Jump to content

Search the Community

Showing results for tags 'ขลิบ'.



More search options

  • Search By Tags

    Type tags separated by commas.
  • Search By Author

Content Type


Forums

  • ศาลากลาง
    • ประกาศจากทางสาลิกา
    • แจ้งปัญหาการใช้งาน
  • ห้องโถง
    • ชุมชนคนสนใจเรื่องขริบ
    • ถามตอบปัญหาสุขภาพ
    • ขนาดเรื่องสำคัญคู่ผู้ชาย
  • สัพเพเหระ's Topics

Find results in...

Find results that contain...


Date Created

  • Start

    End


Last Updated

  • Start

    End


Filter by number of...

Joined

  • Start

    End


Group


Found 247 results

  1. มีใครเคยผ่ารูฉี่ไหมคับ ที่เอามีดผ่าตัด ผ่ารู่ฉี่ขึ้นมานะคับ
  2. ขลิบมาสองอาทิตย์ละครับไหมหลุดบางส่วนแต่ยังเหลืออีกเยอะมันจะหลุดเองรึว่าต้องให้หมอตัดออกครับ
  3. วันนี้ไปขลิบ ที่รพ.รัชดา-ท่าพระ คุณหมอมือเบามากๆ ใช้เวลาแค่ชัวโมงนิดๆ ในห้องOR มีเพลงฟังสบายๆตลอดการขลิบ ทำเสร็จจ่ายเงิน รับยา กลับบ้านได้เลย (อาจมึนหัวนิดๆจากยาชา) ระหว่างทำหากรู้สึกว่ามีอาการเจ็บ แจ้งคุณหมอฉีดยาชาได้เลย หากจะทำ ทำเลยครับไม่น่ากลัวอย่างที่คิด การดูแลรักษา สอบถามคุณหมอตอนผ่าตัดได้เลย คุณหมอแนะนำ - ล้างแผลโดยรพ.หรือคลีนิคโดยผู้เชี่ยวชาญก่อนสัก 3-4 วัน เพื่อให้อาการบวมหาย จากนั้นก็สามารถทำเองได้เลย -ห้ามแผลโดนน้ำสัก 4-5 วันให้ปากแผลสนิทก่อน -ประมาณ 2อาทิตย์ หากแผลแห้งสนิท สามารถตัดไหมได้เลย หรือรอให้ไหมละลายเองก็ได้ -งดการออกกำลังกายสัก4-5วัน จากนั้นสามารถออกเบาๆได้ -งดกิจกรรมบนเตียงสัก 60 วัน แต่สามารถช่วยตัวเองเบาๆได้หากแผลไม่มีอาการเจ็บ -หลังทำน้องชาย หดเป็นเรื่องธรรมดา รพ.รัชดา-ท่าพระ รับทำแค่วันละ 2 รายเท่านั้น โทรจองคิวได้เลย 02-4665031, 02-4660205 ค่าใช้จ่ายในการทำโดยประมาณ 4,500 - 5,000 *ตอนพิมพ์ข้อมูลตอนนี้รู้สึกปวดแผลนิดหน่อย* **ขอใบรับรองแพทย์เพื่อใช้ลางานได้เลย**
  4. คือจู๋ผมอ่ะครับ ตอนปกติมีหนังหุ้มปลายเกินมาค่อนข้างเยอะ มีซิสต์โผล่มาที่หนังหุ้มปลาย กับตอนแข็งตัวดึงลงมาสุดแล้วรั้งเจ็บบริเวณเส้นสองสลึงมาก ไปปรึกษาหมอแล้วคงต้องขลิบครับ อันนี้เป็นตอนแข็งตัว ดึงจะเห็นว่ามันดึงมาตั้งแต่รูฉี่เลยครับกับก้อนใสๆด้านล่างนั่นเป็น ซีสต์ครับ รูปที่2 เป็นรูปตอนรูดมาจนสุดตอนเริ่มแข็งตัวครับตรงเส้นสองสลึงรั้งเยอะ รูปที่3 เป็นตอนแข็งตัวมีหนังมากองอยู่ตรงแถวๆใต้เห็ด รูปที่4 เป็นตอนแข็งตัวแบบๆไม่ได้รูดเปิดครับ ทีนี้ผมสงสัยครับ คือตามดูในบอร์ดนี้ของเพื่อนๆพี่ๆหลายคน เห็นว่า ลักษณะแผลบางคนสวยหรือแตกต่างค่อนข้างเยอะ อันนี้ขึ้นอยู่กับอะไรหรอครับ ของพี่ๆบางคนแอบน่ากลัว เคสที่ต้องเลาะเยอะๆแบบนี้แผลจะเยินมากมั้ยครับ วิธีปกติกับวิธีขลิบไร้เลือด แตกต่างกันยังไง มีข้อดีข้อเสียไหม เวลาการหายของแผลต่างกันไหมครับ คือปกติผมอ้วน จู๋จะเป็นแบบ ซ่อนเข้าไปในหัวหน่าว เห็นหนังหุ้มปลายซะเยอะ แบบนี้จะมีผลต่อการพันแผลหรือเปล่าครับ ต้องหยุดพักหลังทำกี่วันดีครับ ขอบคุณทุกคำตอบนะครับ ตอนนี้จิตตกมาก ถึงจะบอกตัวเองว่าทำใจได้แล้ว แต่ก็ค่อนข้างผวา และคิดเยอะมากๆ กำลังตัดสินใจว่าจะทำตอนไหน และที่ไหน ขอบคุณทุกคนครับ
