Jump to content

Search the Community

Showing results for tags 'ตัดเส้น'.



More search options

  • Search By Tags

    Type tags separated by commas.
  • Search By Author

Content Type


Forums

  • ศาลากลาง
    • ประกาศจากทางสาลิกา
    • แจ้งปัญหาการใช้งาน
  • ห้องโถง
    • ชุมชนคนสนใจเรื่องขริบ
    • ถามตอบปัญหาสุขภาพ
    • ขนาดเรื่องสำคัญคู่ผู้ชาย
    • Archive

Find results in...

Find results that contain...


Date Created

  • Start

    End


Last Updated

  • Start

    End


Filter by number of...

Joined

  • Start

    End


Group


Found 6 results

  1. ตอนนี้อายุ 33 แล้ว มีปัญหาหนังหุ้มปลายเยอะ รูดเปิดปิดได้ ทำความสะอาดได้ แห้งบ้างแตกบ้าง แต่เวลาแข็งตัวรูดลำบาก มันมารัดตรงกลางครับ ทำให้แตกเป็นแผล อยากขริบ พร้อมตัดเส้น แนะนำสถานที่ด้วยครับ เท่าที่ติดตามในบล็อก ก้อสนใจ บางกะปิ ครับ เนื่องจากน่าจะไปสะดวก
  2. สวัสดีครับ หลังจากที่ได้ศึกษาข้อมูลการขริบในบอร์ดนี้มามากพอสมควร วันนี้ (27 ตุลาคม 2558) เลยตัดสินใจไปขริบซักที จะเล่าเป็นตอนๆ นะครับ สถานที่: สถานพยาบาลรัชดา - ท่าพระ แพทย์ผู้ทำการผ่าตัด: นายแพทย์มกรเทพ เทพกาญจนา ระยะเวลาในการผ่าตัด: ประมาณ 1 ชั่วโมง ค่าใช้จ่าย: 3,640 บาท (แล้วแต่บุคคล) / ค่าทำแผลครั้งละ 150 บาท เบอร์ติดต่อ: 02-466-5031 Part 1: การเตรียมตัวก่อนขริบ สาเหตุที่ตัดสินใจขริบคือ รู้สึกว่าหนังหุ้มปลายมันยาวมากครับ (หัวเปิดแล้วนะครับ) บวกกับเวลาร่นหนังหุ้มปลายลงมาสุด เส้นสองสลึงจะดึงหัวลึงค์ให้งุ้มลงมา ทำให้รู้สึกตึงๆ ก็เลยค้นหาข้อมูล จนมาเจอบล็อกเก่าและบอร์ดใหม่นี้ของคุณหมอสาริกา และได้ตัดสินใจขริบในที่สุดครับ สำหรับการเตรียมตัวของผมก็อ้างอิงจากหลายๆ กระทู้ที่สมาชิกหลายท่านแนะนำมา เช่น รวมข้อมูลสำหรับคนที่กำลังจะไปขริบ แบบต่างๆที่นิยมขลิบกันครับนำมาแบ่งปันอีกรอบสำหรับคนที่สนใจขลิบครับ จากนั้นผมก็ทำการโทรนัดคิวผ่าตัดที่คลินิกฯ ล่วงหน้าหนึ่งวัน ผมนัดไว้เป็นวันนี้ (27/10/58) ตอนบ่ายสองครับ ก่อนไปก็กินยาพาราไป 2 เม็ด เมื่อไปถึงคลินิกฯ แจ้งคิวที่นัดไว้ พยาบาลก็จะกรอกประวัติ วัดความดัน และชั่งน้ำหนัก จากนั้นรอเข้าพบคุณหมอครับ คุณหมอก็จะถามว่าทำไมถึงอยากขริบ ก็บอกคุณหมอไปว่าหนังหุ้มปลายมันยาวเกินไป และผมนำรูปแบบการขริบไปสอบถามคุณหมอด้วย เพราะผมอยากได้แบบที่ 2 ครับ คุณหมอบอกว่า