Jump to content

Search the Community

Showing results for tags 'บางกะปิ'.



More search options

  • Search By Tags

    Type tags separated by commas.
  • Search By Author

Content Type


Forums

  • ศาลากลาง
    • ประกาศจากทางสาลิกา
    • แจ้งปัญหาการใช้งาน
  • ห้องโถง
    • ชุมชนคนสนใจเรื่องขริบ
    • ถามตอบปัญหาสุขภาพ
    • ขนาดเรื่องสำคัญคู่ผู้ชาย
    • Archive

Find results in...

Find results that contain...


Date Created

  • Start

    End


Last Updated

  • Start

    End


Filter by number of...

Joined

  • Start

    End


Group


Found 62 results

  1. เริ่มตั้งแต่ปีใหม่ปีที่แล้ว
  2. ทำไมถึงขริบ? / สาเหตุ? ถ้าเอาตรงๆก็ชอบสไลต์การขริบแบบอเมริกันอยู่แล้วครับ หรือ ที่เรียกว่า (High-tight) คือการเหลือหนังหุ้มภายในเยอะหน่อย รอยแผลจะไกลจากหัวครับ ข้อที่สอง คือ ต้องการรักษาความสะอาดมากๆครับ รู้สึกหน่ายกับการที่ต้องรูดหัวเปิดตลอดเวลา แล้วต้องคอยใช้ทิชชู่เช็ดตลอดเพื่อลดการหมักหมมของฉี่ใต้หนังหุ้ม ข้อที่สาม อยากรู้สึกแบบขริบ หรือ ก็คื่อไม่มีหนังครับ เคยมี พสพ. เวลาจับหนังรูดเปิดไว้ ชอบความรู้สึกแบบนั้นมากกว่าครับ ข้อที่สี่ รู้สึกมีหนังหุ้มเวลาใส่ถุงยางแล้วถุงยางชอบขยับตามหนัง เพราะหนังหุ้มชอบกลับมาปิดหัว เอาจริงๆ หนังหุ้มปลายผมไม่ได้มีปัญหาอะไร เปิดได้สุดปกติทุกอย่างครับ ไปขริบ บอกก่อนเลยว่ากว่าจะได้ขริบนี่ ท้อใจมากครับ อาทิตย์แรกว่าจะไปแต่ก็ล้มเลิกครับ รู้สึกกังวลว่าเราจะเสียดายหนังหุ้มปลายมั้ย เพราะส่วนตัวก็รักหนังหุ้มปลายตัวเองอยู่ และชอบเล่น แต่บางทีก็รู้สึกอยากเอาออกเพราะมันเยอะเกินไปครับ เคยอ่านกระทู้อื่นๆมา ท่านอื่นมีความคิดที่จะล้มเลิกอยู่ตลอดเวลาเช่นกัน ซึ่งผมก็เป็น เห็นบางคนบอกว่าเอาออกก่อนไปขริบ อาทิตย์แรกผมจัดเลยครับ เอาออกก่อนไปขริบ แต่พอเอาออกแล้วรู้สึกไม่อยากไปขริบครับ ผมเลยได้ไปขริบอาทิตย์ถัดไปแทน ตลอดระหว่างอาทิตย์ก็คิดตลอดว่า จะทำดีรึเปล่า? ทำไมต้องทำ เราอยากทำจริงๆรึเปล่า แต่สุดท้ายก็ได้ไปขริบครับ ถึงคลินิกบางกะปิเวชกรรม ผมจอดรถที่เทสโกโลตัสบางกะปิครับ แล้วเดินมายังคลินิก แจ้งคุณหมอบอกว่ามาขริบ เขาก็ให้กรอกประวัตินิดหน่อยครับ เพราะไม่เคยมาที่นี่ จากนั้นหมอให้นั่งรอสักพักจึงเรียกเข้าไปคุยครับ เข้าไปด้านในพบผมหมออีกท่านนึงรู้สึกจะเป็นหมอที่ขริบประจำที่นี่นะครับ หมอถามว่าเรามาขริบทำไม? เปิดได้ปกติรึเปล่า? เราก็ตอบไปว่า อยากรักษาความสะอาด และเปิดได้ปกติครับไม่มีปัญหา เลยเอารูประดับการขริบให้หมอดูว่าเราอยากได้ระดับที่ 3 นะ หมอบอกว่า 'มันก็ต้องแล้วแต่ของคุณนะ ว่าทำได้ระดับไหน' ผมก็อ่อ เคครับหมอ - * - รูปประกอบ ต่อครับ จังหวะนั้นลืมข้อมูลทุกอย่างที่จะพูดกับหมอไปหมดเลยครับว่า ไม่อยากให้เหลือหนังย่นๆเวลาอ่อนตัวและแข็งตัว และให้เอาหนังออกเยอะๆไปได้เลย จากนั้นหมอให้ออกมานั่งรอครับ คงจะเตรียมห้องและอุปกรณ์ผ่าตัดเล็ก จากนั้นเราก็ถูกเรียกเข้าห้องผ่าตัดครับ ซึ่งห้องผ่าตัดก็อยู่ข้างๆห้องที่หมอเรียกเราไปคุยครับ มันเดินต่อถึงกัน หมอให้เราใส่โสร่ง เราก็ใส่และขึ้นเตียงที่เป็นขาหยั่งครับ จากนั้นหมอก็เปิดโสร่งจับน้องชายผมทำความสะอาด รู้สึกเย็นๆครับ ผมไม่ได้มองว่าใช้อะไร แต่น่าจะแอลกอฮอล์ครับ คือผมโดยปกติเป็นคนที่น้องชายตื่นตัวง่ายมาก ถึงมากที่สุดครับ พยายามไม่คิด พยายามควบคุมจิตใจและอารมณ์ ตอนหมอเช็ดน้องชาย มันก็เริ่มขยายร่างนิดนึง ผมนี่หลับตาปี๋ ควบคุมสมาธิเลยครับ แต่ยากมาก เพราะหมอจับพลิกไปพลิกมา และก็บอกเราว่าต้องตัดขนนิดนึงจะได้ง่ายตอนทำแผลนะ หลังจากทำตรงนี้เสร็จ หมออีกท่านก็เดินเข้ามาครับ ถามเราว่า นี่ของเราบวมอะไร เราก็ลุกขึ้นมอง (ในใจ อ๋อป่าวบวม มันกำลังขึ้นและของเรามันใหญ่มันเป็นแบบนั้นแหละ) ตอบหมอไปว่า อ๋อ ป่าวครับ - - ไม่รู้จะตอบอย่างไร หมอบอกว่าจะฉีดยาชานะ ผมก็ครับๆ เข็มแรกเจ็บหน่อยนะ ครับ เจ็บจิ๊ดเลยครับ รู้สึกว่ามีอะไรแทงเข้าไปข้างใต้เนื้ัอ จำไม่ได้ว่าตอนแรกหมอฉีดยาชาไปกี่เข็ม แต่ที่หมอฉีดคือ ยาชาขนาด 5cc ครับ พอฉีดเสร็จ หมอจะขอทดสอบว่ายาชาออกฤทธิ์หรือยังครับ มันพีคตรงนี้แหละครับ... หมอถามว่า ตรงนี้เจ็บไหม? ไม่เจ็บ ตรงนี้เจ็บมั้ย? ไม่เจ็บ ตรงนี้เจ็บมั้ย? โอ้ยยย เจ็บครับ หมอจัดยาชาเพิ่มให้ครับ แล้วก็ทดสอบอีก เราก็ยังเจ็บอีกครับ หมอก็จัดยาชาให้อีก ทดสอบอีกก็ยังเจ็บอยู่ครับ รู้สึกใจแป้วนิดนึงว่าจะได้ขริบมั้ยวะ หรือเราทอรอเรตยาชาไปแล้ว? หมอบอกว่า ของเรามันใหญ่ เลยต้องใช้ยาชาเยอะ และส่วนมากยาชาจะไม่ค่อยมีผลตรงเส้นประสาทหรือตรงเส้นของเรามากเท่าไหร่ สุดท้ายหมอจัดไป 6 เข็ม ครับ ผมจึงจะไม่รู้สึกเจ็บน้องชายตอนหมอทดสอบ ผมก็ถามหมอว่าแล้วปกตินี่เค้าฉีดกันกี่เข็ม หมอตอบว่า ปกติ 3 เข็มก็มึนหัวแล้ว ของเราต้อง 6 เข็ม ซึ่งพอผมโดน 6 เข็มจึงจะรู้สึกมึนหัวครับ หมอบอกอีกว่า แต่นี่ก็ยังไม่เยอะสุดที่หมอเคยฉีด สูงสุดคือ 7 เข็ม! (รองแช้มป์อันดับสอง) เรารู้สึกว่าที่ต้องฉีดเยอะหรือเพราะของเรากำลังอยู่ในช่วงผงาดขึ้นมาหน่อยนึง เพราะหมอบอกว่าของเราใหญ่ แต่จำความได้ว่าเวลาอ่อนตัวมันก็เล็กนะ เลยกังวลเล็กๆครับ เพราะเคยอ่านกระทู้บนเว็บนี้ บางคนแข็งตัวตอนโดนยาชาไปแล้วทำให้ต้องรอ หรืออะไรประมาณนี้แหละครับ - - ผมก็เกือบที่จะแข็งตัวแล้วแต่ยังอ่อนปวกเปียกอยู่ ซึ่งมันก็กังวลแหละครับว่าจะได้ขริบมั้ยวะ สรุปก็ได้ขริบครับ จากนั้นหมอก็โชว์ฝีมือขริบครับ ตลอดเวลานั้นผมปิดผ้าปิดตาครับ หนึ่งคือ มึนมาก หัวนี่ตึ้บเลยครับ สองคือ ไม่อยากดูด้วยครับ ไม่ได้กลัวเลือดหรือไรนะครับ แต่ไม่อยากเห็นใครทำอะไรกับน้องชายเรา - -* และแล้วหมอก็ทำการตัดหนังหุ้ม บอกเราว่า ได้ระดับ 2 นะ แอบรู้สึกเสียใจเล็กน้อยแต่ไม่เป็นไร สองก็สองวะ หมอบอกว่า ได้ระดับ 2 นะ เพราะว่าของเรามันใหญ่ (หมอก็ย้ำจังเลย ไอเราก็ ครับๆๆๆ ><) และหมอก็อธิบายว่าบางจะได้ระดับไหนๆ ผมก็งงๆครับๆ ไม่ค่อยสัมพันธ์กับความรู้ที่ผมหามาเท่าไหร่ รูปหลังจากขริบ ทำแผล หลังจากขริบวันแรก หมอให้ไปทำแผลวันรุ่งขึ้นครับ ถ้าแผลดีหรือก็คือแผลแห้ง ไม่ชื้น ไม่มีปัญหา จะให้มาทำแผลได้วันเว้นวันครับ ซึ่งผ่านไปได้ด้วยดี แผลไม่มีปัญหาไม่ชื้นครับ แห้งดี เลยได้ไปทำวันเว้นวัน ผมรักษาความชื้นอย่างสูงสุด ไม่ให้โดนแม้แต่ละอองน้ำเลยครับ เวลาเข้าห้องน้ำที่ก็พยายามเอามือบัง ทิชชู่บัง พอเข้าเสร็จก็มายืนเป่าพัดลมไล่ความชื้นครับ เพราะสายฉีดก้นนี่แหละเวลาทำความสะอาดตอนถ่ายหนักอาจจะชื้นๆบ้าง แต่ก็เป่าพัดลมกันไว้ก่อนครับ วันที่ 3 ตอนกลางคืน ฉี่แอบโดนผ้าก็อชนิดนึง เพราะควบคุมทิศทางไม่ได้ อยู่ดีๆฉี่กระจายเฉย กระเด็นไปโดนขาเลยครับ ผมนี่เฮือกเลย รีบเอาทิชชู่ซับผ้าก็อชไว้สักพัก และไปเป่าพัดลม + ไดร์เป่าผมครับ เพราะหมอให้แผ่นคำแนะนำมาว่า ถ้าชื้นให้เปลี่ยนผ้าพันแผลที่คลินิก ไม่ก็เอาไดร์เป่า จัดเลยจ้าเกือบครึ่งชม ทั้งพัดลมทั้งไดร์ วันที่ 4 ไปทำแผลหมอบอกว่าก็แห้งดีนะ ไม่มีความชื้นอะไร เห้อออออ รอดดด! ได้ดูระดับการขริบของตัวเองตอนทำแผล หมอบอกระดับ 2 แต่พอดูของตัวเองจริงๆ มันเยอะกว่าในรูปครับ น่าจะประมาณ 3 ได้เลยเท่าที่มองนะครับ ไม่ได้สังเกตุนาน เพราะคุณหมอจับตั้งให้เราดู เกรงใจ กลัวจะเมื่อย -.- เท่านี้ก่อนครับ ไว้มาอัพเดทแผลต่อครับ
  3. อัพเดท 1 ปี 6 เดือนครับ จากที่คิดกว่าจะตัดสินใจทำเป็นปีครับ กล้าๆกลัว แต่ตัดสินใจทำแล้ว คุ้มค่าครับ ใครที่กำลังจะตัดสินใจทำอย่าคิดนานเหมือนผมครับ ^___^
  4. แผลวันที่ 7 ครับ เมื่อเช้าลองล้างแผลเอง ด้านล่างมีเลือดซึมนิดหน่อยเลยครับ อาจเพราะมันใช้เวลานานไปหน่อยเลยไม่เรียบร้อย ด้านบนกับด้านล่างครับ ด้านล่างมีเลือดซึมจากการล้างแผลเลยครับ เซ็งเลย! ปล.สีผิวดูต่างกันเพราะเกิดจากแสงครับ
  5. นี่คือรอยแผล ณ ปัจจุบัน(พึ่งถ่ายเมื่อกี้) รอยผมว่าโอเคแล้ว ทูโทน ไปขลิบส่วนตัวถือว่าคุ้มค่ามาก
  6. เพื่อนๆที่ไปขลิบคลีนิคบางกะปิ ขอพิกัดหรือข้อมูลการติดต่อหน่อยครับ / ตัดสินใจเร็วๆนี้ครับ ... แหะๆๆ
  7. ครบ 1 ปีแล้วครับ (หำใหม่ ใหญ่กว่าเดิมแน่นอน) ใครที่กำลังตัดสินใจอยู่ ผมแนะนำ อย่าคิดนานเหมือนผมครับ ผมกว่าจะตัดสินใจทำได้คิดเป็นปีครับ ก่อนทำครับ
