: http://pulledback.org/index.php?topic=18.0
  12. ผมขริบมา 8 วันแล้ว เหมือนมันยังบวมอยู่ตรงวงแหวนอะครับ ผมต้องพันผ้าอีกไหม แล้วโดนน้ำได้ยังครับ แผลถือว่าสวยไหมครับ ผมขริบที่รพ.รัฐ ไม่ได้ขริบคลินิก กลัวออหมาไม่สวยจัง
  13. เข็มแรกไม่เป็น เข็มต่อไปเจ็บ ชิหาย เรียบร้อยแล้วโว๊ยยย เจ็บเชี้ยยๆๆ วันที่ 4 จร้า เอาออก มาตาก ลม
  14. เจอมาครับ น่าสนใจดี บน - ไม่ขริบ ล่าง - ขริบ ซ้าย - ไม่ขริบ ขวา - ขริบ Cr. เว็บต่างประเทศ
  15. สวัสดีครับ นี้เป็นกระทู้แรกของผม และเป็นการผ่าตัดครั้งแรกของผมด้วยนะครับ ปัญหาที่ผมมีก็คือ phimosis ครับ หรือหนังหุ้มตีบ ไม่สามารถเปิดให้น้องชายมาดูโลกได้นั้นเอง ผมจึงตัดสินใจไปหาหมอทนงศักดิ์ที่คลินิกครับ วันที่ 18 พ.ค.. 60 หมอตรวจเสร็จก็นัดผ่าวันที่ 20 พ.ค. 60 เลยครับ บอกตรงๆ ความรู้สึกผมยังไม่พร้อมนะครับ แต่เนื่องด้วยมีเวลากว่าจะเข้ามหาลัยเลยต้องตัดสินใจทำเลยครับ คุณหมอก็นัดมา 9:00 ครับ ที่โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี ก่อนวันผ่า ผมก็เครียดมากครับ นอนไม่ค่อยหลับ กังวล พอถึงเวลาก็ไปที่รพ. ครับ ไปกับเพื่อน ขับมอเตอร์ไซค์ไป (ไม่ได้บอกที่บ้าน แอบไปทำครับ 5555) ก็เข้าไปนั่งรอครับ เปลี่ยนชุดให้เรียบร้อย แล้วก็รอครับ รอจนหายเครียด พอถึงเวลาผ่าก็ไปนอนบนเตียงครับ พยาบาลก็เอาผ่ามารองก้นครับ แล้วก็เอาอะไรไม่รู้เหมือนแผ่นยางเย็นๆ มาแปะที่ขาอ่อนข้างขวา แล้วผมก็เห็นพยาบาลครัง กำลังเอายาชามาวาง โอ้โห้ ตอนนั้นนี้ผมตกใจมากครับ ถึงขั้นอุทานในใจว่า ตายห่*แล้ว แล้วบอกก็เอาแอลกอฮอล์มาเช็ด (มันเย็นมากครับ) แล้วหมอก็บอกว่า ฉีดยาชานะครับ หมอก็เอาเข็มเจ้าตรงบริณเหนือโคนครับ เจาะไปลึกมา เหมือนเจาะไปในเนื้อเลย ผมก็นิ้วจิกเนื้อตัวเองล่ะ ยังไม่พอนะครับ พอหมอกดยาชาเอาไป ผมถึงขั้นร้องออกมาว่า อ๊าส์ แล้วพยาบาลก็บอกว่ามอดทนนิดนึงนะลูก พอเสร็จก็ฉีดข้างๆโคน อีก 2 แต่ไม่ลึกและไม่เจ็บครับ จากนั้นหมอก็นวดๆ เหมือนให้ยาลากระจายทั่ว หมอก็เอาอะไรไม่รู้มาใส่ตรงโคน แล้วก็ใช้กรรไกรตัด แล้วถามว่าเจ็บมั้ย ผมบอกว่านิดนึงครับ หมอก็รอแปบนึงแล้วตัดอีก