Jump to content

Search the Community

Showing results for tags 'รัชดา-ท่าพระ'.



More search options

  • Search By Tags

    Type tags separated by commas.
  • Search By Author

Content Type


Forums

  • ศาลากลาง
    • ประกาศจากทางสาลิกา
    • แจ้งปัญหาการใช้งาน
  • ห้องโถง
    • ชุมชนคนสนใจเรื่องขริบ
    • ถามตอบปัญหาสุขภาพ
    • ขนาดเรื่องสำคัญคู่ผู้ชาย
  • สัพเพเหระ's Topics

Find results in...

Find results that contain...


Date Created

  • Start

    End


Last Updated

  • Start

    End


Filter by number of...

Joined

  • Start

    End


Group


Found 17 results

  1. สวัสดีครับ ผมเพิ่งโพสกระทู้นี้ครั้งแรก ผิดพลาดประการใดก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ จริงๆผมสนใจเรื่องขริบติดตามบอร์ดนี้มาได้หลายปีแล้วล่ะ เนื่องจากตัวผมเองมีหนังหุ้มปลายที่ค่อนข้างยาว (และย้วย) ประมาณนิ้วครึ้งได้ และมันชอบรัดตอนรูดเปิดหัว เลยหาวันที่จะทำขริบมานานแสนนาน จนมาได้วันที่ 15 เมษายน 2562... วันที่ 15 เมษายน 2562 นัดหมอที่รพ.รัชดา-ท่าพระ เนื่องจากใกล้บ้าน ไว้เวลา13.00น. พยาบาลทำประวัติเสร็จ ก็ชั่งนน. วัดส่วนสูง แล้วคุณหมอก็เรียกเข้าไปสอบถามอาการ ซึ่งกว่าจะได้เรียกขึ้นเขียงก็ประมาณ 14.00น. ก็ใช้เวลาทำประมาณเกือบๆชม. พอทำสร็จก็พันแผลเป้นแหนมตุ้มจิ๋วกลับบ้านไปสบายเฮ โดยคุณหมอให้ยาเป็นพาราและผ้านพันแผลโคเบน (ล้างแผลที่รพ.) วันที่ 16 เมษายน 2562 - ผ่านไป 1 วัน ก็ไปล้างแผลตามปกติ วันที่ 17 เมษายน 2562 - ผ่านไปอีก 1 วัน ล้างแผลตามปกติ วันที่ 18 เมษายน 2562 วันนี้ตอนเช้าก็ยังไม่มีอะไรผิดปกติ แต่พอเริ่มซักประมาณบ่ายโมง แผลเหมือนมีเลือดไหลและเหมือนแผลติดเชื้อ แต่วันนั้นก็ลางานไม่ได้ ก็กินพาราแก้ปวดไป จากนั้นตอนเย็นก็ไปล้างแผล ก็แจ้งต่อพยาบาลไป พยาบาลบอกว่าต้องรอหมอพรุ่งนี้นะ อ่ะก็ต้องรอพรุ่งนี้ วันนั้นทั้งคืนผมนอนไม่หลับ!!! เพราะปวดมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก วันที่ 19 เมษายน 2562 ตื่นมาแบบสลึมสะลือ แต่ก็ยังมีอาการปวด ผมลางานครึ่งวันและรีบไปหาหมอ หมอบอกว่าแผลมีการติดเชื้อและมีหนอง พยาบาลก็บีบหนองออก หมอก็ให้ยาฆ่าเชื้อมากิน รอผลเพาะเชื้อ 3 วัน วันที่ 20 21 ก็ไปทำแผลปกติ เพิ่มเติมคือการบีบหนองออกที่ปวดมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก วันที่ 22 เมษายน 2562 ตอนเช้าเหมือนมีแผลปริ เลือดไหลเป้นทาง ก็รีบไปหาหมอ 55555 พอถึง รพ.หมอก็มาดูเรื่องการฆ่าเชื้อ ก็ไม่หาย หมอเลยให้ยาฆ่าเชื้อแบบทางสายยาง ซึ่งต้องให้ทั้งหมด 5 วัน วันละขวด (เจาะจนมือพรุนเลยทีเดียว) และพยาบาลก็แจ้งผลตรวจเชื้อ ซึ่งเชื้อที่ติดก็คือ E.Coli (ติดมาได้ไงฟะ แผลก็ไม่โดนน้ำนะ 555555) วันที่ 25 เมษายน 2562 ครบโดสของการให้ยา หมอก็มาตรวจ พบว่าแผลไม่ติดเชื้อแล้ว ก็ล้างแผลตามปกติ . . . . ล่วงวันที่ 3 พฤษภาคม 2562 ก็เอาผ้าพันแผลออกได้ ความรู้สึกเหมือนมันโหวงๆ (หรือว่าไม่ชินหว่าโดนโคเบนรัดมาตั้ง 20 วัน 5555) จนตอนนี้ณ วันที่พิมพ์ (19/5/2562) ก็ครบเดือนมาละครับ น้องชายก็ดีขึ้นมาเป้นลำดับครับผม มีทางด้านล่างยังเสียวๆอยู่ โดยปกติก็เป้นคนสั้นอยู่แล้ว พอทำเสร็จเลยดูสั้นกว่าเดิม 5555 ก็รอวันกลับมาฟื้นตัวและผงาดอีกครั้ง...