  5. คือจู๋ผมอ่ะครับ ตอนปกติมีหนังหุ้มปลายเกินมาค่อนข้างเยอะ มีซิสต์โผล่มาที่หนังหุ้มปลาย กับตอนแข็งตัวดึงลงมาสุดแล้วรั้งเจ็บบริเวณเส้นสองสลึงมาก ไปปรึกษาหมอแล้วคงต้องขลิบครับ อันนี้เป็นตอนแข็งตัว ดึงจะเห็นว่ามันดึงมาตั้งแต่รูฉี่เลยครับกับก้อนใสๆด้านล่างนั่นเป็น ซีสต์ครับ รูปที่2 เป็นรูปตอนรูดมาจนสุดตอนเริ่มแข็งตัวครับตรงเส้นสองสลึงรั้งเยอะ รูปที่3 เป็นตอนแข็งตัวมีหนังมากองอยู่ตรงแถวๆใต้เห็ด รูปที่4 เป็นตอนแข็งตัวแบบๆไม่ได้รูดเปิดครับ ทีนี้ผมสงสัยครับ คือตามดูในบอร์ดนี้ของเพื่อนๆพี่ๆหลายคน เห็นว่า ลักษณะแผลบางคนสวยหรือแตกต่างค่อนข้างเยอะ อันนี้ขึ้นอยู่กับอะไรหรอครับ ของพี่ๆบางคนแอบน่ากลัว เคสที่ต้องเลาะเยอะๆแบบนี้แผลจะเยินมากมั้ยครับ วิธีปกติกับวิธีขลิบไร้เลือด แตกต่างกันยังไง มีข้อดีข้อเสียไหม เวลาการหายของแผลต่างกันไหมครับ คือปกติผมอ้วน จู๋จะเป็นแบบ ซ่อนเข้าไปในหัวหน่าว เห็นหนังหุ้มปลายซะเยอะ แบบนี้จะมีผลต่อการพันแผลหรือเปล่าครับ ต้องหยุดพักหลังทำกี่วันดีครับ ขอบคุณทุกคำตอบนะครับ ตอนนี้จิตตกมาก ถึงจะบอกตัวเองว่าทำใจได้แล้ว แต่ก็ค่อนข้างผวา และคิดเยอะมากๆ กำลังตัดสินใจว่าจะทำตอนไหน และที่ไหน ขอบคุณทุกคนครับ
  6. คือไปขลิบมาได้18วันแล้วแผลโอเครมั้ยครับมันเริ่มเป็นสะเก็ดผมยังต้องล้างแผลมั้ยครับแล้วแผลผมมันน่าตาน่ากลัวจังครับกลัวแผลไม่หาย555
  7. สวัสดีครับทุกคน ผมอยากทราบว่าคนที่ขลิบแล้ว มันจะมีวิธีช่วยตัวเองในแบบฉบับคนขลิบไหมครับ ทุกคนช่วยแนะนำหน่อยครับ ประมาณว่าจุดเสียวตรงนี้คนขลิบมี แต่คนที่ไม่ขลิบจะไม่มี อะไรประมาณนี้อะครับ
  8. ล่าสุดหลังจากออกห้องผ่าตัดครับ ตอนนี้ยังไม่เจ็บเท่าไหร่ เเต่คุณหมอบอกว่าน่าจะเย็นๆคงเริ่มเจ็บละมีรูปให้ดูทั้งก่อนทำเเละหลังทำนะครับ พรุ่งนี้คุณหมอนัดตรวจอีกทีครับ ก่อนทำครับ หลังทำครับ ตอนนี้ยังไม่มีอาการปวดเเละบวมเท่าไหร่ครับ เเต่เสียวที่หัว มีเลือดซึมนิดหน่อย โดยรวมโอเครึป่าวครับ.
  9. คือพึ่งไปขลิบมาได้ตอนนี้2สัปดาห์พอดีครับแล้วหัวน้องชายเริ่มเป็นแห้งควรใช้อะไรทาครับใช้บีแพนเธนทาได้ไหมครับ
  10. นี่คือรอยแผล ณ ปัจจุบัน(พึ่งถ่ายเมื่อกี้) รอยผมว่าโอเคแล้ว ทูโทน ไปขลิบส่วนตัวถือว่าคุ้มค่ามาก
  11. อยากทราบว่าหลังขลิบ สามารถขับรถกลับต่างจังหวัดได้เลยไหมครับ หรือต้องมาให้หมอตรวจอีกวัน และเราสามารถล้างแผลเองได้ไหม เหตุผลคือต้องรีบกลับบ้านช่วงสงกรานต์ครับ กะไปพักฟื้นที่บ้าน จะทำที่บางกะปินะครับ
  12. ผมกำลังฝึกรุดตอนอ่อนอยุ่แต่เป้นตึงๆ แสดงว่าผมควรขลิบใช่ไหมครับ
  13. วันนี้ลองตัดสินใจไปพบหมอมาครับที่ รพ เชียงใหม่ใกล้หมอครับ หลังจากที่เช็คจากหลายๆที่ในเชียงใหม่เเล้ว เลยตัดสินใจมาที่นี่คับ คุณหมอใจดีมากๆ มาถึงคุณหมอให้ขึ้นเตียงเลย โดยไม่พูดพร่ำ เเล้วดูน้องชายผมเสร็จเเล้วคุณหมอถามผมว่าพร้อมวันไหน พรุ่งนี้เลยมั้ย พอดีมีคนทำพรุ่งนี้พอดี จะได้ทำรวดเดียว คือเวลาตัดสินใจน้อยมากกคับ... ผมเลยลังเล กลัวจะกลับบ้านที่ต่างจังหวัดไม่ได้ครับ เเต่ก็เกรงใจหมอเลยตัดสินใจว่าพรุ่งนี้ก็ได้ครับเเบบงงๆ **เเพลนกะจะมาขลิบหลังสงกานต์ **ซึ่งไม่มีเวลาเตรียมใจเลย....ผมจะต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้างครับ เเล้วหลังจากขลิบเเล้ว วันศุกร์นี้ผมจะกลับต่างจังหวัดต้องเลี่ยงอะไรบ้างครับ เดี๋ยวพรุ่งนี้ ถ้าขึ้นเขียงเรียบร้อยเเล้ว จะมาอัปเดทข้อมูลต่อนะครับ ขอบคุณล่วงหน้าครับ
  14. สวัสดีครับ วันนี้ก็ครบ 2 อาทิตย์ ที่ไปขลิปมาครับ ทำที่บางกะปิคลินิคครับ ตอนนี้ไหมหลุดเองหมดแล้วครับ เหลือแผลตรงเส้นสองสลึงที่หายข้ามากๆๆครับ ตินนี้แผลยังไม่โดนน้ำ ครับ ขอรบกวนสอบถามว่า 1.ผมควรยังต้องพันผ้าต่อหรือเปล่าครับ 2.แผลควรโดนน้ำได้ยังครับ 3.แผลปรกติไหมครับ ขอบคุณครับ
  15. ผ่านมาได้5ปีละครับ สะอาด ดูแลง่าย ไม่มีกลิ่นเลยครับ คุณหมอทำออกมาได้สวยเลยครับ ทำแผลเองครับ
  16. รอบนี้เป็นกาาตัดสินใจทำรอบที่ 2 ครับ สาเหตุที่ทำเพราะรอบแรกทำแล้วมีปัญหาคือหมอตัดแค่ปลายออกนิดเดียว ทำให้มีปัญหาคือเวลาทั้งอ่อนตัวและแข็งตัวมันยังมีหนังหุ้มอยู่ แล้วมันทำให้ไม่สบายตัวมากครับ คือถ้ามันจะเปิดก็อยากเปิดให้สุดไปเลย นอกจากนี้ยังมีปัญหาเรื่องจอนนี่กินเส้นหมี่ครับ ผมต้องคอยหาวิธีหลบเลี่ยงในการจะหาที่ให้จอนนี่ยอมคายหมี่ตลอดไม่อยากจะตัดเพราะตัดแล้วคันมากแล้วหมี่ยังแข็งไม่นุ่มแบบปกติด้วยถ้าตัด กลายเป็นหนามชีวิตทิ่มแทงจอนนี่แทน แล้วอีกปัญหาไม่รู้ใครเป็นเหมือนผมรึเปล่าคือ ฉี่จนสุดแล้วไม่มีไหลหยดแล้วแต่พอจะเก็บเท่านั้นแหละครับตัวค้างท่อพุ่งออกมาตลอด ทำให้ผมมีปัญหาเรื่องกลิ่นอับมาก บางทีเข้าห้องน้ำฉี่นี่กลิ่นออกเลยครับ เพราะมันทั้งเหงือทั้งฉี่ที่ชอบค้างพุ่งออกมา เลยเคยเข้ามาตั้งกระทู้ถามในบอร์ดเรื่องการทำรอบที่สอง ใช้เวลาอยู่เกือบปีเลยพุ่งไปทำที่ โรงพยาบาลเชียงใหม่ใกล้หมอ แพทย์ที่ทำให้ชื่อ นพ.ศิษฏจิต ชัยรัตน์ ตอนแรกอยากไปเป็นศิษย์บางกะปิอยู่นะครับ แต่พอบวกลบราคาค่าทำ ค่าเดินทาง แล้วก็ที่พักแล้วยังไงค่าใช้จ่ายรวมกันแล้วก็หลักหมื่นแน่ๆครับ ไม่ห่างกันเท่าไหร่ เลยไปปรึกษากับคุณหมอ ตอนแรกคุณหมอก็บอกว่าหมอคนเก่าก็ทำมาดีแล้วนะ แต่ก็ยืนยันกับคุณหมอว่าจะทำคืออยากให้คุณหมอทำใหม่ เอาให้มันเปิดไปเลยแล้วก็ตัดเส้นสองสลึงออกไปให้เลย ตอนแรกคุณหมอถามว่างั้นทำเลยมั้ยวันนี้หมอว่าง ผมก็ขอเวลาหมอไปทำใจก่อน(ยังใช้งานช่วงก่อนพักยาวไม่คุ้ม) เลยได้คิวมาเป็น 21/01/62 ช่วงบ่าย เป็นคนทำคิวที่สองด้วยนะครับ ตอนแรกก็นึกว่าจะมีแค่ผมที่เข้าไปหาหมอเรื่องนี้ เพราะไม่กล้าให้ข้อมูลพยาบาลเท่าไหร่ แล้วก็ถามตั้งแต่จุดยื่นบัตรยันหน้าห้องตรวจว่ามาทำอะไร เอาละครับทีนี้ก็มาถึงวันทำ คุณหมอและพยาบาลทุกคนดูชิลมาก จนใกล้จะได้เข้าห้องผ่าตัดผมนึกได้ว่าแย่แล้วยังไม่ได้โกนขนเลย แต่พอมาย้อนคิดวันตรวจคุณหมอก็ไม่ได้บอกให้โกนนะครับ แต่ด้วยความนั่งรอในห้องเตรียมจะไปผ่าแล้วจะออกมาก็ไม่ได้ก็เอาวะเข้าไปทั้งแบบนี้แหละ ปรากฎว่าคุณหมอก็ไม่ได้ว่าอะไรนะครับ ทำไปทั้งแบบนั้นเลยตอนฉีดยาชานี่อู๊ยยยย ไม่มดกัดนะครับลงไปลึกแบบจึกและจี๊ดมาก ส่วนการขลิบนั้นคิดว่าจะเป็นการใช้เลเซอร์ในการทำเพราะจะได้ยินเสียงตี๊ดดังตลอด มีเกือบหลุดขำตอนที่ขนน่าจะโดนเลเซอร์เบิร์นด้วยเหม็นเลยจนพยาบาลไอแค๊กๆเลย เกร็งจนความดันขึ้นเครื่องร้องเลย ไม่ได้เจ็บอะไรนะครับแต่พยายามนอนกลั้นขำแบบหนักมาก หลังทำเสร็จคุณหมอบอกว่า พันผ้าไว้ 1 วันพรุ่งนี้หมอจะนัดมาแกะผ้าออก พร้อมกับให้เราดูแผลก่อนที่จะพันด้วยว่าพอใจมั้ย แต่ที่ผมตกใจเลยคือทำไมแทบไม่เห็นเลือดเลยหว่า ผิดกับทำครั้งแรกนี่โอ้โหผ้าเขียวนี่เปียกชุ่มเลย หลังทำเสร็จได้ยาจากคุณหมอมา 4 ตัวคือ 1.Ciprofloxacin 500mg 2.Ibuprofen 