แบบที่ 2 รวมตัดเส้น คุณหมอยังสามารถทำให้ได้ สุดท้ายผมก็ยังลังเลระหว่างแบบที่ 1 และ 2 คุณหมอเลยแนะนำว่า งั้นทำแบบที่ 1.5 อยู่ระหว่างแบบที่ 1 กับ 2 และตัดเส้นด้วยไปละกัน (55555) ผมก็เห็นด้วยครับ เลยตกลงกับคุณหมอว่าทำแบบ 1.5 เลย Part 2: ขึ้นเตียงผ่าตัด ขั้นตอนนี้ทุกคนกังวลกันอยู่แล้ว ผมก็กังวลครับ แต่ผมมาถึงจุดนี้ ถอยกลับไม่ได้แล้ว หลังจากเข้าห้องตรวจกับคุณหมอเสร็จ ก็รอพยาบาลพาขึ้นลิฟต์ไปที่ชั้น 3 ซึ่งเป็นห้องผ่าตัด พยาบาลนำเสื้อคลุมผ่าตัดมาให้เปลี่ยน โดยถอดแค่กางเกงใน และกางเกงออก และขึ้นเตียงนอนรอคุณหมอมาทำการผ่าตัด มีเพลงให้ฟังเพื่อผ่อนคลายด้วย ระหว่างรอคุณหมอก็คุยกับพยาบาลไปเรื่อยๆ สำหรับใครที่ลางานมาถ้าอยากได้ใบรับรองแพทย์ ก็อย่าลืมแจ้งพยาบาลว่าขอใบรับรองแพทย์ด้วยนะครับ จากนั้นพยาบาลก็จะเอาแผ่นเหล็กมาแปะที่น่องของเรา (เพื่อให้ไฟฟ้าครบวงจร ป้องกันไฟดูด เพราะคุณหมอใช้เครื่องจี้ไฟฟ้าในการห้ามเลือดครับ) และพยาบาลก็เอาผ้ามาคลุมตาเราไว้ หากใครอยากงีบหลับ พยาบาลบอกว่าหลับได้ เสร็จแล้วจะปลุก ตอนแรกผมก็อยากหลับอยู่นะครับ แต่มันหลับไม่ลงจริงๆ 5555 เมื่อคุณหมอมาถึงก็เริ่มทำการผ่าตัดครับ เริ่มจากการฉีดยาชาก่อน โดยฉีดรอบๆ โคนน้องชายของเรา จุดที่เจ็บที่สุดคือตอนฉีดยาชาใต้โคนน้องชายครับ จี๊ดมาก แต่ทนได้ หลังจากนั้นก็จะไม่รู้สึกอะไรเลย เหมือนน้องชายได้จากเราไปแล้ว 555 หลังจากนี้ใช้จินตนาการล้วนๆ ครับ ว่าคุณหมอกำลังทำอะไรอยู่ โดยจับท่าทางที่ประสาทสัมผัสตรงขาอ่อนรู้สึกได้ 555 รู้สึกได้ว่าคุณหมอเอาปากกามาขีดๆ มาร์คจุดที่จะผ่าตัดครับ จากนั้นก็รู้สึกได้ว่าคุณหมอกำลังใช้กรรไกรคีบตัดหนังรอบๆ ลำน้องชายของเรา ตอนนี้ผมไม่รู้สึกอะไรเลยจริงๆ ครับ ไม่เจ็บเลย พอตัดหนังเสร็จก็เอาเครื่องจี้ไฟฟ้ามาจี้บริเวณแผลที่ผ่าตัดเพื่อให้เลือดหยุดไหล กลิ่นไหม้นี่โชยมาเลย ขั้นตอนหลังจากนี้ผมอยู่ไม่นิ่งเลยครับ เพราะมันเริ่มรู้สึกเจ็บแล้ว เวลาเจ็บแนะนำให้ร้องออกมาเลยครับ คุณหมอก็จะถามว่าเจ็บมั้ย ก็จะเพิ่มยาชาให้ ผมร้องและสะดุ้งบ่อยมากครับ จี้ไฟฟ้าอยู่นานก็ถึงขั้นตอนเย็บด้วยไหมละลายครับ ก็สะดุ้งและเจ็บเหมือนเดิม และสะดุ้งเป็นระยะไปตลอดจนคุณหมอเย็บแผลเสร็จ ผมต้องขอโทษคุณหมอที่ตัวเองสะดุ้งบ่อยมากเลยครับ 5555 แต่คุณหมอใจดีมากครับ ไม่ว่าอะไร เพราะเป็นปกติที่จะสะดุ้ง ต่อมาก็เปลี่ยนชุด และลงมารอชำระเงินข้างล่างครับ พยาบาลให้ผ้าก๊อซแบบย่นๆ (เรียกไม่ถูก) และแนะนำว่า ควรมาล้างแผลทุกวัน เป็นเวลาหนึ่งอาทิตย์ครับ หลังจากนี้สิ่งที่ยากที่สุดก็คือ การดูแลรักษาแผลให้ออกมาสวยงามนี่แหละครับ จบแล้วครับสำหรับรีวิวการผ่าตัดครั้งแรกในชีวิตของผม ขอบคุณคุณหมอมกรเทพ คุณหมอสาริกา และ พี่ๆ เพื่อนๆ ในบอร์ดนี้ที่ช่วยกันรวบรวมข้อมูลและรีวิว ในการขริบมา ณ ที่นี้ด้วยครับ หวังว่าการรีวิวของผมจะเป็นประโยชน์สำหรับคนที่กำลังตัดสินใจจะไปขริบนะครับ ขอบคุณครับ Part 3: อัพเดทการล้างแผล วันที่ 1: 28/10/58 พี่พยาบาลบอกว่าแผลแห้งเรียบร้อยดี ตอนนี้ยังรู้สึกแสบๆ แผลอยู่เลยครับ ฮ่าๆ วันที่ 9: 05/11/58 ตอนสองทุ่ม ผมได้ไปล้างแผลที่คลินิก พยาบาลบอกว่า โดยรวมแผลโอเคดี แต่ยังมีเลือดซึมออกมาอยู่โดยเฉพาะส่วนล่าง การล้างแผลครั้งนี้เป็นการล้างแผลที่แสบมากครับ หลังทำแผลเสร็จเดิน ขาถ่างเลย 555 แต่พอกลับไปถึงห้อง กำลังจะอาบน้ำ สังเกตเห็นตรงส่วนเส้นสองสลึงค์มีคราบเลือด พอไปดูที่กางเกงใน โอ้โห เลือดเป็นวงเข้มมาก พอเอากางเกงในไปล้างน้ำทำให้รู้เลยว่าเลือดออกเยอะ มาก และหลังอาบน้ำเสร็จกะจะลองเช็กดูว่าเป็นยังไง หลังจากอาบน้ำเสร็จก็เลยลองแกะเทปพันยืดหยุ่นออกดู ก็เห็นว่าผ้าก๊อซที่พันแผลเต็มไปด้วยเลือด ผมเลยรีบโทรไปถามทางคลินิกว่า จะทำอย่างไร เพราะเลือดมันออกเยอะมาก ทางคลินิกเลยให้ไปล้างแผลใหม่อีกรอบ ตอนนั้นเที่ยงคืนละครับ ผมก็นั่งแท๊กซี่ไปคลินิก พยาบาลที่ล้างแผลให้ผมตอนสองทุ่มก็นั่งรอผมอยู่ เค้าก็พาไปล้างแผลใหม่ พอแกะผ้าก๊อซออก พยาบาลบอกว่า เลือดออกเยอะมากแต่มันหยุดไหลไปแล้ว ก็เลยให้พยาบาลล้างแผลให้ใหม่โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มครับ วันที่ 10: 06/11/58 หลังจากวันที่เลือดออกครั้งแรก ก็ไปให้คลินิกล้างแผลให้ครับ ตอนพยาบาลแกะผ้าก๊อซ แผลตรงเส้นสองสลึงค์มีเลือดซึมครับ พอแกะออกหมดเลือดตรงเส้นสองสลึงซึมออกมาเรื่อยๆ จนพยาบาลเรียกผมให้ยกตัวขึ้นมาดู ผมเห็นเลือดซึมออกมาเป็นหยด ๆ เรื่อย ๆ พยาบาลก็พยายามห้ามเลือด แต่มันออกมาเรื่อย ๆ จนต้องให้ป้าพยาบาลที่อาวุโสกว่ามาช่วยดูซึ่งป้าพยาบาลบอกว่า ให้ห้ามเลือดปกติ พันแผลปกติ แล้วให้ผมนอนพักครึ่งชั่วโมง ตอนนั้นรู้สึกแย่มาก เพราะที่เลือดซึมออกมามันมีหลายสาเหตุต่อเนื่องกัน คือ พยาบาลคนก่อนพันผ้าก๊อซไม่ปิดแผลตรงเส้นสองสลึงค์ด้วย บวกกับการเสียดสีกับเนื้อผ้า ทำให้สะเก็ดตรงบริเวณนั้นหลุด พอพยาบาลของวันนี้มาแกะแผล เลือดเลยซึมออกมาตามข้างต้นครับ หลังจากนอนพัก ป้าพยาบาลก็เอาถุงเจลแช่เย็นมาให้ และแนะนำว่า ให้ประคบเย็นตรงบริเวณน้องชายตัวเอง เพราะเส้นเลือดจะได้หดตัว ทำให้ลดการซึมของเลือดได้ แต่อย่าประคบไว้นานเพราะจะเกิดอาการเบิร์นได้ วันที่ 11: 07/11/58 ไปล้างแผล ก็คิดว่าต้องมีเลือดซึมออกมาเหมือนเดิม แต่ผิดคาดครับ ผ้าก๊อซไม่มีเลือดเลย มีแต่คราบน้ำเหลือง วันนี้ล้างแผลได้ปกติดีครับ แผลด้านบนของรอยเย็บแห้ง เรียบร้อยดี ส่วนด้านล่างอาจจะหายช้ากว่าส่วนอื่น แต่รู้สึกมีกำลังใจขึ้นครับ
  3. สอบถามหน่อยคับ หลังตัดเส้นสองสลึง พอช่วงรักษา เจ็บหรือแสบตรงที่โดนตัดไหมคับ แล้วทำความสะอาดแผลยังไงคับตรงเส้น
  4. ทำเพราะ สะอาดเท่านั้น อย่างอื่น.....ไม่ขอคิด ณ ตอนนี้ 5555 มีลุ้นยิ่งกว่าหวย..... ทำที่ไหน โรงบาลรัชดาท่าพระ ใกล้ตลาดพลู BTS (ด้านล่าง BTS มีวินมอไซค์เพียบ มีลิฟท์) นั่งวินจาก BTS ไปโรงบาล 10 บาท หน้ารโรงบาลมีเซ่เว่นร้านขายข้าว มีวินมอเตอร์ไซค์ด้วยเผื่อใครต้องการ หากมาถึงก่อนเวลานัดแพทย์ ไปเดินเล่นค่าเวลาคลายเครียดวิตกกังวลได้เนาะที่ เดอะมอลล์ท่าพระ เผื่อใจเต้นแรง 555 ก่อนขลิบ เพราะพยาบาลกับผู้ช่วยหมอที่นี่เป็นผู้หญิง!!!!!!!!! ผมโทรจองคิวล่วงหน้า คุณหมอชื่อ น.พ. มกรเทพ เทพกาญจนา แพทย์ประจำทำขลิบที่นี่ + เป็นเจ้าของโรงพยาบาลแห่งนี้ด้วย สามารถเลือกเวลาได้ จะทำเวลาขลิบ 13:00 หรือ 14:00 น ของผมเลือก ทำวันที่ 14/11/61 เวลา 14:00 น พอวันทำจริงได้ทำประมาณ 15:00 น หมอติดคนไข้ก่อนหน้านี้ ทำชั้นบนมีลิฟท์มีเจ้าหน้าที่พาขึ้นไปพร้อมเดินลงมาส่งด้วยหลังขลิบ ก่อนวันขลิบ การเตรียมพร้อมไม่มีไรมาก เตรียมใจสู้ หาเวลาพักฟื้นหลังขลิบ ของผมจะไม่ลางานก่อนหน้านี้ จะสมวันหยุดไว้ล่วงหน้า ผมลาพักร้อน 20 วัน ได้มีเวลาพักฟื้นเยอะหลังขลิบ ลืมบอกไปว่าของผมจะโกนไปก่อน เขินอายแผ่แม่เบี้ย 555...เงิบฯ ชะตากรรม.......หลังขลิบเสร็จ ขั้นต้อนการขลิบไม่มีอะไรซับซ้อน ใช้เวลาประมาณ 1 ช.ม ในห้องผ่าตัดมีเปิดเพลงช่วยผ่อนคลาย เจ็บตอนฉีดยาชานิดฯ หากเจ็บอิกหมอจะฉีดยาชาเพิ่มให้ หลังทำเสร็จ จะรู้สึกมึนฯเซฯไม่ค่อยมีแรง เดินกระเผก เหมือนชราภาพทางการเคลื่อนไหวของร่างกาย ลงมานั่งพักชั้นล่างซัก 30 นาที ก่อนกลับทีพักไปจำศีลต่อ ช่วงนี้แหละ ทรมานมากที่สุดในสามโลก ตกนรกทั้งเป็น 5555 ของกูดีอยู่แล้ว ไม่น่าหัวล้าน จิตปรุงแต่งขั้นเทพ...