Jump to content

Search the Community

Showing results for tags 'บางกะปิคลินิกเวชกรรม'.



More search options

  • Search By Tags

    Type tags separated by commas.
  • Search By Author

Content Type


Forums

  • ศาลากลาง
    • ประกาศจากทางสาลิกา
    • แจ้งปัญหาการใช้งาน
  • ห้องโถง
    • ชุมชนคนสนใจเรื่องขริบ
    • ถามตอบปัญหาสุขภาพ
    • ขนาดเรื่องสำคัญคู่ผู้ชาย
    • Archive

Find results in...

Find results that contain...


Date Created

  • Start

    End


Last Updated

  • Start

    End


Filter by number of...

Joined

  • Start

    End


Group


Found 8 results

  1. ขออนุญาติตั้งกระทู้ไว้เผื่อปรึกษาครับ อ่านของใครต่อใครมาหลายวันแล้ว วันนี้ผมก็เลยไปขลิบมา ที่บางกะปิครับ ก็ไม่เจ็บมากอย่างที่คิด สามารถนั่งรถกลับได้ปกติครับ พรุ่งนี้หมอนัดไปล้างแผล สอนล้างแผล หมอก็ให้ยามากินตามปกติ แล้วสามารถกินใบบัวบกกับวิตามินซี เสริมได้ตั้งแต่วันแรกเลยมั้ยครับ ค่าใช้จ่าย 6200 บาท ทั้งขลิบ+ตัดเส้นด้วยครับ ****อัพเดพแผลให้ครับ 18 วันละครับ ไหมหลุดหมดละครับ โอเคขึ้นมาก เหลือแผลตรงเส้นเล็กน้อย และอาการบวมครับ คงจะพันผ้าไปอีกซักระยะ
  2. ทำไมถึงขริบ? / สาเหตุ? ถ้าเอาตรงๆก็ชอบสไลต์การขริบแบบอเมริกันอยู่แล้วครับ หรือ ที่เรียกว่า (High-tight) คือการเหลือหนังหุ้มภายในเยอะหน่อย รอยแผลจะไกลจากหัวครับ ข้อที่สอง คือ ต้องการรักษาความสะอาดมากๆครับ รู้สึกหน่ายกับการที่ต้องรูดหัวเปิดตลอดเวลา แล้วต้องคอยใช้ทิชชู่เช็ดตลอดเพื่อลดการหมักหมมของฉี่ใต้หนังหุ้ม ข้อที่สาม อยากรู้สึกแบบขริบ หรือ ก็คื่อไม่มีหนังครับ เคยมี พสพ. เวลาจับหนังรูดเปิดไว้ ชอบความรู้สึกแบบนั้นมากกว่าครับ ข้อที่สี่ รู้สึกมีหนังหุ้มเวลาใส่ถุงยางแล้วถุงยางชอบขยับตามหนัง เพราะหนังหุ้มชอบกลับมาปิดหัว เอาจริงๆ หนังหุ้มปลายผมไม่ได้มีปัญหาอะไร เปิดได้สุดปกติทุกอย่างครับ ไปขริบ บอกก่อนเลยว่ากว่าจะได้ขริบนี่ ท้อใจมากครับ อาทิตย์แรกว่าจะไปแต่ก็ล้มเลิกครับ รู้สึกกังวลว่าเราจะเสียดายหนังหุ้มปลายมั้ย เพราะส่วนตัวก็รักหนังหุ้มปลายตัวเองอยู่ และชอบเล่น แต่บางทีก็รู้สึกอยากเอาออกเพราะมันเยอะเกินไปครับ เคยอ่านกระทู้อื่นๆมา ท่านอื่นมีความคิดที่จะล้มเลิกอยู่ตลอดเวลาเช่นกัน ซึ่งผมก็เป็น เห็นบางคนบอกว่าเอาออกก่อนไปขริบ อาทิตย์แรกผมจัดเลยครับ เอาออกก่อนไปขริบ แต่พอเอาออกแล้วรู้สึกไม่อยากไปขริบครับ ผมเลยได้ไปขริบอาทิตย์ถัดไปแทน ตลอดระหว่างอาทิตย์ก็คิดตลอดว่า จะทำดีรึเปล่า? ทำไมต้องทำ เราอยากทำจริงๆรึเปล่า แต่สุดท้ายก็ได้ไปขริบครับ ถึงคลินิกบางกะปิเวชกรรม ผมจอดรถที่เทสโกโลตัสบางกะปิครับ แล้วเดินมายังคลินิก แจ้งคุณหมอบอกว่ามาขริบ เขาก็ให้กรอกประวัตินิดหน่อยครับ เพราะไม่เคยมาที่นี่ จากนั้นหมอให้นั่งรอสักพักจึงเรียกเข้าไปคุยครับ เข้าไปด้านในพบผมหมออีกท่านนึงรู้สึกจะเป็นหมอที่ขริบประจำที่นี่นะครับ หมอถามว่าเรามาขริบทำไม? เปิดได้ปกติรึเปล่า? เราก็ตอบไปว่า อยากรักษาความสะอาด และเปิดได้ปกติครับไม่มีปัญหา เลยเอารูประดับการขริบให้หมอดูว่าเราอยากได้ระดับที่ 3 นะ หมอบอกว่า 'มันก็ต้องแล้วแต่ของคุณนะ ว่าทำได้ระดับไหน' ผมก็อ่อ เคครับหมอ - * - รูปประกอบ ต่อครับ จังหวะนั้นลืมข้อมูลทุกอย่างที่จะพูดกับหมอไปหมดเลยครับว่า ไม่อยากให้เหลือหนังย่นๆเวลาอ่อนตัวและแข็งตัว และให้เอาหนังออกเยอะๆไปได้เลย จากนั้นหมอให้ออกมานั่งรอครับ คงจะเตรียมห้องและอุปกรณ์ผ่าตัดเล็ก จากนั้นเราก็ถูกเรียกเข้าห้องผ่าตัดครับ ซึ่งห้องผ่าตัดก็อยู่ข้างๆห้องที่หมอเรียกเราไปคุยครับ มันเดินต่อถึงกัน หมอให้เราใส่โสร่ง เราก็ใส่และขึ้นเตียงที่เป็นขาหยั่งครับ จากนั้นหมอก็เปิดโสร่งจับน้องชายผมทำความสะอาด รู้สึกเย็นๆครับ ผมไม่ได้มองว่าใช้อะไร แต่น่าจะแอลกอฮอล์ครับ คือผมโดยปกติเป็นคนที่น้องชายตื่นตัวง่ายมาก ถึงมากที่สุดครับ พยายามไม่คิด พยายามควบคุมจิตใจและอารมณ์ ตอนหมอเช็ดน้องชาย มันก็เริ่มขยายร่างนิดนึง ผมนี่หลับตาปี๋ ควบคุมสมาธิเลยครับ แต่ยากมาก เพราะหมอจับพลิกไปพลิกมา และก็บอกเราว่าต้องตัดขนนิดนึงจะได้ง่ายตอนทำแผลนะ หลังจากทำตรงนี้เสร็จ หมออีกท่านก็เดินเข้ามาครับ ถามเราว่า นี่ของเราบวมอะไร เราก็ลุกขึ้นมอง (ในใจ อ๋อป่าวบวม มันกำลังขึ้นและของเรามันใหญ่มันเป็นแบบนั้นแหละ) ตอบหมอไปว่า อ๋อ ป่าวครับ - - ไม่รู้จะตอบอย่างไร หมอบอกว่าจะฉีดยาชานะ ผมก็ครับๆ เข็มแรกเจ็บหน่อยนะ ครับ เจ็บจิ๊ดเลยครับ รู้สึกว่ามีอะไรแทงเข้าไปข้างใต้เนื้ัอ จำไม่ได้ว่าตอนแรกหมอฉีดยาชาไปกี่เข็ม แต่ที่หมอฉีดคือ ยาชาขนาด 5cc ครับ พอฉีดเสร็จ หมอจะขอทดสอบว่ายาชาออกฤทธิ์หรือยังครับ มันพีคตรงนี้แหละครับ... หมอถามว่า ตรงนี้เจ็บไหม? ไม่เจ็บ ตรงนี้เจ็บมั้ย? ไม่เจ็บ ตรงนี้เจ็บมั้ย? โอ้ยยย เจ็บครับ หมอจัดยาชาเพิ่มให้ครับ แล้วก็ทดสอบอีก เราก็ยังเจ็บอีกครับ หมอก็จัดยาชาให้อีก ทดสอบอีกก็ยังเจ็บอยู่ครับ รู้สึกใจแป้วนิดนึงว่าจะได้ขริบมั้ยวะ หรือเราทอรอเรตยาชาไปแล้ว? หมอบอกว่า ของเรามันใหญ่ เลยต้องใช้ยาชาเยอะ และส่วนมากยาชาจะไม่ค่อยมีผลตรงเส้นประสาทหรือตรงเส้นของเรามากเท่าไหร่ สุดท้ายหมอจัดไป 6 เข็ม ครับ ผมจึงจะไม่รู้สึกเจ็บน้องชายตอนหมอทดสอบ ผมก็ถามหมอว่าแล้วปกตินี่เค้าฉีดกันกี่เข็ม หมอตอบว่า ปกติ 3 เข็มก็มึนหัวแล้ว ของเราต้อง 6 เข็ม ซึ่งพอผมโดน 6 เข็มจึงจะรู้สึกมึนหัวครับ หมอบอกอีกว่า แต่นี่ก็ยังไม่เยอะสุดที่หมอเคยฉีด สูงสุดคือ 7 เข็ม! (รองแช้มป์อันดับสอง) เรารู้สึกว่าที่ต้องฉีดเยอะหรือเพราะของเรากำลังอยู่ในช่วงผงาดขึ้นมาหน่อยนึง เพราะหมอบอกว่าของเราใหญ่ แต่จำความได้ว่าเวลาอ่อนตัวมันก็เล็กนะ เลยกังวลเล็กๆครับ เพราะเคยอ่านกระทู้บนเว็บนี้ บางคนแข็งตัวตอนโดนยาชาไปแล้วทำให้ต้องรอ หรืออะไรประมาณนี้แหละครับ - - ผมก็เกือบที่จะแข็งตัวแล้วแต่ยังอ่อนปวกเปียกอยู่ ซึ่งมันก็กังวลแหละครับว่าจะได้ขริบมั้ยวะ สรุปก็ได้ขริบครับ จากนั้นหมอก็โชว์ฝีมือขริบครับ ตลอดเวลานั้นผมปิดผ้าปิดตาครับ หนึ่งคือ มึนมาก หัวนี่ตึ้บเลยครับ สองคือ ไม่อยากดูด้วยครับ ไม่ได้กลัวเลือดหรือไรนะครับ แต่ไม่อยากเห็นใครทำอะไรกับน้องชายเรา - -* และแล้วหมอก็ทำการตัดหนังหุ้ม บอกเราว่า ได้ระดับ 2 นะ แอบรู้สึกเสียใจเล็กน้อยแต่ไม่เป็นไร สองก็สองวะ หมอบอกว่า ได้ระดับ 2 นะ เพราะว่าของเรามันใหญ่ (หมอก็ย้ำจังเลย ไอเราก็ ครับๆๆๆ ><) และหมอก็อธิบายว่าบางจะได้ระดับไหนๆ ผมก็งงๆครับๆ ไม่ค่อยสัมพันธ์กับความรู้ที่ผมหามาเท่าไหร่ รูปหลังจากขริบ ทำแผล หลังจากขริบวันแรก หมอให้ไปทำแผลวันรุ่งขึ้นครับ ถ้าแผลดีหรือก็คือแผลแห้ง ไม่ชื้น