  8. ทำมา 7 สัปดาห์แล้วครับ อาการมีเจ็บแปลบๆ บางจุดครับตรงรอยเย็บที่เป็นปมๆ บริเวณด้านล่างตรงเส้นสองสลึง มันยังเป็นไตแข็งๆ ตึงๆ เวลาแข็งตัว ชตอ จะรั้งๆ เจ็บนิดๆ ครับ ผมทาเดอมาเฟลกช่วยลดรอยครับ ตรงรอยเย็บเส้นสองสลึง จะใช้เวลานานมั้ยครับกว่าจะหายตึงครับ
  9. ตอนนี้ผ่านมา 1 ปีกว่าแล้วครับ หวัดดีครับทุกคน ขอบคุณทุกคนที่ให้คำแนะนำผมตลอดเวลาช่วงขริบของผมเลยนะครับ ทีแรกผมว่าจะรีวิวนานแล้วแหละ แต่รอเวลาให้มันครบ 1 ปีก่อน แล้วค่อยว่ากัน ส่วนมากคนที่ส่ง Line หาผม มักจะถามเรื่องการดูแลตัวเอง วิธีดูแลแผล แล้วก็ถามเรื่องก่อนใช้หลังใช้ (อันนี้เยอะมากกกกก แต่ผมก็เข้าใจแหละครับ 555) ว่าด้วยเรื่องแรก การดูแลตัวเอง ก็ทำตามที่หมอแนะนำเลยครับ ระหว่างนั้นผมก็ถามคำแนะนำจากพี่ๆ มาตลอดเช่นกันครับ ตอนนั้นเหมือนแผลผมมันจะหายไวซะด้วย มันน่าจะมาจากผมเป็นคนออกกำลังกายอยู่แล้ว กินเวย์ตลอด (โปรตีนเยอะ ช่วยสมานแผล) บวกกับชอบกินฝรั่งเป็นชีวิตจิตใจ 55555 (ฝรั่งนี่ผลไม้นะครับ ไม่ใช่คน) ในฝรั่งมีวิตามินซีสูงช่วยเรื่องสมานแผลเช่นกันครับ ก่อนใช้กับหลังใช้ อันนี้คนถามผมเยอะมากเลย แน่นอนว่ามันต้องแตกต่างอยู่แล้วครับ อันนี้คือความเห็นผม และความรู้สึกผมนะ ก่อนขริบผมรู้สึกว่าผมน่าจะมีความรู้สึกมากกว่านี้ ตอนนี้ลืมละว่าก่อนหน้านี้รู้สึกยังไง 555 ช่วยตัวเอง = ต่างครับ มันรู้สึกเหมือนหนังเราหายไป กับความรู้สึกตรงเส้นมันหายไปครับ ผมกลับเสียวตรงรอยแผลข้างใต้มากกว่า เพศสัมพันธุ์ ใส่ถุง = ไม่ต่างเท่าไร ไม่ใส่ถุง = ต่างกันครับ ก่อนขริบเวลามี พสพ จะรู้สึกเหมือนหนังหุ้มเรามันเคลื่อนที่ข้างในตลอดการเข้าออกครับ แต่หลังขริบแล้วความรู้สึกนั้นมันหายไป แต่ได้ความรู้สึกเสียวนิดๆ ตลอดการมี พสพ มาแทน (ผมว่าผมอึดขึ้นนะ) ความรู้สึกหลังทำ ผมรู้สึกดีมาก โล่ง สะอาด ตอนแรกหลังขริบผมนี่รู้สึกว่าผมไม่ได้เสียวน้อยลงนะ แต่แค่ความรู้สึกบางอย่างมันหายไป (ประมาณว่าแต่ก่อนมีหนัง ตอนนี้ไม่มีหนัง) หลังจากนั้นผมก็จำความรู้สึกนั้นไม่ได้ละ 555 ตอนนี้ก็เลยชินไปเอง สุดท้ายแล้ว ถ้าถามว่าย้อนเวลากกลับไปได้ยังอยากขริบอยู่ไหม ขอตอบว่า "ขริบครับ" ถึงแม้ผมจะรู้สึกว่าความรู้สึกบางอย่างมันหายไป (อาจจะทำให้เสียวน้อยลง) แต่ผมว่ามันก็ยังเพียงพอในการมี พสพ อยู่ดี (ไม่ได้ตายด้าน) แลกมากับ เจี๊ยวหล่อขึ้น โล่ง สบาย สะอาด กับป้องกันโรคมากขึ้น ผมก็ยอมนะ อีกอย่างหลังขริบผมอึดขึ้นนะ (แต่บางคนบอกเหมือนเดิม) ปล. อันนี้นอกประเด็นนะครับ ปกติเที่ยวกันที่ไหนครับ (แถวๆ จตุจักรนะ)