400mg(สองตัวแรกนี้กินตามหมอสั่งจนหมดเลย) 3.Paracet 500mg(อันนี้ไม่ได้กินเลย) 4.Terramycin(อันนี้เป็นยาทาตรงแผลครับ) คืนแรกไม่ได้ปวดอะไรทั้งสิ้นเลย นอนชิวมากจนเช้านี่แหละครับเวลาเคารพธงชาติ โอ้โหตื่นเพราะมันรั้งได้แบบ โอ๊ยยยยกลัวมากว่าแผลมันจะฉีกมั้ย จะลุกนั่งยิ่งรั้งตอนนอนเลยจะตะแคงก็รั้ง สุดท้ายนอนยกเขาขึ้นมันก็พอจะดูช่วยได้นิดหน่อย รอบหลังมาถึงได้รู้วิธีแก้ด้วยตัวเองคือถ้าอยู่ในท่านั่งให้นั่งอยู่เฉยๆอย่านอน ส่วนถ้านอนอยู่ท่าไหนให้นอนท่านั้นแล้วค่อยๆยกเขาเข้ามาหาตัว เช้าวันต่อมาไปหาหมอตามนัดหมอแกะผ้าออกมาดูแล้วก็บอกว่าโอเคใช้ได้ไม่ต้องพันผ้าแล้ว อาบน้ำได้เลย แต่อย่าพึ่งเล่นกีฬาหรือฟิตเนสขอสองอาทิตย์ขึ้นไป ผมก็หวออยู่นะครับ หะ! อาบน้ำได้เลย? คือที่อ่านในกลุ่มดูส่วนใหญ่อาทิตย์หรืออาทิตย์กว่าๆกันทั้งนั้น เลยถามย้ำคุณหมออีกรอบ ก็ได้รับการยืนยันแบบเดิมคืออาบได้เลย อะอาบก็อาบครับกลับมาถึงบ้านก็จัดเลย ตอนแรกกลัวมากถ้ามันเน่าจะทำไงวะ มันจะแสบจี๊ดจนต้องเรียกกู้ภัยมาพาไปหาหมอมั้ย สรุปไม่มีอะไรเกิดขึ้นซักอย่างครับ แล้วผมก็ยังไม่ได้นอนเฉยๆ ก็ออกไปเดินเที่ยวห้างอะไรตามปกติ ไปกินข้าวกับเพื่อนทุกอย่างเหมือนเดิม ตอนนี้ผ่านมา 6 วันแล้วแผลก็ตามภาพเลยครับ มันจะมีจุดที่เหมือนแผลมันปริฉีกออกมา แต่ด้วยความซาดิสก็แหวกดูนะครับ มันก็ไม่ลึกเลยตื้นมาก วันนี้(28/01/62) คุณหมอนัดไปดูแผลอีกรอบก็บอกไม่เป็นไร ไม่ต้องกังวลเดี๋ยวมันจะเข้าที่เข้าทางเอง พร้อมกับบอกว่าไม่นัดต่อแล้วแต่ถ้ามีปัญหาเข้ามาหาได้เลย สุดท้ายนี้ลืมบอกไปว่านอกจากยาที่หมอให้มาแล้ว ผมยังซื้อใบบัวบกเม็ดกับวิตตามินซีมากินเพิ่มเองด้วยครับ แล้วก็ทุกวันนี้ก็อาบน้ำ เดินเที่ยวห้าง เดินตลาดปกติทุกอย่างครับ แต่กลางคืนช่วงนี้จะชอบเปิดอ้าซ่ารับลมรอบทิศทางเลยครับ ขอจบรีวิวแต่เพียงเท่านี้ก่อนนะครับ แล้วจะมารายงานผลสั้นๆกันแบบรายสัปดาห์ต่อครับ ขออภัยที่ไม่มีภาพก่อนจะทำให้ดูครับ
  17. หลังจากหาข้อมูลมาหลายเดือน ในเว็บบอร์ดนี้ แต่ไม่กล้าตั้งกระทู้ถามซะที ได้แต่ดูรีวิวของหลายๆคนผมก็ตัดสินใจว่าทำดีกว่า ซึ่งตอนแรกว่าจะทำใกล้ๆบ้านแถวหาดใหญ่ พอดีมีประชุมที่ กทม.ประมาณ 1อาทิตย์เลยตัดสินไปทำที่กทม.แล้วกัน สถานที่ ไม่ต้องเลือกเลยครับ ชอบการขลิบ ระดับ3-4 ของบางกะปิคลินิกครับ จึงหาที่พักใกล้ๆไว้ก่อน เป็นห่วงการเดินทางหลังขลิบ กลัวกระทบกระเทือน ขอเกริ่นก่อนว่า ผมอายุ 26ปีนะครับ ผมเป็นคนหนังหุ้มยาวครับ ปลายมีการอักเสบบ่อย เป็นแล้วหายสนิท ช่วงวัยรุ่นยังสามารถเปิดหัวมาล้างได้ ไม่มีปัญหาอะไร จนหลังๆมานี้ปลายอักเสบมากเวลาจะเปิดหัว จะมีเลือดออกและเจ็บครับ ทายาอยู่หลายอาทิตย์ไม่หายสักที จึงตัดสินใจแน่วแน่เลยว่าจะไปขลิบ วันที่ไปคลินิก(04/03/62) ไปถึงก็ถามที่เคาเตอร์ บอกว่ามาขลิบครับ จากนั้นเค้าให้เขียนชื่อทำประวัติผู้ป่วย ชั่งน้ำหนัก ซักประวัติโรคประจำตัว แพ้ยา หลังจากนั้นก็เรียกเข้าไปคุยกับหมอ ผมก็บอกปัญหาทั้งหมดครับ คุณหมอให้ไปนั่งรอ เตรียมห้อง และอุปกรณ์ก่อน จากนั้นก็ให้พารามากิน 1 เม็ด บอกให้ผมไปเข้าห้องน้ำให้เรียบร้อย แล้วก็เรียกเข้าห้องผ่าตัด ทีนี้ผู้ช่วยก็บอกให้ผมถอดกางเกงออก ไปใส่โสร่งแล้วขึ้นนั่งเก้าอี้ขาหยั่งเหมือนตรวจภายใน ในชีวิตไม่เคยคิดเลยว่าจะต้องนั่งบนเก้าอี้นี้จริงๆ ผู้ช่วยก็บอกผมว่า