พร้อมกับถามคำถามเดิม ผมก็บอกว่าไม่แล้วครับ หมอก็บรรเลงไปเลยครับระหว่างทำไปเจ็บเลยนะครับ แต่ !! เสียวครับ เหมือนเครื่องมือหรือมือนี้แหละเฉี่ยวตรงส่วนหัวผมบ่อยมาก หมอกับพยาบาลก็คุยๆกัน ก็มีชวนผมคุยบ้าง ประมาณซัด 30 นาทีก็เสร็จแล้วครับ ก็มีพยาบาลอีกคนมาทำแผลให้ครับ พร้อมกับแนะนำว่า 1.งดแผลโดนน้ำ 2.ให้พันแผลนี้ไว้ 1 วัน 3.ล้างแผลวันล่ะ 2 ครั้ง ถ้าไม่ได้ไปไหนก็ไม่ต้องปิดผ้าพันแผล 4.ให้นอนตากพัดลม 5.ให้ใส่ผ้าถุงหรือกางเกงใหญ่ๆ 6.ไม่ต้องใส่กางเกงในนอน (ปกติไม่ใส่อยู่แล้ว 5555) 7. ถ้าเป็นหนองหรือเลือดยังไหลอยู่ให้มาพบหมอ ตอนออกมานี้ก็มาเปลี่ยนชุด รับใบนัดหมอและใบสั่งยาครับ จากนั้นก็ไปรับยาที่ห้องยาพร้อมกับจ่ายยา ยาที่ได้ก็เป็น -พารากับยาฆ่าเชื้อ dicloxa แล้วก็ให้เพื่อนขับมอไซค์ไปส่งที่บ้านนะครับ พอถึงบ้านก็ปวดครับ แต่ไม่มาก ทายยา ทานข้าวครับก็ดีขึ้น แม่เห็นแม่ก็ตกใจครับ55555หลังจากนั้นก็นอนตากพัดลมตลอดครับ ตอนนี้ก็ประมาณได้ว่าตื่นทุกๆ 2 ชั่วโมง ชั่วโมงแรกๆ อาจเป็นเพราะกังวล แต่ชั่วโมงเป็นเพราะน้องหนุเคารพธงชาติครับ แต่ไม่ได้เต็มที่นะครับ ก็รู้สึกตึงๆ ก็นับ 1-เท่าไหร่ก็แล้วแต่จนกว่าจะอ่อนลง ไม่ก็เล่นโทรศัพท์ช่วยได้เวอะ ส่วนที่ให้งอตัวเป็นกุ้งนั้น สำหรับผมเจ็บกว่าเดิมครับ ค่าเสียหายนะครับ ค่าหมอ 2000 บาท ค่ายา 30บาท สิริรวม 2300 บาท ไม่รวมต่าอุปกรณ์ทำแผลนะครับ ตอนทำแผลนี้เจ็บกว่าตอนฉีดยาชาอีกครับ สภาพน้องหนูก็ดูไม่จืด เลยที่เส้นสองสลึงเยอะมาก ยังไหลอยู่เลย และปัญหาที่ผมคือมันไวต่อความรู้สึกมากครับ 55555 ปล. รูปอาจดูไม่ดีและไม่เหมาะสมนะครับ ปล.2 ผู้ที่กำลังจะทานข้าวหรือทายออ่มมากๆ ไม่ควรดูนะครับ
  16. กี่ปีผิวที่ขริบสีจะเท่ากันกับหนังส่วนโคน สงสัยมาก อยากให้เป็นสีเดียวกัน
  17. ไม่ผิดหวัง มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