  10. เริ่มเรื่อง : เริ่มแรกก็ไม่เคยคิดถึงเรื่องที่จะขริบอะไรนี่หรอกนะคับ แต่เนื่องด้วยแวดล้อมของสถานที่ทำงานที่เป็นแบบลมธรรมชาติ และอากาศที่ค่อนข้างร้อน ทำให้บางวันจุ๊ดจู๋เราค่อนข้างอับ และมีกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ ก็เลยเริ่มหาข้อมูลการดูแลรักษาความสะอาดเฉพาะส่วนดู และมีอยู่ข้อแนะนำหนึ่งคือ "ขริบ" เราก็เริ่มค้นหาข้อมูลเรื่องนี้ก่อนเลย จนทำให้เราได้รู้ว่ามันมีประโยชน์มากกว่าเรื่องของความสะอาด แต่ก็มีเรื่องให้คิดควบคู่กันไปหลายๆ อย่าง ด้วยอายุที่เกือบจะ 30 แล้ว การขริบช่วงที่อายุเยอะแล้วแผลจะหายยากหรือเปล่า รอยแผลเป็นจะหายช้าแค่ไหน จะมีผลข้างเคียงอะไรหรือไม่ จะเจ็บมากแค่ไหน จนสุดท้ายแล้วเราก็ตัดสินใจขริบ ด้วยเหตูผลที่ว่า "ถ้าไม่ทำตอนนี้ แล้วจะทำตอนไหน อย่างน้อยถ้าทำตอนนี้ รอยแผลเป็นจะหายได้ไวขึ้น" เลือกสถานที่ : ก็เริ่มหาข้อมูลตามอินเตอร์เน็ตไปเรื่อยๆ จนมาเจอเว็บไซต์นี้นี่แหล่ะคับ (ชี้ทางสว่างให้เยอะมากๆ ในหลายๆ เรื่อง) ดูรีวิวของคลินิกนู้น โรงพยาบาลนี้ไปเรื่อยๆ จนมาถูกใจกับสไตล์ของคลินิกบางกะปิ ที่ทำออกมาดูเหมือนต่างชาติ และเอาหนังออกเยอะ เตรียมตัว : เนื่องจากเราทำงานโรงแรม แผนกต้อนรับซะด้วย การลางานยาว 1 อาทิตย์จึงไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เราได้ชี้แจงเหตุผลกับหัวหน้าไป และหัวหน้าก็เข้าใจ อีกทั้งยังได้ขอเข้างานในรอบกลางคืนถึง 2 เดือน เพื่อใช้ในการรักษาแผล เนื่องจากเนื้อหางานในรอบกลางคืนไม่เยอะมากเท่ารอบกลางวัน แถมยังสามารถหลบไปล้างแผลโดยไม่ต้องหลบสายตาใครด้วย (เพราะไม่มีคน) วันที่ 1 : วันที่ 1 สิงหาคม 2561 ตัวเราอยู่หัวหิน แต่คลินิกอยู่กรุงเทพฯ ทำให้ต้องเดินทางออกจากหัวหินแต่เช้าโดยรถยนต์ส่วนตัว (มีเพื่อนขับรถไปให้) คลินิกก็ไม่ได้นัดไว้ เปิดหรือเปล่าก็ไม่รู้ (ไปเสี่ยงดวงเอา หากจุ๊ดจู๋ใหม่คู่ควรกับเรา เราก็จะได้ทำ) ถึงกรุงเทพฯ ก็เอารถไปจอดไว้ที่เดอะมอล บางกะปิ แล้วเดินย้อนไปคลินิก ไปถึงก็ติดต่อกับพี่พนักงานหน้าเคาท์เตอร์ว่ามาทำอะไร ลงทะเบียนทำประวัติ และคุยกับคุณหมอ โดยคุณหมอก็จะถามนิดหน่อยว่าทำไมถึงอยากขริบ และแนะนำการรักษาเบื้องต้นให้นิดหน่อย เสร็จแล้วก็นั่งรอเรียก ถึงเวลาก็จะมีพี่พนักงานผู้ชายเอายาพารามาให้กิน 1 เม็ดถ้วน และเดินนำพาเข้าห้องผ่าตัด ขึ้นนอนเตียง และขาหยั่ง (ตอนแรกอายมาก แต่ก็คิดซะว่าหมอเห็นของเราแค่ครั้งเดียว คงจำเราไม่ได้หรอก และอยู่ต่างจังหวัดด้วย 5 5 5) แล้วหมอก็เริ่มฉีดยาชา โดยเริ่มเข็มแรกที่หัวหน่าวก่อน ซักพักก็ตรงลำปืน น่าจะประมาณ 3 เข็มได้ พอยาชาออกฤทธิ์ หมอก็เริ่มผ่าตัดเลย ส่วนพี่พนักงานผู้ชายอีกคนก็ชวนเราคุย และให้คำแนะนำต่างๆ นาๆ ทำให้เราไม่รู้สึกกลัวเลยแม้แต่นิดเดียว ใช้เวลาในการผ่าตัดประมาณ 40 นาทีน่าจะได้ พอเสร็จแล้วหมอก็ให้เราดูสภาพจุ๊ดจู๋ในสภาพที่มีผ้าพันแผลพัน ความเจ็บไม่มี แต่ปวดนิดหน่อย และมึนหัวจากฤทธิ์ของยาชา หมอก็แนะนำให้นอนพักที่คลินิกซักครู่จนกว่าจะรู้สึกดีขึ้น เสร็จแล้วจึงไปชำระค่าใช้จ่าย ยอดรวม 5,500 บาท (ขริบและตัดเส้นสองสลึกออก) ออกจากคลินิกไปขึ้นรถ และเดินทางกลับหัวหิน วันแรกน้ำไม่อาบ แผลยังไม่ล้าง เวลาปัสสาวะก็เอาผาขวดเสลอปี้ด้านรูเล็กมาจ่อตรงปลายจุ๊ดจู๋ให้พอดีกับรูปัสสาวะ เพื่อกันน้ำกระเด็นใส่ผ้าพันแผล ทานยาตามหมอสั่ง โดยอาการปวดจะมาเป็นระยะๆ แต่ไม่มีอาการเจ็บนะ แค่ปวด วันที่ 2-4 : เหมือนวันแรกเลย แต่อาการปวดเริ่มน้อยลง วันที่ 5-7 : เริ่มเปลี่ยนผ้าพันแผลเอง โดยใช้น้ำเกลือล้างแผลล้าง ซับให้แห้ง ตามด้วยเบตาดีน นำผ้าตาข่ายขึ้ผึ้งมาวางตามรอยเย็บและพันด้วยผ้าพันแผล สังเกตุเห็นว่าแผลเริ่มดีขึ้นมาก ไม่มีเลือดหรือน้ำเหลืองซึมเลย ช่วงนี้อาบน้ำได้แล้ว โดยเอาแก้วพลาสติกมาครอบบริเวณจุ๊ดจู๋ไว้ เพื่อกันไม่ให้แผลโดนน้ำ วันที่ 7 : แผลดีขึ้นมาก เลยตัดสินใจอาบน้ำโดยไม่เอาแก้วพลาสติดครอบ ผลคือปรกติ ไม่มีอาการแสบหรือเลือดออก แต่ยังพันแผลปรกติ วันต่อๆ ไป : ไหมเริ่มหลุด มีบ้างบางปมที่หลุดช้า แต่ก็ไม่รีบ ค่อยๆ สะกิดวันละนิดวันละหน่อย ก็ยังพันแผลอยู่ พอปมไหมหลุดหมด และแผลแห้งหมดแล้วก็เปลี่ยนมาแค่พันแผลโดยไม่ทายาเพื่อลดอาการบวมของแผลให้หายไป โดยเท่าที่สังเกตุอาการบวมจะค่อยๆ หายไปภายใน 2-3 เดือน มีแอบเล่นว่าวบ้าง แต่ยังไม่คุ้นมือ ช่วงแรกๆ เลยแต่แค่ฝนหัวคิว ก็ให้ความรู้สึกที่เสียวแบบแปลกๆ ดี แผลหายดี ไม่บวมจึงเล่นแบบเต็มไม้เต็มมือ แต่ต้องมีน้ำมัน หรือเจลหล่อลื่นช่วยเสมอ เนื่องจากเมื่อก่อนจะมีหนังให้รูดขึ้น-ลง แต่ตอนนี้ไม่มี คำแนะนำ : 1. สมควรอย่างยิ่งสำหรับการขริบ ขริบตั้งแต่อายุยังน้อยยิ่งดี พออายุมากขึ้นรอยแผลเย็บจะได้ดูเนียน 2. ช่วงเดือนแรกแนะนำให้ทานวิตามินซี วิตามินอี และใบบัวบกแบบแคปซูล จะช่วยให้แผลหายไวขึ้น 3. อาหารเรางดเฉพาะของเผ็ด และอาหารที่ไม่สุกเท่านั้น อย่างอื่นทานปรกติ แถมทานไข่ไก่ทุกวันด้วย
  11. ขริบที่บางกะปิครบ 2 เดือนแล้วครับ มี พสพ. และ ชตอ. ได้ปกติดีครับ แต่เวลา ชตอ. ต้องปรับเยอะเหมือนกันครับ ถ้าไม่ใช้เจลช่วย ยิ่งเสร็จยากขึ้นครับ ภาพก่อนขริบครับ ตรงเส้นฯ ยังมีตึงๆอยู่บ้างเวลาแข็งตัวครับ อาการอย่างอื่นปกติดีครับ ปล. ข้อเสียอย่างเดียวที่เจอคือ ขนบริเวณโคน แฟนแอบบ่นว่าตอขนตำครับ ผมเลยต้องหยุดโกนขนครับ
  12. ไอ้เสือผมมีเพื่อนแล้วววววว 5555 วันนี้ครบรอบ 15 วันพอดี เลยเอารูปมาให้เพื่อนๆ ได้แนะนำข้อมูลเพิ่มเติมครับ สาเหตุที่ขริบนะครับ - ผมก็เพิ่ง 22 ปีเองเนอะ เที่ยวกลางคืนก็ค่อนข้างบ่อย(ตอนนี้ไม่ค่อยบ่อยละครับ 5555) เลยพาไอ้เสือผมไปขริบเสริมหล่อซะหน่อย บวกกับขริบแล้วน่าจะพอป้องกันโรคติดต่อได้มั่ง - ของผมเปิดได้ปกตินะครับ ตอนมี พสพ ก็ปกติดี ไม่มีปัญหาใดๆ ตอนอ่อนหนังจะคลุมหัวนิดหน่อยเอง เลยไปขริบให้มันจบๆ 555 ผมควรทาครีมลดรอยได้ยังครับ? หรือมีไรแนะนำผมได้มั่งครับ?