ไม่มีปัญหา จะให้มาทำแผลได้วันเว้นวันครับ ซึ่งผ่านไปได้ด้วยดี แผลไม่มีปัญหาไม่ชื้นครับ แห้งดี เลยได้ไปทำวันเว้นวัน ผมรักษาความชื้นอย่างสูงสุด ไม่ให้โดนแม้แต่ละอองน้ำเลยครับ เวลาเข้าห้องน้ำที่ก็พยายามเอามือบัง ทิชชู่บัง พอเข้าเสร็จก็มายืนเป่าพัดลมไล่ความชื้นครับ เพราะสายฉีดก้นนี่แหละเวลาทำความสะอาดตอนถ่ายหนักอาจจะชื้นๆบ้าง แต่ก็เป่าพัดลมกันไว้ก่อนครับ วันที่ 3 ตอนกลางคืน ฉี่แอบโดนผ้าก็อชนิดนึง เพราะควบคุมทิศทางไม่ได้ อยู่ดีๆฉี่กระจายเฉย กระเด็นไปโดนขาเลยครับ ผมนี่เฮือกเลย รีบเอาทิชชู่ซับผ้าก็อชไว้สักพัก และไปเป่าพัดลม + ไดร์เป่าผมครับ เพราะหมอให้แผ่นคำแนะนำมาว่า ถ้าชื้นให้เปลี่ยนผ้าพันแผลที่คลินิก ไม่ก็เอาไดร์เป่า จัดเลยจ้าเกือบครึ่งชม ทั้งพัดลมทั้งไดร์ วันที่ 4 ไปทำแผลหมอบอกว่าก็แห้งดีนะ ไม่มีความชื้นอะไร เห้อออออ รอดดด! ได้ดูระดับการขริบของตัวเองตอนทำแผล หมอบอกระดับ 2 แต่พอดูของตัวเองจริงๆ มันเยอะกว่าในรูปครับ น่าจะประมาณ 3 ได้เลยเท่าที่มองนะครับ ไม่ได้สังเกตุนาน เพราะคุณหมอจับตั้งให้เราดู เกรงใจ กลัวจะเมื่อย -.- เท่านี้ก่อนครับ ไว้มาอัพเดทแผลต่อครับ
  3. สวัสดีครับ วันนี้ผมจะมารีวิวประสบการณ์การขริบนะครับ ส่วนตัวศึกษาการขริบอยู่ประมาณ 1-2 สัปดาห์ครับ ดูรีวิวการขริบจากในบอร์ดของหลายๆ คนเลย จนวันที่ 11/04/2019 ที่ผ่านมาได้ตัดสินใจไปขริบที่ บางกะปิคลินิกเวชกรรม ครับ สาเหตุที่ขริบ เนื่องจากจู๋ผมมีหนังหุ้มปลายเยอะมาก ซึ่งปกติจะรูดออกมาทำความสะอาดตอนอาบน้ำได้ แต่จะมีหนังส่วนที่ตีบและรัด เวลาแข็งตัวจะเห็นได้ชัด เลยอยากขริบครับ วันที่ไปขริบ Day 1 วันที่ 11/04/2019 - ตัดสินใจเดินทางไปที่คลินิก ผมเข้าไปถึงประมาณบ่ายโมงครึ่ง ถึงคลินิกก็แจ้งว่าจะมาขริบ เจ้าหน้าที่ก็จะกรอกประวัติ แล้วให้ผมนั่งรอเรียกชื่อ สักพักคุณหมอก็เรียกเข้าไปซักถามครับ ว่าทำไมถึงขริบ ผมก็บอกเหตุผลตามข้างบนไป แล้วก็พูดคุยเกี่ยวกับการขริบเพิ่มเติม รวมไปถึงวิธีการปฏิบัติตัวหลังการขริบด้วยครับ และคุณหมอบอกให้มาล้างแผลที่คลินิกวันถัดไปครับ เพราะจะสอนวิธีทำแผลด้วย เนื่องจากคลินิกจะปิดช่วงสงกรานต์ - พูดคุยเสร็จ คุณหมอก็ให้ออกมานั่งรอเตรียมตัวครับ วันนั้นมีคนมาขริบเป็นคิวต่อเนื่องเลยครับ พอถึงคิวของผม ผู้ช่วยหมอก็จะให้ผมกินยาแก้ปวด 1 เม็ดก่อน และให้เข้าห้องน้ำให้เรียบร้อย จากนั้นก็เข้าห้องตรวจครับ ทางผู้ช่วยหมอก็จะให้ผมถอดกางเกงออกให้หมด แล้วนุ่งโสร่งแทนครับ แล้วก็ให้ขึ้นเตียงที่มีขาหยั่ง ผู้ช่วยหมอก็จะเปิดโสร่ง แล้วเช็ดทำความสะอาดบริเวณจู๋ครับ (ผมค่อนข้างจู๋แข็งได้ง่ายครับ พยายามไม่คิดถึงเรื่องนั้น ก็ไม่อ่อนตัวลงเลยครับ ฮ่าๆ) - แล้วคุณหมอก็เข้ามาปฏิบัติการครับ ผู้ช่วยหมอจะให้ผ้ามาปิดตาครับ ผมก็ปิดตาเพราะไม่อยากดูอะไรทั้งนั้น เริ่มต้นจากฉีดยาชาครับ จำนวน 3 เข็ม แล้วก็ทดสอบว่าผมยังรู้สึกเจ็บบริเวณนั้นอยู่ไหม แล้วมีจุดนึงที่ผมยังรู้สึกเจ็บอยู่ คุณหมอก็เลยฉีดเพิ่มอีก 1 เข็มครับ แล้วก็ทดสอบอีกครั้ง เมื่อผมไม่รู้สึกเจ็บแล้ว คุณหมอก็ลงมือขริบครับ - ระหว่างทำคุณหมอก็จะบอกเสมอว่าตอนนี้กำลังทำขั้นตอนไหนอยู่ และคุณหมอกับผู้ช่วยหมอก็มีชวนผมคุยด้วย ระหว้างนี้ฤทธิ์ยาชาทำให้มึนหัวเลยครับ ปากชา ลิ้นชาด้วย แถมคุณหมอกดมาโดนไข่ผมบ่อยมากเลยครับ เจ็บด้วย คุณหมอบอกว่าจู๋ผมแข็งตอนทำด้วยอะครับ เสร็จขั้นตอน คุณหมอก็บอกว่าขริบได้ระดับ 2 หลังจากเย็บไหมเสร็จ ผู้ช่วยหมอก็จะเช็ดทำความสะอาด แล้วก็ทำแผล พันแผลให้ครับ เขาบอกด้วยครับว่าไข่จะม่วง รวมเวลาขริบทั้งหมดประมาณ 30 นาที - ตอนลุกขึ้นจากเตียงนี่มึนหัวมากเลยครับ เดินเซ จากนั้นผู้ช่วยหมอก็พาผมไปนอนที่ห้องพัก เพื่อรอให้ฤทธิ์ยาชาหมดครับ - หลังจากนอนพักแล้ว ก็มารับยา (ยาแก้อักเสบ และยาแก้ปวด) และจ่ายเงินทั้งหมด 5,500 บาทครับ (ขริบ + ตัดเส้น) Day 2 วันที่ 12/04/2019 - วันนี้มาล้างแผลที่คลินิกครับ วันนี้ก็ยังเห็นมีคนอื่นมาขริบด้วยครับ คงอาศัยช่วงหยุดยาวสงกราต์นี้แหละ - ถึงคิวก็ขึ้นเตียงแล้วก็ถอดกางเกงครับ ผู้ช่วยหมอก็จัดการเอาผ้าพันแผลของเมื่อวานออก แล้วก็ทำแผลตามขึ้นตอนพร้อมแนะนำวิธีให้ผมไปด้วยครับ ผู้ช่วยหมอบอกว่า ถ้าแผลไม่ชื้น ไม่แฉะ ให้ข้ามวันได้เลยครับ แล้วพยายามอย่าไปรบกวนแผลมาก ทำเสร็จแล้วรู้สึกว่าวันนี้พันไม่แน่นเท่าวันแรกครับ - จากนั้นก็ไปจ่ายเงิน พร้อมรับอุปกรณ์ทำแผลมาครับ (ผ้าก๊อซ + เบดาตีน + เทปติด + ผ้าตาข่าย + ผ้าพันแบบยืดได้ + Bactigras) ปล. Day 1 กับ Day 2 ผมไม่ได้ถ่ายรูปไว้นะครับ ขอโทษด้วยครับ Day 3 วันที่ 13/04/2019 มันมีน้ำเหลืองกับเลือดซึมออกมานิดหน่อยตรงแผลบริเวณเส้น แล้วก็เหม็นกลิ่นน้ำเหลืองอะครับ เลยได้ลองทำแผลเอง ค่อนข้างใช้เวลานานเลยครับ ตั้งแต่แกะผ้าอันเก่า จนถึงพันผ้าอันใหม่ ผมพันแผลได้ไม่เหมือนที่คลินิกทำเลยครับ ฮ่าๆ เดี๋ยวพรุ่งนี้จะลองดูใหม่ ผมถ่ายรูปแผลมาให้ดูครับ รอบเย็บดูดีเลยครับ แต่พบว่ามีอาการบวมบริเวณใต้หัว และมีช้ำม่วงตรงหัว กับตรงไข่(ตามที่คุณหมอบอก) ครับ การปฏิบัติตัวหลังการขริบ - รู้สึกว่าตอนฉี่จะเป็นปัญหาครับ กลัวฉี่เลอะผ้าพันแผล เลยเอาขวดน้ำมารองครับ เอาปากขวดมาจ่อตรงรูเลยครับ แล้วเอาทิชชูมากันแผลตรงเส้นไว้ ตอนฉี่ก็พยายามดันลำไปด้านหลังให้ฉี่มันหยดลงแนวดิ่ง ฉี่จะได้ไม่ไหลไปโดนแผล แล้วก็ใช้ทิชชูซับฉี่ที่ค้างอยู่ตรงรูครับ - ผมใส่กางเกงในที่กระชับ แล้วก็เก็บหัวพาดขึ้นครับ - ช่วงนี้ก็เน้นกินแคปซูลใบบัวบก + วิตามินซี + อาหารที่มีโปรตีน แล้วก็กินยาที่คลินิกให้มาครับ - พยายามไม่กังวล หรือคิดถึงเรื่องแผลครับ คิดว่าปล่อยให้เวลาผ่านไป แล้วแผลจะดีขึ้นเองครับ มีคำถามครับ - อาการช้ำม่วงๆ นี่ถือเป็นปกติไหมครับ รู้สึกว่าม่วงมากจนเกือบดำเลยครับ แล้วจะมาอัพเดทเรื่อยๆ นะครับ ขอบคุณที่เข้ามาติดตามครับ
  4. ตอนนี้ครบ 1 เดือน หลังจากที่ขริบแล้วครับ ลองแข็งดูแต่ยังไม่สุดครับไม่กล้าT-T อยากให้พี่ๆในกลุ่มช่วยดูทีครับ ว่าโอเคไหม(มันดูตึงๆรูป2) แล้วต้องทำอย่างไรไม่ให้ตึงครับ และต่อจากนี้ควรปฏิบัติอย่างไรต่อครับ ขอบคุณมากครับ ปล.หากใครต้องการสอบถามเรื่องการขริบทักมาได้เลยนะครับ ยินดีช่วยทุกคนครับ
  5. สวัสดีครับเพื่อนๆ ก่อนอื่นต้องขอบคุณเพื่อนๆ หลายๆ คนในบอร์ดที่รีวิวขริบให้ดู ช่วยให้ผมตัดสินใจได้ดีขึ้น และเป็นข้อมูลที่ดีมาก เข้ามาเป็นสมาชิกเว็บตั้งแต่มกรา ตัดสินใจทำ 2 มิถุนาครับ ตาผมรีวิวประสบการณ์ให้ทุกคนดูบ้าง หวังว่าจะเป็นประโยชน์ต่อการตัดสินใจของใครหลายๆคนนะครับ 1) การเดินทาง : ผมขริบที่คลินิกบางกะปิเวชกรรมครับ ใช้วิธีการนั่ง MRT ไปลง สถานีลาดพร้าวออกประตูทางออกหมายเลข 3 แล้วนั่งแท็กซี่ต่อไป