  18. UPDATE ข้อมูลคลินิกและโรงพยาบาลที่สามารถขริบได้ครับ หลังจากที่ผมเข้ามาหาความรู้ ข้อมูลเพิ่มเติมจากเพื่อนๆ สมาชิกในบอร์ด และอ่าน review ของเพื่อนๆ มาเป็นระยะเวลานึง จนในที่สุดก็ได้ตัดสินใจพาน้องชาย (ของตัวเอง) ไปขริบเรียบร้อย และคิดว่าน่าจะ update ข้อมูลคลินิกและโรงพยาบาลซักทีตามที่ได้รวบรวมมา ซึ่งเป็นที่ที่เพื่อนๆ ในบอร์ดเข้ามา review บ่อยๆ *** แต่จริงๆ แล้ว เพื่อนๆ สามารถขริบได้ทุกโรงพยาบาลที่มีแผนกศัลยกรรมทั่วไปหรือศัลยกรรมทางเดินปัสสาวะ ถ้าอยู่ใกล้โรงพยาบาลไหน แนะนำให้ลองเข้าไปสอบถามกับ จนท ดูก่อน เพราะสะดวก ประหยัดเวลาและค่าเดินทางตอนไปทำแผลหรือนัดคุยกับคุณหมอในกรณีที่เกิดผลข้างเคียงบางอย่าง จะได้รักษาหรือแก้ไขได้ในทันทีครับ *** กรุงเทพฯ 1. สถานพยาบาลรัชดา - ท่าพระ คุณหมอมกรเทพ / 4,500-5,500 บาท (ไม่รวมค่าทำแผล) / เบอร์โทร 02-466-5031 / ทำทุกวัน จันทร์ - เสาร์ ตั้งแต่ 9 โมงเช้า - 4 โมงเย็น / ใกล้ BTS ตลาดพลู, BRT ราชพฤกษ์, เดอะมอลล์ท่าพระ Part เล่าประสบการณ์การขริบ (ไม่มีภาพประกอบ) Part รีวิว (มีภาพประกอบ) กระทู้ไม่สมบูรณ์ (เช่น เนื้อเรื่องหรือภาพหาย) 2. บางกะปิคลินิกเวชกรรม คุณหมอจิรเวช / ขริบ+ตัดเส้นสองสลึง 6,200 บาท / ตัดเส้นสองสลึงอย่างเดียว 3,000 บาท / ค่าล้างแผล N/A (สอบถามเพิ่มเติม) / เบอร์โทร 02-377-5059 / ทำทุกวัน จันทร์ - เสาร์ ตั้งแต่บ่ายโมงเป็นต้นไป / ใกล้ท่าเรือแสนแสบเดอะมอลล์บางกะปิ, ท่าเรือแสนแสบบางกะปิ, ตลาดบางกะปิ, ห้างพันธุ์ทิพย์บางกะปิ Part เล่าประสบการณ์การขริบ (ไม่มีภาพประกอบ) Part รีวิว (มีภาพประกอบ) รีวิวตัดเส้นสองสลึง กระทู้ไม่สมบูรณ์ (เช่น เนื้อเรื่องหรือภาพหาย) 3. สันติชนคลินิก (อัสลามคลินิกเวชกรรม) คุณหมอชาติชาย / ประมาณ 7,000 บาท (ขึ้นอยู่กับความยากในการทำ) / เบอร์โทร 02-539-4697 / ทำเฉพาะวันจันทร์ และพฤหัส ตั้งแต่ 5 โมงเย็น - 2 ทุ่ม / อยู่ในซอยลาดพร้าว 112 ใกล้มูลนิธิสันติชนและ ร.ร.อิสลามสันติชน Part เล่าประสบการณ์การขริบ (ไม่มีภาพประกอบ) Part รีวิว (มีภาพประกอบ) กระทู้ไม่สมบูรณ์ (เช่น เนื้อเรื่องหรือภาพหาย) 4. โรงพยาบาลตากสิน คุณหมอสุโภคพัฑฒ์ / 2,000 - 3,000 บาท / เบอร์โทร 02-437-0123 / ทำเฉพาะวันพุธ และศุกร์ ตั้งแต่ 8 โมงเช้า - 11 โมง / คลองสาน ใกล้วงเวียนใหญ่, ร.พ.จิตเวชสมเด็จเจ้าพระยา Part เล่าประสบการณ์การขริบ (ไม่มีภาพประกอบ) Part รีวิว (มีภาพประกอบ) กระทู้ไม่สมบูรณ์ (เช่น เนื้อเรื่องหรือภาพหาย) 5. โรงพยาบาล / คลินิกอื่นๆ ใน กทม. โรงพยาบาลมหาวิทยาลัย โรงพยาบาลรัฐ โรงพยาบาล / คลินิกเอกชน กระทู้ไม่สมบูรณ์ (เช่น เนื้อเรื่องหรือภาพหาย) Part แนะนำสถานที่ (ไม่มีรีวิว) ต่างจังหวัด เช่น ภาคเหนือ Part รีวิว (มีภาพประกอบ) Part แนะนำสถานที่อื่นๆ (ไม่มีรีวิว) ภาคกลาง Part รีวิว (มีภาพประกอบ) Part แนะนำสถานที่อื่นๆ (ไม่มีรีวิว) ภาคอีสาน Part รีวิว (มีภาพประกอบ) Part แนะนำสถานที่อื่นๆ (ไม่มีรีวิว) ภาคตะวันออก Part เล่าประสบการณ์การขริบ (ไม่มีภาพประกอบ) Part รีวิว (มีภาพประกอบ) Part แนะนำสถานที่อื่นๆ (ไม่มีรีวิว) ภาคตะวันตก Part รีวิว (มีภาพประกอบ) ภาคใต้ Part เล่าประสบการณ์การขริบ (ไม่มีภาพประกอบ) Part รีวิว (มีภาพประกอบ) Part แนะนำสถานที่อื่นๆ (ไม่มีรีวิว) ไม่ระบุสถานที่ Part เล่าประสบการณ์การขริบ (ไม่มีภาพประกอบ) Part รีวิว (มีภาพประกอบ) ขริบตั้งแต่เกิดหรือขริบตั้งแต่ยังเด็กก็มีนะครับ ถ้าเพื่อนๆ คนไหนที่ขริบมาแล้ว อยากจะอัพเดทข้อมูลเกี่ยวกับโรงพยาบาลหรือคลินิกที่ไปทำมา ก็สามารถลงรายละเอียดในกระทู้นี้ได้เลยครับ ************************************************************************************************* กระทู้เดิม
  19. ขริบมาเมื่อวันที่10ต.ค. ที่บางกะปิคลินิกครับ คิดว่าระวังไม่ให้แผลเปียกได้ดีมากแล้วนะครับ อาจจะมีแค่ตอนฉี่ที่มันจะมีย้อยโดนผ้าก็อตตอนใกล้ฉี่เสร็จบ้าง คือพยายามเอาทิชชู่รองไว้ตอนฉี่แล้วนะครับ แต่ก็ซับได้ไม่หมด ตอนนี้กังวลมากครับ ไม่รู้ควรทำยังไงดี เวลาแกะผ้าก็อตก็ลำบากครับ แผลมันติดผ้าไปหมด ราดน้ำเกลือจนชุ่มสักพักถึงจะแกะได้(พร้อมความเจ็บแสบ) ขอคำแนะนำด้วยครับ
  20. จากวันที่ไปขริบที่สันติชนมา นับได้ 10 ปีแล้วครับ เอาน้องชายมาให้ดูกันว่าเวลาช่วยทำให้แผลเนียนขึ้นได้ขนาดไหน ตอนนี้แต่งงานแล้ว ใช้งานได้ดีครับ กระทู้เก่าตามนี้เลยนะครับ เป็นกำลังใจให้ทุกท่านที่กำลังตัดสินใจครับ
×
×
  • Create New...

Important Information

ในการใช้งานเว็บไซต์คุณต้องยอมรับข้อตกลง Terms of Use.Privacy Policy