  13. ขริบครบ 20 วันโดยประมาณ (ขริบวันที่ 28/12/2018 ช่วงบ่ายประมาณ 15.33 นาทีครับ) ทุกอย่างเป็นไปด้วยดีเพราะพี่ ที่ให้คำแนะนำเลยครับผมต้องขอบคุณสำหรับคำแนะนำครับผม
  14. เหตุผลที่ไปขลิบก็เพราะว่า น้องมีอาการผิวแห้ง และทำให้รัดหัวเวลาแข็งตัว ต้องคอยทาครีมตลอด เลยได้โอกาสดี เข้าไปปรึกษาคุณหมอ คุณหมอบอกว่าเกิดจากเชื้อรา เพราะบริเวณนั้นมีความอับชื้นบ่อย จึงตัดสินใจทำวันนั้นเลยครับก็ได้คิวสุดท้ายของวัน เพราะผมไปก็เกือบหกโมงแล้วครับ(รับคิวสุดท้าย หกโมงเย็น) รูปก่อนทำครับ หลังจากชั่งน้ำหนักเสร็จ พี่พยาบาลก็นำยามาให้กิน 1 เม็ด ตอนนั้น จำได้ว่ามือเย็นมากก มึนๆหัวนิดหน่อย (อาการคล้ายคนจะเป็นลม555) พอเข้าไปในห้องพี่เค้าก็ให้เปลี่ยนนุ่งโสร่ง และขึ้นนั่งบนเตียงขายั่ง แล้วก็เล็มขนนิดหน่อย (ตั้งใจจะไปแว๊กซ์ แต่ไม่มีเวลา) พี่เค้าชวนคุย บอกว่าฟังเพลงเล่นโทรศัพท์ได้นะ ตอนทำ ผมก็ รับทราบ พอหมอเข้ามาก็ เตรียมตัวหยิบเข็มฉีดยาชาขึ้นมา บอกว่าจะฉีดยาชาแล้วนะ เราก็เตรียมใจว่าคงเจ็บมาก เพราะฉีดบริเวณน้องชาย แต่ผิดคาดครับ เข็มแรกเจ็บนิดเดียว(พี่นิตยาก็มา 555) เข็มสองผ่านไปหมอก็จะมีการเอาที่คีบมาเทสความรู้สึกว่า มีความรู้สึกหรือป่าว ก็บอกหมอว่ายังมีความรู้สึกแถวบริเวณเส้น หมอเลยฉีดเพิ่มอีกเข็ม ซึ่งเข็มนี้ฉีดใต้โคนบริเวณไข่ จะรู้สึกหน่วงๆนิดหน่อย รู้สึกของผมจะโดนไป 4เข็ม ช่วงฉีดยาชา ผมก็ชวนคุณหมอคุย ถามคุณหมอว่า ฉีดมากสุกี่เข็ม คุณหมอบอก 7 เข็ม แต่ส่วนมากจะอยู่ที่ 3 -4 เข็ม ผมก็เลยบอกคุณหมอว่าฉีดผมนำไปเลยครับ 7 เข็ม ก็ฮากันไป หมอบอกว่า ถ้ารู้สึกเจ็ม บอกได้ หมอจะฉีดยาชาเพิ่มให้เฉพาะจุด จนผมเริ่มมึนยาชา จึงนอนหลับตา แต่ทุกขั้นตอนที่ทำคุณหมอก็จะบอกก่อนทำ ว่าเริ่มเย็บเริ่มเก็บเส้นเลือด เริ่มทำอีกฝั่ง (สำหรับคนที่กลัวเจ็บแบบผม พอเริ่มรู้สึกปุ๊ป ก็ให้บอกคุณหมอว่าเริ่มรู้สึก คุณหมอจะเพิ่มยาชาให้ครับ) พอเริ่มหายมึนผมก็ชวนคุยหมอคุยโน่นคุยนี่ไปเรื่อยเปื่อยมีบางตอน ทำไปขำไป ไม่คิดว่าเป็นการผ่าตัที่ผ่อนคลายมากครับ ผมรู้สึกพลาดมากที่ตัดสินใจทำช้าไปหลายปี ข้ามมาช็อตที่ทำเสร็จนะครับ ก็เช็ดทำความสะอาดผมก็ขอพี่เค้าถ่ายรูป พี่เค้าบอกว่า คนอื่นเค้าขอถ่ายตั้งแต่ก่อนทำ ยังคิดอยู่ว่าทำไมเราไม่ถ่าย (คนรีวิวเยอะ 555) หลังจากนั้นก็นอนพัก แล้วก็เดินไปโลตัส ขี่มอไซต์กลับห้องครับ (ตอนนี้ยาชาหมดฤทธิ์ ละครับ รู้สึกเจ็บนิดๆ เหมือนแผลสดโดนน้ำ แบบทนได้ครับ) รูปหลังขลิบเสร็จครับ หลังทำแผลเสร็จครับ
  15. ตอนอ่อน ของพี่ ๆ เป็นแบบนี้ป่าวคับ แล้วตุ่มไขมันขาว ๆ จะหายไปมั้ยครับ ทำมาครบ22วัน แผลยังบวมๆ ควรทำไงดีครับ? แผลบวมๆ ตอนแข็งตัว รู้สึกตึงๆแผล ตึงๆเส้นสองสลึง ต้องอีกนานเลยใช่มั้ย ถึงจะหายตึง