ปวดใจปวดกาย เลือกทำแผลที่โรงบาลกับคลินิก เค้าทำแผลได้สะอาดกว่าผม เพราะไม่กล้าเช็ดเลือดกับดูแผลสดฯ อาทิตย์แรก ทำแผลที่รัชดาท่าพระ โชคดีแผลไม่บวมมาก ตรงหัวแทบไม่บวมเลย หมอไม่ได้ให้ยาแก้อักเสบ หมอจ่ายแต่ยาพาราเท่านั้น ตรงโคนจะสีคล้ำดำมาก หลังจากสี่วันตรงโคนไม่ดำไม่ช้ำแล้วปกติ แต่ว่าเลือดซึมมาาากกถึงขั้น กกน + กางเกง เปียกคลาบเลือด นอนไม่หลับ แข็งตัวบ่อยมาก ตื่นทุกฯชั่วโมง เจ็บปวดตะโกนออกมา เหมือนช้างตกมันกะว่าได้ 55555 ฉี่ไม่สุด ฉี่หลงทิศ 5555 ทุกอย่างติดลบหมด ผ่านไปซัก 9 วัน เลือดเริ่มซึมน้อยลง น้ำเหลืองยังมีซึมฯ อาการปวดลดลง เดินคล่องตัวดีขึ้น เดินแบบช้าฯ เหมือนหุ่นยนต์ 5555 กำลังออกจากขุมนรก 5555 อาทิตย์สอง ทำแผลที่คลินิกใกล้บ้าน ฝันเปียกหลังขลิบช่วงเช้าออกมานิดฯ ไม่พุ่งไม่สะใจ 5555 อาการทั่วไปเริ่มดีขึ้นมากฯ หลับดีขึ้น ปวดน้อยลงแต่โคตรคันสวดยอด!!!! ช่วงทำแผล น้ำเหลืองเลือดหยุดแล้ว ไหมเริ่มหลุด แต่ยังหลุดไม่หมด อาทิตย์สาม หลังครบ 21 วัน อาบน้ำครั้งแรก โคตรดีใจมากกก ไหมหลุดหมดแล้ว พออาบน้ำเสร็จ เช็ดแผลให้แห้งใช้ทั้งน้ำเกลือ + เบตาดิน + เป่าให้แห้ง + ตากพัดลม (เช็ดเบาฯ เอาสิ่งขาวฯออกใต้หัวตรงคอหยัก ด้วย สังเกตุดีฯจะเห็น) ปัจจุบัน ยังพันแผลอยู่เวลาไปข้างนอกป้องกันเสียดสี ค่าใช้จ่าย > 4300 (ยาแก้ปวดอย่างเดียว +โคแบน 1 ม้วน) > 2600 ทำแผล (ที่รัชดาท่าพระ 13 วัน) >1200 ทำแผลต่อที่คลินิกแถวบ้าน (8 วัน) > 200 โคแเบนพันแผลต้องเอาไปเองทั้งสองที่ 5 ม้วน ซื้อจากร้านยาทั่วไป) > 30 โคจิติน (ยาป้ายตา+ยาฆ่าเชื้อ แผลหายไว) รวม 8,330 บาท (ของขวัญปีใหม่ 55555) สรุป ช่วงที่ทรมานทางใจที่สุด คือตอนไปทำแผล 21 วัน....เพราะเสียวมากตอนเช็ดที่บริเวรหัว ฮึดสู้ทุกครั้งช่วงท้ายฯ ทำแผลเสร็จ ต้องข่มไว้อย่าให้ของขึ้น 5555 แค่กล้า ก็ชนะแล้ว
  5. ใจหายใจคว่ำ หัวใจเต้นแรงฯ หมอนัดวันนี้ไปขริบพร้อมตัดเส้น โกนไปก่อนจากบ้าน ไม่งั้นเด่วงูร้อยแผ่แม่เบี้ยใส่พยาบาล 5555 กัดฟันสู้ อดเปรี้ยวกินหวาน 555
  6. คือผมไปตัดเส้นสองสลึงมา หมอบอกใช้ไหมละลายให้ ตัดมาได้ 9 วันแล้ว แผลดีมากแห้งแล้ว ไม่มีบวมและไม่มีเลือด ที่นี้อยากทราบว่า ถ้าเราไม่อยากจะรอให้ไหมมันละลายไปเอง เราสามารถไปตัดมันออกก่อนได้ไหมครับ ถามต่ออีกนิดครับ ถ้าตัดไหมออกแล้ว ตรงเนื้อที่โดนไหมรัดไว้เป็นติ่งๆ มันจะคลายออกไหมครับ? หรือต้องตัดออกอีก
×
×
  • Create New...

Important Information

ในการใช้งานเว็บไซต์คุณต้องยอมรับข้อตกลง Terms of Use.Privacy Policy