ให้บอกแท็กซี่ว่า ไปแยกบางกะปิ พอถึงแยก ให้เลี้ยวขวาเข้าแยก จอดตรงสะพานลอยก็ถึงแล้วคับ 2) ค่าใช้จ่าย 5,500 บาท ขริบ 5,000+ตัดเส้น 2 สลึง อีก 500 บาท 3) ช่วงขริบ1-7 วันแรก (ติดไว้ก่อน อัพรูปเยอะไม่ได้ ไม่รู้ทำไง) 4) ข้ามมาวันนี้ก็ 14 วันเต็มแล้ว ต้องให้เครดิตหมอบางกะปิจริงๆครับ เพราะเย็บสวยมาก กรีดแผลตรงเป๊ะ บวกกับการดูแลตัวเองที่ดีของผม ผลออกมาดังรูป ตอนนี้เหลือแค่ไหม 2 ปมข้างๆ แล้วก็ใต้เส้นสองสลึงอยู่คับ 5) รูปก่อนก่อนทำและช่วงทำจนถึงวันนี้ เอาใส่ในคอมเม้นแทนแล้วกันคับ หรือใครอยากสอบถามข้อมูลเพิ่มก็ทักมาคุยกันได้คับ 6) ปรึกษาหน่อยครับช่วงนี้ต้องทายาลดรอยแผลเป็นเลยหรือปล่อยไว้เฉยๆ คับ?
  6. สวัสดีชาวสาลิกาทุกท่านครับ หลังจาก(ซุ่ม) เก็บข้อมูลกับชาวสาลิกามาเกือบปี วันนี้ฤกษ์ดีได้มีโอกาสไปขริบน้องชายให้หล่อกับเขาเสียที. เกริ่นนำก่อนแล้วกันเนาะ ด้วยความอยากรู้จากในหนังของผู้ใหญ่ 18+ นั้นว่า ทำไม น้องจู๋ของเราใส่ฮูด (หนังหุ้มปลาย) อยู่ตลอดเวลา ก็เลยลองเปิดน้ำให้เต็มอ่างแล้วลงไปแช่ หนังหุ้มก็ฟิตจัง ผมก็ต้องออกแรง ค่อยๆรูดลง แล้วก็รูดขึ้น ใช้เวลาอยู่สักพักนึง หัวเห็ดก็เริ่มบานออกมา พร้อมกับสิ่งที่เรียกว่า "ขี้เปียก" กลิ่นนี่ไม่ไหวครับ ขนาดอยู่ในอ่างน้ำยังเอาไม่อยู่ ก็ต้องล้างๆถูๆ แต่เมื่อหัวเห็ดบานออกมาดูโลก แน่นอนสิ่งที่ ตามมาพร้อม ก็คือความไวต่อแรงเสียดสี(เรียกว่า จับแล้วก็สะดุ้งแล้วกัน) เวลาเสียดสีแต่ละทีนี่ถึงกับโก่งตัวกันเลยทีเดียว นี่ก็เป็นที่มาของการเปิดหนังหุ้มปลายให้น้องเห็ดออกมาชมโลก ตอนนั้นอายุ 17ปีครับ เวลาผ่านมาจนอายุ 26ปี พอพ้นผ่านช่วงวัยเบญจเพส บวกกับเป็นวันเกิดด้วยพอดี ก็เลยให้ของขวัญติดตัวระยะยาวไปเสียเลย วันพฤหัสฯเลยโทรศัพท์ ปรึกษาวัน เวลา ค่าใช้จ่าย กับทางคลินิกฯ พอดีวันนั้นคุณหมอเป็นคนรับสายครับ วันจันทร์ 23/07/2561 ก็เลยจัดเลย อ้อ ผมเป็นต่างจังหวัดครับ บินมาเลยเพื่อการนี้ 3 วัน เข้าเรื่องเลยแล้วกัน ร่ายซะยาว มาถึงคลินิก 11โมงเช้า เดินเข้าหน้าเคาน์เตอร์ สอบถาม พนง ผมบอกว่าจะมา ขริบ ต้องจองคิวก่อนหรือเปล่า คุณพนง. ไม่รอช้าส่งใบกระดาษเล็กๆ ให้เขียนชื่อ เลขบัตร ปชช. โรคประจำตัวแค่นั้นครับ แล้วก็รอ คุณหมอเรียกชื่อ เข้าไปถาม ว่าทำไมถึงขริบ มีปัญหาอะไร ผมก็ตอบไปว่า ไม่มีปัญหาอะไรครับ แค่อยากเอาหนังหุ้มออก เพราะไม่อยากให้มีกลิ่นหมักหมม บวกกับรำคาญที่หนังหุ้มล่นมาปิดหัวครับ คุณหมอก็จัดคิวให้เป็นคนแรกครับเวลา บ่ายโมง คุณหมอให้ไปหาอะไรกินก่อนแล้วค่อยมา หรือจะรอก็ได้ ผมก็ไปเดินเล่นพลางๆ แล้วก็กลับมาเกือบบ่ายโมง หมอก็เตรียมห้อง อุปกรณ์ ให้เข้าห้องน้ำ แล้วเข้าห้อง จากนั้นต้อง ถอด ช่วงล่างแล้วใส่ผ้าโสร่ง ให้กินยาพาราก่อนแล้วก็เตรียมขึ้นเขียง เอ๊ย ขาหยั่งเหมือนผู้หญิงนั่นแหละครับ เข้าสู่การผ่าตัด : คุณหมอและผู้ช่วย ทำความสะอาดรอบๆช่วงหัวหน่าว แล้วก็ฉีดยาชา รอบๆโคน ตอนโดนฉีดนี่แบบ จิ๊ดๆ คันๆ เหมือนคนหยิก มดกัดครับ สรุปรับไป 3 เข็มครับ ระหว่างที่ยาชาออกฤทธิ์ คุณหมอทั้งสองก็จัดเลย ในช่วงที่อยู่ในขั้นตอนก็ต้องผ่อนคลายตัวเองไปด้วยนะครับ คุณหมอสายชิลล์ สบายๆ โทรศัพท์เอามาใช้ได้ครับเผื่อใครไม่อยากได้ยินเสียง ฉึบๆฉับๆ นะ จู๋ไร้ความรู้สึกเพราะมันหน่วงๆ พอหนังหุ้มโดนตัดออกไปแล้ว ก็มาถึงช่วงที่ใครหลายๆคนเกาๆหยุมๆกันละ นั่นก็คือ การเย็บรอบวง ผมบอกเลยว่า ขั้นตอนนี้แหละรู้สึกหงุดหงิด เหมือนมีอะไรมาจิ้มเข้าจิ้มออก ขึ้นๆลงๆ ใจหนึ่งก็อยากจะขำ อีกใจก็อยากจะร้องออกมา แต่ก็ผ่านไปด้วยดีครับ คุณหมอบอกผมได้ระดับ 2 ครับ ทำไงได้พ่อให้มาเท่านี้ ใช้งานได้คุ้มก็น่าจะโอเคมั้ง เสร็จแล้วคุณหมอก็พันแผลยกจู๋ขึ้น 90° เพื่อให้เข้าทรงกับกางเกงในที่กระชับยิ่งดีครับ คุณหมอนัดให้มารักษาแผลอีกวันครับ สุดท้ายนี้ก็อยากจะฝากบอกชาวสาลิกาทุกท่านครับว่า ขริบเถอะครับเพื่อความสะอาดของน้องจู๋ เจ็บในวันนี้ สะอาดไร้กลิ่น+หล่อได้ไม่ต้องมีฮูดมาปิดอีกต่อไป ร่ายซะยาวเลย คิดเสียว่าอ่านนิยาย 18+- ครับ //ขออภัยด้วยครับ กระทู้แรกผิดพลาดประการใด ก็ ขออภัย มา ณ ที่นี่ครับ
  7. สอบถามที่จอดรถ บางกะปิคลินิกเวชกรรม มาจาก ตจว ครับ เส้นทางหลักๆคงมาตาม GPS แต่ยังไม่มั่นใจในการหาที่จอดรถครับ เคยอ่านเจอว่ามีที่จอดเอกชนใกล้ๆอยู่ส่วนไหนของแผนที่ครับ
×
×
  • Create New...

Important Information

ในการใช้งานเว็บไซต์คุณต้องยอมรับข้อตกลง Terms of Use.Privacy Policy