  16. อัพเดท แผล7วัน คับ สามารถโดนน้ำได้ยังคับ ยังต้องพันโคแบนตลอด แผลเย็บยังมีเลือดออกอยู่เลยคับ ไหมหลุด1ปม แล้วคับ
  17. ขลิบครบ 20 วัน แผลหายดีแล้วครับ ยังมีอาการบวดเล็กน้อย และตึงแผลครับ ตอนนี้เริ่มทายาลดรอยแผลเป็นพร้อมกับพันแผ่นซิลิโคนครับ ตอนอาบน้ำรู้สึกไม่คุ้นมือ แต่ก่อนต้องรูดหนังเพื่อทำความสะอาด ตอนนี้ไม่ต้องแล้ว แปลกๆนิดนึง มีคำถามครับ อาการบวมของผมยังจำเป็นต้องพันผ้าไหมครับ? ด้านนี้ที่ยังมีอาการบวม เป็นไตแข็งๆ อยู่ครับ V V ตัวช่วยลดรอยแผลเป็นครับ
  18. ไม่ขลิบไม่ได้เลยกะไปช่วงปลายเดือนเพราะมีเวลาพักมากกว่าวันอื่น ทำใจเรื่องขนาดของตัวเองเลย พ่อให้มาน้อย 55555
  19. กำลังจะไปขลิบเร็วๆนี้แล้วครับ ทำใจอยู่ 555 อยากถามคนที่ไปทำที่นี้ครับ บรรยากาศในห้องผ่าเป็นอย่างไร ระหว่างผ่าตัดเราจะไม่เห็นขั้นตอนที่คุณหมอทำใช่ไหมครับ ผมค่อนข้างกลัวเลือด กับ ของแหลมๆ ยิ้งใกล้ถึงวันที่วางแพลนไว้ก็ยิ้งตื่นเต้น ตัดสินใจว่าจะไปทำกลางเดือนนี้
  20. ขลิบครบ 15 วันแล้วครับ ไหมตรงเส้น หลุดออกไปเมื่อวันที่ 13 ธค. ครับ ตอนนี้แผลเริ่มดีขึ้น ไม่แสบแล้ว แต่ยังโดนอะไรไม่ได้ครับ ถ้าโดนจะเจ็บมาก แล้วก็ยังมีอาการบวมอีกนิดหน่อยทางด้านซ้ายครับ พอหายแสบแผล เวลาทำแผลเลยง่ายขึ้นเยอะ ไม่ต้องคอยพะวง กลัวว่าสำลีหรือมือจะไปโดน วันนี้เลยเอาคัตตอนบัชมาเช็ดคราบขี้ผึ้งออก กลัวหมักหมมเพราะรู้สึกคันๆใต้หัวเห็ดครับ อยากให้แผลแห้งก่อนปีใหม่ เพราะเริ่มงานที่ใหม่ ตอนเช้าไม่มีเวลาทำแผลครับ ด้านนี้ยังบวมอยู่ครับ
  21. 2 เดือนแล้วครับ ไวมากๆ ตอนนี้ได้แต่ ชตอ.ไปก่อน แต่ยังไม่ได้ลงสนามจริงครับ รูปที่1 ตอนอ่อนตัวครับ รูปที่2 แข็งตัวนิดหน่อยครับ รูปที่3 บริเวณเส้นที่ตัดออกไปครับ รูปที่4 ตอนแข็งตัวครับ ปล.ไม่มีอาการเจ็บหรือตึงในกรณีที่ทำการ ผนหัวคิว หรือ ชตอ.ครับ พอใจกับฝีมือหมอที่ บางกะปิมากเลยครับ
  22. ผมขลิบมา7วันเเล้ว เเผลเเห้งปกติดี ไม่ปวด ไม่บวม —เเต่ปัญหาตอนนี้คือ ฉี่ยังกระจายอยู่เลยครับ อยากทราบว่าอาการนี่จะหายไปเมื่อไหร่ กลัวไม่หายครับต้องพึ่งขวดยาคูลตลอดชีวิต
  23. แอบมาส่องบอร์ดอยู่นาน วันนี้กะว่าจะมาขอคำปรึกษากับคุณหมอที่บางกะปิอย่างเดียว พอคุยจบเลยตัดสินใจทำซะเลย ไหนๆก็ลางานมาหละ #หำจ้าหนังลาก่อน
  24. คือวันเสาร์นี้ผมตั้งใจไปขลิบอ่ะครับ 1.อยากถามเพื่อนๆว่า ต้องลางานพักกี่วันดีครับ ถึงจะไม่มีผลกระทบกับแผล 2. มันเจ็บมากไหมครับ รู้สึกกลัวมากๆ โดยผมกะลาตั้งเเต่จันทร์-อังคาร ไม่รู้ว่าวันพุธเเผลจะดีขึ้นไหม ขอคำเเนะนำด้วยครับ ขอบคุณครับ
  25. แอบมาส่องบอร์ดอยู่นาน วันนี้กะว่าจะมาขอคำปรึกษากับคุณหมอที่บางกะปิอย่างเดียว พอคุยจบเลย
×
×
  • Create New...

Important Information

ในการใช้งานเว็บไซต์คุณต้องยอมรับข้อตกลง Terms of Use.Privacy Policy