สามารถเล่นโทรศัพท์ได้นะระหว่างทำ ไม่มีม่านกั้นขณะที่ทำนะครับ ผู้ช่วยก็จะให้เปิดโสร่งแล้วทำความสะอาด รอหมอเข้ามาครับ จากนั้นเขาก็เริ่มทำตามปกติ ฉีดยาชาตรงโคนประมาณ 3เข็ม หลังจากนั้นนวดๆคลึง แล้วผมก็ไม่รู้สึกอะไรแล้ว เล่นโทรศัพท์ไปเรื่อยๆ จากนั้นพอตัดอะไรเรียบร้อยแล้ว หมอก็จะบอกว่าจะเริ่มเย็บแผล ขั้นตอนเย็บแผลก็ไม่รู้สึกอะไรเลยนะครับ จนปิดแผลเสร็จผู้ช่วยบอกว่าจะติดพลาสเตอร์ให้มันหงายขึ้นไว้จะได้ไม่เจ็บครับ แล้วให้ผมไปนั่งนอนพักประมาณ 30 นาที หากไม่มึนหัวอะไร ให้ลงจากเตียงได้เลย จากนั้นก็ให้แต่งตัวออกไปจ่ายเงิน 5500 ที่เคาเตอร์ ได้ยามากิน3 ตัวครับ แล้วจากนั้นหมอก็นัดมาเปิดดูแผลวันถัดไป วันถัดมานัดดูแผลวันแรกก็ไม่มีอะไรมาก หมอก็ดูแผลแล้วทำแผลให้ปกติ แล้วให้ผมมาวันเว้นวัน เลยบอกพี่ผู้ช่วยว่าจะไม่มาแล้วครับ ขอกลับไปทำแผลเองที่บ้าน สรุปค่าทำแผลวันนั้น 150 บาทครับ ทำแผลช่วงแรกๆแผลติดดีนะครับ ไม่ซึมเลย ไม่ค่อยปวดด้วย อาบน้ำโดยเอาถุงพันทั้งพวงไว้ด้วยกันเลยครับ น้ำไม่ซึมเข้าเลย ทีนี้ช่วงประมาณวันที่ 7หลังขลิบ ผมต้องบินกลับต่างจังหวัดแล้วครับ ส่วนไหมผมก็ดันมาหลุดตั้งแต่วันที่ 8-9 นะครับ ปกติคนอื่นเขาหลุดประมาณ 2 สัปดาห์ ไหมจะหลุดตอนทำแผล แต่แผลมันยังไม่ค่อยติดไงครับ ส่วนตัวน่าจะมาจากการแข็งตัวตอนเช้าๆ ทุกวันเลยครับ ประมาณวันที่10 แผลข้างขวาเริ่มแยกเล็กน้อยครับ จิตตกสุดๆ กลัวแผลออกมาไม่สวย อาการบวมมีไม่มาก ตอนนี้ผ่านมา 13วันแล้วครับ แผลตรงที่แยกๆ ยังมีเลือดซึมเล็กน้อย พยายามอาบน้ำไม่ให้แผลโดนน้ำเหมือนเดิม รูปวันแรกครับ Day1
  18. อยากทราบว่าดึงไหมออกหมดแล้ว ไม่เจ็บแล้วไม่ตึงหรืออื่นๆ สามารถทำการบ้านได้ยังคับ
  19. ปัจจุบันอายุ 15 ครับ ไม่มีแปลนจะขลิบครับ แต่ผมแค่สงสัยว่ารูปร่างมันแปลกหรือผิดปกติไหม ขอบคุณครับ
  20. ยาเป็นยาขี้ผึ้งที่ให้มาเลิกทาได้แล้วใช้ไหมครับ แล้วเวลาฉี่ยัังต้องคอยเอาทิชชู่ซับอยู่ไหมครับหรือแค่สะบัดๆพอ
  21. จากที่เคยต้ังกระทู้ถามเรื่องขลิบตั้งแต่ปลายปี 2016 ตามด้านล่าง โดยความต้องการของผมคือต้องการขลิบระดับ 1 หรือ 2 โดยเป็นแบบ low & tight และตัดเส้นสองสลึงออกหมดเลย โดยผมไม่ได้มีปัญหาอะไร หัวเปิดได้สุด ไม่รัด ไม่ตึง หนังไม่กอง ตอนหดก็มีหนังคลุมประมาณครึ่งหัว ปกติดี สะอาด ไม่มีกลิ่นอะไร แต่อยากขลิบเพราะความชอบส่วนตัวครับ ซึ่งหลังจากตั้งกระทู้และได้คำตอบมาแล้ว ตั้งแต่นั้นมาก็ยังลังเลใจอยู่ 3 เรื่อง คือ 1. กลัวว่าที่บางกะปิจะทำ low & tight ไม่ได้ 2. คลินิกที่รัชดาท่าพระทำแบบ low & tight ได้ แต่ผมไปเจอบางกระทู้ที่บอกว่า ขลิบที่รัชดา-ท่าพระแล้ว เหมือนจะตัดหนังออกเยอะเกินแล้วตึงบ้าง แผลปริบ้าง (ถ้าผมจำไม่ผิดนะ เพราะอ่านเยอะเหลือเกิน ) แต่ของบางท่านก็ทำมาอย่างดี อย่างสวยเลย 3. กลัวแผลไม่สวย ก็เลยยังไม่ตัดสินใจทำ ได้แต่นั่งเก็บข้อมูลในบอร์ดไปเรื่อยๆ อ่านรีวิวไปเรื่อยๆ........ ล่วงเลยมานานก็ยังไม่ได้ทำซักที จนกระทั่งมาเจอกับกระทู้นี้ของคุณ @MisterT พบว่าน่าสนใจตรงที่แผลดูดีมาก ลักษณะการขลิบก็เป็นแบบ low & tight (ถึงดูเหมือนจะไม่ได้ tight มากก็ตาม) ซึ่งถ้าดูระยะเวลากระทู้ของผมกับของคุณ @MisterT จะพบว่าห่างกันประมาณ 1 ปี!!!!! 1 ปีที่ผมเฝ้ารออ่านรีวิวเพื่อจะหา case ที่ผมชอบและถูกใจในผลงาน...... ต้องขอบคุณ คุณ @MisterT ด้วยครับ ถ้าไม่มาเขียนรีวิว ผมคงจะเฝ้ารอไปเรื่อยๆ ไม่ใช่ว่าผลงานของสำนักอื่น หรือท่านอื่นไม่ดีนะครับ เพราะคำว่าดีของแต่ละคนไม่เหมือนกัน เรื่องแบบนี้ผมคิดว่าขึ้นอยู่กับความพึงพอใจล้วนๆ นะ ใครชอบฝีมือใคร เจ้าไหนก็เลือกเอา ก็เหมือนร้านอาหารตามสั่งแหละครับ บางคนว่าร้านนี้อร่อย บางคนว่าไม่อร่อยเนอะ แล้วผมก็ตัดสินใจไปขลิบมาแล้วเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2561 (เกือบ 2 ปีตั้งแต่ตั้งกระทู้แรก) กับนายแพทย์ ประภากร ก๋งอุบล ที่โรงพยาบาลพระราม 9 ซึ่งเป็นไปตามคำบอกเล่าของคุณ @MisterT จริงๆ ครับ ว่าไม่เจ็บเลย แต่ก็มีเจ็บตอนที่ฉีดยาชา โดยผมจะเล่าให้ฟังดังนี้ 1. วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 ผมไปพบคุณหมอ ตั้งใจจะไปขลิบวันนั้นเลย โดยผมทำงานเป็นพนักงานบริษัท และมีประกันสุขภาพแบบกลุ่มที่บริษัททำให้พนักงานทุกคน โดยประกันเขียนไว้ว่าครอบคลุมการผ่าตัดเป็นวงเงิน 50,000 บาท แต่ว่าวันที่ไปพบหมอ ทาง ร.พ. ไม่แน่ใจว่าถ้ามาขลิบจะเบิกประกันได้หรือไม่ เพราะไม่ได้เป็นโรคที่จำเป็นต้องผ่าตัด และวันนั้นก็ไม่มีใครยืนยันได้ว่าจะเคลมประกันได้หรือเปล่า ทาง ร.พ. เลยขอทำเรื่องเช็คกับประกันก่อน โดยกำหนดจะแจ้งให้ผมทราบภายใน 7 วัน ซึ่งผมก็บอกหมอไปว่าต้องการขลิบแบบไหน และเปิดกระทู้ของคุณ @MisterT ให้หมอดูด้วย แล้วผมก็บอกว่ามีคนมาขลิบกับหมอแล้วไปรีวิว ผมชอบฝีมือของหมอ ก็เลยอยากจะมาขลิบ แล้วก็เอารูปแบบที่ต้องการให้คุณหมอดู ซึ่งรูปที่เอาไปก็ประมาณนี้ 2. วันที่ 5 พฤศจิกายน 2561 ร.พ. โทรมาแจ้งว่าเบิกประกันได้ ครอบคลุมทั้งหมด เย่!!!!!! ผมไม่รู้ว่าหมอให้เหตุผลของการผ่าตัดกับบริษัทประกันว่าอย่างไร แต่คือเบิกได้ก็ดีใจแล้ว ไม่งั้นต้องควักเองหมดเลย 3. วันที่ 6 พฤศจิกายน 2561 ผมลางาน เข้าไป ร.พ. ประมาณบ่าย 3 ก็ไปพบคุณหมอ หมอก็เช็คห้องผ่าตัด ก็ว่างพอดี แต่ก่อนผ่าตัดต้องเจาะเลือดหาเชื้อ HIV เพราะต้องใช้อุปกรณ์ห้องผ่าตัดร่วมกับคนอื่น หากติดเชื้อ HIV เราจะต้องจ่ายเพิ่มสำหรับอุปกรณ์ในห้องผ่าตัด ซึ่งจะใช้แล้วทิ้งเลย ถ้าจำไม่ผิดหมอบอกว่าต้องจ่ายเพิ่มประมาณ 4 พันกว่าบาท..... หลังจากที่พูดคุยกับหมอเสร็จแล้ว ตอนบ่าย 3 ครึ่งก็ไปเจาะเลือดหาเชื้อ HIV และรอผล 1 ชั่วโมง ระหว่างรอก็เซ็นเอกสารเคลมประกัน เอกสารยินยอมให้ผ่าตัด โดยนั่งรออยู่ข้างล่างประมาณ 20 นาที แล้วผู้ช่วยพยาบาลก็พาขึ้นไปรอหน้าห้องผ่าตัดชั้น 4 (ถ้าผมจำไม่ผิด) ขึ้นไปก็เปลี่ยนรองเท้าเป็นรองเท้าแตะยาง แล้วก็เปลี่ยนชุดเป็นชุดคนไข้เตรียมผ่าตัด แล้วก็นั่งดู TV รอ จนเกือบๆ 5 โมงเย็น ก็มีน้องที่เป็นตุ๊ด/กระเทย/สาวสอง (แล้วแต่จะเรียกนะครับ ) มาตามไปเข้าห้องผ่าตัด 4. เดินเข้าห้องผ่าตัดก็ตกใจเล็กน้อย เพราะอุปกรณ์ต่างๆ เหมือนในหนังเลย แต่ตกใจยิ่งกว่านั้นคือ มีผู้ช่วยหรือพยาบาล (ไม่แน่ใจ) ผู้หญิงใส่หน้ากากอนามัยยืนรออยู่ 3 คน!!! ในห้องผ่าตัด ผมนี่เตรียมใจอายไว้ก่อนเลย 55555 สรุปว่าในห้องผ่าตัดมีผู้หญิง 3 คน ผู้ชาย 1 คน (หมอ) และสาวสอง 1 คน จากนั้นก็ขึ้นนอนบนเตียง ก็จะมีฉากกั้นมาบังครึ่งตัว ไม่ให้เราเห็นท่อนล่างตั้งแต่เอวของเราลงไป แล้วน้องสาวสองและสาวๆ อีก 3 คนก็มารุมห่มผ้า เปิดชุดที่ผมใส่ จัดแจงสถานที่อุปกรณ์วัดความดัน วัดการเต้นของหัวใจ ต่างๆ พร้อมทั้งใช้น้ำยาฆ่าเชื้อเช็ดหนอนน้อยของผมอย่างไม่รู้สึกอาย กลายเป็นว่าผมนี่แหละที่อายแทน ซึ่งมันจะเย็นๆ หน่อย ไม่รู้ว่ามันคือแอลกอฮอล์เช็ดแผลหรือเปล่า เหลือบมองไปที่เครื่องวัดชีพจร หัวใจผมเต้นประมาณ 110 5. จากนั้นก็นอนรอหมอแป๊บนึง หมอก็ขึ้นมาทักทายกันนิดหน่อยก็เริ่มเลย โดยฉีดยาชาเข้าไปที่บริเวรหัวหน่าวใกล้ๆ กับโคนอวัยวะเพศ เจ็บและปวดนิดนึงครับ เรื่องยาชานี่ผมไม่รู้ว่ามันแค่เข็มเดียวแต่ค่อยๆ ฉีดหลายครั้ง หรือว่าหลายเข็ม เพราะผมโดนฉีดแถวๆ หัวหน่าวประมาณ 4-5 ครั้ง เจ็บแค่ครั้งแรกและครั้งที่สองครับ นอกนั้นรู้สึกว่าโดนฉีด แต่ไม่เจ็บแล้ว เพราะชาหมดแล้ว หมอก็ไล่ฉีดยาชาไปเรื่อยๆ ทั่วบริเวณที่จะขลิบใกล้ๆ หัวด้วย 6. จากนั้นหมอก็เริ่มลงมือผ่าตัดโดยใช้เครื่องผ่าตัดไฟฟ้า มันมีสายไฟต่อออกไปจากเครื่องไปที่อุปกรณ์ที่หมอถืออยู่ แต่ผมไม่รู้ว่ามันเรียกว่าเครื่องอะไร ระหว่างที่ผ่าตัดก็ได้กลิ่นเนื้อไหม้ลอยมาเรื่อยๆ ระหว่างนั้นหมอก็จะบอกว่า ถ้าเจ็บให้บอกนะครับ หมอจะฉีดยาชาเพิ่มให้ ซึ่งพอผมรู้สึกเจ็บๆ ผมก็บอกให้หมอฉีดเพิ่มไปน่าจะประมาณ 5-6 ครั้ง ใช้เวลาไม่นานก็เสร็จ ก็เย็บแผลทำแผล โดยหมอทำแผลดีมาก เว้นตรงปลายเอาไว้ให้ปัสสาวะเยอะเลย ไม่ต้องใช้ขวดยาคูลท์เลย (เดี๋ยวมีภาพให้ดู) ตอนลุกออกจากเตียงยังเห็นหนังของตัวเองวางอยู่บนชั้นที่ใช้วางเครื่องมือผ่าตัด 7. ผ่าตัดเสร็จก็เปลี่ยนชุด นั่งรอให้รถเข็นมารับ จริงๆ จะเดินลงมาเองก็ได้ ไม่ได้รู้สึกเจ็บอะไร แต่เค้าเรียกรถเข็นให้มารับครับ ระหว่างนั่งรอปรากฎว่ามีผู้ช่วยหรือพยาบาลผู้หญิงที่อยู่ในห้องผ่าตัดเดินออกมาถามว่าได้ใบนัดหรือยัง แต่คราวนี้เค้าถอดหน้ากากอนามัยออก หน้าตาน่ารักมาก!!!! ผมนี่อายหนักว่าเดิมอีก คิดในใจว่าเห็นของตรูหมดเลยยยย 8. จากนั้นพนักงานเปล ก็เข็นเราลงลิฟท์มาข้างล่าง มารอที่ฝ่ายการเงินและรับยา ผมรอฝ่ายการเงินค่อนข้างนาน น่าจะครึ่งชั่วโมงได้ เพราะต้องรอทำเรื่องเคลมประกัน ตอนแรกก็ไม่อะไร แต่พอหลังจาก 15-20 นาที ไปแล้ว เริ่มรู้สึกตึงๆ เจ็บๆ ปวดนิดๆ (ย้ำว่านิดเดียว) บริเวณที่ผ่าตัด แต่ทนได้สบายมาก แล้วก็นั่งรออีกแป๊บ ก็เซ็นเอกสารเคลมประกัน แล้วก็รับยา โดยคุณหมอให้ยาพารา ยาฆ่าเชื้อกินประมาณ 6 วัน และยาทาเป็นหลอดมา 1 หลอด ก็เสร็จประมาณ 6 โมงเย็นกว่าๆ 9. จากนั้นผมก็ขี่มอไซค์กลับหอพัก ผมอยู่หลังเอสพลานาดรัชดา ใกล้ๆ ไม่มีปัญหาอะไร ตอนขี่ลงหลุมหรือกระแทก ก็รู้สึกเสียวแผลแปล๊บๆ นะ แต่กลับถึงห้องก็กินยาพารา 2 เม็ด แค่น้ัน แล้วก็กินยาฆ่าเชื้อก่อนอาหารเย็น และก่อนนอน 10. ทีนี้ถึงตอนอาบน้ำ ทำไงดี ไม่ให้แผลเปียก พอดีที่ห้องผมมีกระป๋องถั่วลิสงตรามารูโจ้ (อยากรู้ว่าเป็นอย่างไงลอง google คำว่า "มารูโจ้ กระป๋อง") ผมก็จัดการเอาไข่และหนอนลงไปในกระป๋องแล้วก็กดกระป๋องเข้ากับหัวหน่าวของเรา แค่นี้น้ำก็ไม่เข้าแล้วครับ เย่!!!!! อาบน้ำสบายมาก ไม่ต้องเช็ดตัว ไม่ต้องกลัวเปียก กดไว้ให้ดี ไม่ให้น้ำเข้าก็พอ ทีแรกว่าจะเอาฟิลม์ที่ใช้ wrap อาหารมาห่อแล้วก็เอาเทปพันที่โคน แต่กลัวน้ำเข้า เลยใช้กระป๋องแทน 5555+ อาบน้ำเสร็จก็เอาน้ำเกลือเช็ดไข่และตัวหนอน ส่วนแผลก็ไม่ยุ่งกับมัน ปล่อยไว้แบบนั้น นอนหลับสบาย ไม่เจ็บ ไม่ปวด ตื่นเช้าผมก็ไม่มีปัญหา พอหนอนตื่นตัว ผมก็คิดถึงเรื่องโน่นเรื่องนี้ มันก็หดลง 11. วันที่ 7 พฤศจิกายน 2561 ก็ไปล้างแผลที่ ร.พ. ตามนัด โดยผมเข้าไปประมาณบ่าย 2 เพราะติดประชุมตอนเช้า คุณหมอคนเดิมก็เป็นคนทำแผลให้ ไม่มีเลือด ไม่มีน้ำเหลืองออกมาเลยครับ แห้งสนิท แต่การล้างแผลของคุณหมอ จะไม่ได้ใช้น้ำเกลือเช็ดแผลเลย แค่แกะผ้าก๊อซออก แล้วทาเบตาดีนและยาที่เป็นครีม แล้วก็ปิดผ้าก๊อซใหม่ ผมเองก็สงสัยนะว่ามันจะสะอาดได้ไง เพราะที่อ่านในบอร์ดเรื่องการดูแลแผลขลิบ แทบทุกกระทู้แนะนำให้ใช้น้ำเกลือล้าง ทายา แล้วพันแผลให้แน่น ประมาณนี้ แต่คุณหมอทำให้ผมเท่าที่บอกจริงๆ ไม่แน่ใจว่าเพราะมันจะทำให้แผลแห้งช้าหรือเปล่า เลยไม่ใช้น้ำเกลือเช็ดให้ ใครมีข้อมูลมาแชร์กันได้ครับ 12. วันที่ 8 พฤศจิกายน 2561 วันนี้ไปล้างแผลตอนเช้า หมอบอกว่าแผลดูดี ไม่ต้องพันผ้าก๊อซแล้ว แผลจะได้แห้งเร็วๆ ผมคิดในใจ ห๊ะ!!! พันผ้าก๊อซแค่ 1 วัน 2 คืนเองหรอ จะให้เปิดแล้ว แต่ก็ตามนั้นแหละครับ หมอสั่ง ก็ไม่มีปัญหาอะไร ผมก็ไม่ได้รู้สึกเจ็บแผล และแผลก็แห้งสะอาดดี เปิดก็เปิดครับ 5555+ ก็ประมาณนี้ครับสำหรับการรีวิวของผม ค่าใช้จ่ายก็จะมีค่าผ่าตัดค่ายาวันแรกประมาณ 15,xxx (ผมจำราคาเต็มไม่ได้) แล้วก็ค่าล้างแผลวันแรก 950 บาท (ล้างแผลต้องเอายาทาไปด้วย แต่ผมลืมเอายาไป เลยแพงหน่อย) ส่วนค่าล้างแผลวันที่สองก็ 700 บาท (รอบนี้เอายาไป) ครับ ทั้งหมดนี้ผมเบิกประกันสุขภาพที่บริษัททำให้ได้หมดเลย ไม่ต้องจ่ายซักบาท หลังจากนี้ผมก็จะทำแผลเอง เพราะขั้นตอนไม่มีอะไรมาก ทำได้อยู่แล้ว แล้วหมอก็นัดดูแผลอีกทีวันที่ 15 พฤศจิกายน 2561 ระหว่างนี้ก็ยังใช้กระป๋องมารูโจ้ครอบตอนอาบน้ำ ไม่ให้แผลเปียกครับ ส่วนรูปด้านล่างนี้ก็เป็นหนอนของผมที่ขลิบแล้ว ทั้งแบบพันผ้าก๊อซและถอดผ้าก๊อซออกวันนี้ครับ ใครสงสัยอะไรก็สอบถามเพิ่มเติมได้นะครับ
  22. สวัสดีครับทุก ๆ ท่าน ผมมีปัญหาเรื่องหนังหุ้มปลายรัด ปัญหาคร่าว ๆ คือ เวลาแข็งตัว หนังหุ้มปลายจะไม่ร่นลงไปครับ แต่จะรัดอยู่บริเวณหัว แต่สามารถจับร่นลงไปได้ (ซึ่งจะลัดลำนิดหน่อย) แต่ถ้าใช้พวกสารหล่อลื่นทา เวลาแข็งตัวมันจะร่นลงไปได้เองเลยครับ ผมถามเพื่อนมา เพื่อนให้ลองเปิดหัวทิ้งไว้ ผมก็ทำมาประมาณเดือนกว่าแล้วแต่ก็ยังไม่ดีขึ้น เลยอยากจะมาสอบถามเรื่องขลิปหน่อยครับ พอดีผมพอจะราบการขลิปแล้วว่ามีหลายแบบ ตั้งแต่ตัดหนังออกบางส่วนไปจนถึงตัดออกทั้งหมด ผมอยากได้รีวิวจากคนที่ทำในรูปแบบต่าง ๆ ครับ อยากเห็นแบบทั้งตอนอ่อนตัวและแข็งตัว ว่าลักษณะของหนังหุ้มบริเวณหัวเป็นยังไง ปล. ส่วนของผมทีมีปัญหา เดี๋ยวลงรูปให้ในคอมเมนท์นะครับ พอดีไฟล์รูปมันใหญ่ แล้วผมปรับความละเอียดไม่เป็น เลยลงได้ทีละรูปเท่านั้น
  23. สอบถามนะครับหลังขลิบแล้วเวลาใส่กางเกงใน หรือใช้งานมีอาการแสบๆแดงๆกันบ้างไหมครับ และอาการแสๆบแดงหัวจะทำอย่างไรให้หัวมันด้านสักทีสีกางเกงแสบทรมานครับเป็นปรกติมะครับ
  24. ตามหัวกระทู้แล้วครับ วันนี้ครบ 5 สัปดาห์ แต่ตอน 4 สัปดาห์นิดๆ ทนไม่ไหว มีอะไรกับแฟนไป 2 ครั้ง วันละครั้งนะครับ 2 วันติด แต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย ไม่เจ็บ ไม่ปวด ไม่บวม ไม่ช้ำำ แต่รู้สึกตึงๆ แบบนี้จะมีผลข้างเคียงไหมครับ ขอคำแนะนำหน่อยครับ ปล. ตอนนี้หยุดแล้ว จนกว่าจะ 8 สัปดาห์
×
×
  • Create New...

Important Information

ในการใช้งานเว็บไซต์คุณต้องยอมรับข้อตกลง Terms of Use.Privacy Policy