  2. แผล7 วันครับ คือยังรู้สึกปวดๆ ตอนแข็งนี่ทรมานมาก ผมเพิ่งสังเกตเห็นว่า หมอเย็บข้างนึงไม่ติดหัว ซึ่งเริ่มจะเปิดลงมาได้เเล้ว ส่วนอีกข้างติดหัวทำไรไม่ได้เลยครับ ไปแหย่ๆ เเล้วเจ็บมาก เผลอๆ มือไปโดนหนังตรงโคนๆ ดึงลงมา ร้องจ๊ากเลย ถือว่าสภาพแผลปกติมั้ยครับ ปล. ผมให้หมดตัดเส้นสองสลึงออกให้ด้วยครับ
  3. ขอ update ค่าใช้จ่ายในการขริบซักหน่อยครับ โดยเฉพาะที่รัชดา-ท่าพระ กับ บางกะปิคลินิก ซึ่งทั้ง 2 ที่เป็นที่ที่เพื่อนๆ ในนี้นิยมไปขริบกัน สำหรับที่ รัชดา-ท่าพระ ตามที่รู้ๆ กันว่าถ้าไปขริบที่นี่จะได้รอยขริบที่ชิดกับขอบหัวอวัยวะหรือระดับ 1 ตอนนี้จากราคาเดิม 3500 ขยับไปเป็น 4500-5000 บาท (ไม่รวมค่าล้างแผล) ส่วนที่ บางกะปิคลินิก ถ้าขริบที่นี่จะได้รอยขริบอยู่ห่างจากขอบหัวอวัยวะตั้งแต่ระดับ 2 ขึ้นไป เหมาะสำหรับคนอยากเห็นรอยขริบชัดๆ แบบ American Style ตอนนี้จากราคาเดิม 5500 ขึ้นไปเป็น 6200 บาทแล้วครับ หรือถ้าไม่อยากขริบ จะตัดเส้นสองสลึงออกอย่างเดียวก็ 3000 บาทถ้วนครับผม ตอนนี้ใครที่ยังลังเลมานาน ตัดสินใจไม่ได้ว่าจะขริบดีไม่ขริบดี ผมว่าให้รีบพิจารณาเพราะเชื่อว่าค่าใช้จ่ายในการขริบอาจมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นไปได้อีกในอนาคต อย่างที่บางกะปิ ผมจำได้ว่าเมื่อราวๆ ปี 50-51 สมัยผมยังเรียนมหา'ลัย ค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 2000-2500 (ถูกมาก) พอมาปี 58 (ปีที่ผมไปขริบ) ก็ขยับมาเป็น 5500 แล้ว เพิ่มขึ้น 200% ปาดเหงื่อกันไปครับ ยังแอบนึกเสียดายว่าน่าจะขริบซะตั้งแต่ตอนเรียนไปเลย สุดท้าย ผมขอฝากกระทู้รวบรวมรีวิวขริบจากที่ต่างๆ ไว้ด้วยครับ ถึงจะไม่ได้อัพเดทมานาน 1 ปี (ล่าสุด 2 พ.ค. 2561) แต่ก็คิดว่าน่าจะเพียงพอให้เพื่อนๆ ได้ตัดสินใจ หากกระทู้ไหนภาพหาย เนื้อหาไม่ครบถ้วน สามารถแจ้งผมได้ที่ comment ด้านล่างเลย ผมจะได้เอาออกให้ครับ ขอบคุณครับ
  4. สวัสดีครับเพื่อนสมาชิก ผมได้ทำการขริบมาแล้วที่ รพ.รัชดา-ท่าพระ โดยคุณหมอมกรเทพ เลยจะมาแชร์เผื่อเป็นท่าเลือกผู้สนใจ รวมถึงอยากสอบถามรุ่นพี่เกี่ยวกับดูแลรักษาครับ ผมนัดได้คิววันที่ 1/2/2562 ตอนบ่าย 2 นั่งรถไฟฟ้าจากนนทบุรีไปถึงบ่ายครึ่ง วัดความดัน คุยกับหมอ แล้วก็ขึ้นไปรอที่ห้องผ่าตัด รออยู่นานโขจนเผลอหลับคุณหมอก็เข้ามาแล้วก็ลงมืด ก็เหมือนกับหลาย ๆ ท่านรีวิว คือ เจ็บตอนฉีดยาชา เท่าที่รู้คือประมาณ 3 เข็ม จากนั้นก็ว่างเปล่าครับ มารู้สึกเจ็บอีกทีตอนเย็บแผลช่วงเส้น ก็ผ่านมาด้วยดี รวมๆแล้วไม่รู้สึกเจ็บอย่างที่คิด ยังเดินกลับไปขึ้นรถไฟฟ้าได้ชิล รุ่งขึ้น 2/2/2562 ขับรถไปที่ รพ. เพื่อล้างแผล พยาบาลมือเบามากแทบไม่รู้สึกเจ็บเลย พยาบาลบอกว่าเลือดไม่มีซึมแล้วในตอนนี้ ก็ดีใจมาก วันนี้ 4/2/2562 ไม่รู้สึกเจ็บที่แผลเท่าไหร่มีจี๊ด ๆ ตอนบล้างแผลเอง มีคำถามครับ 1. มีความรู้สึกปวดที่บริเวณโคน น่าจะเกิดจากการพับเก็บนานๆ ใช่มั้ยครับ 2. กางเกงในควรใส่หรือไม่ใส่ดี 3 ตอนแผลใกล้แห้งไหมเริ่มหลุด มีสัญญาณอะไรบ้างครับ จะได้เตรียมตัวรับครับ 4. ขอคำแนะนำในการปฏิบัติตัวขณะรักษาตัวด้วยครับ เช่น อยู่บ้านควรทำอย่างไร ไปทำงานควรทำอย่างไร ขอบคุณครับ
  5. อันนี้แผลสามวันคับ พึ่งล้างแผลเอง บวมๆที่โคน เมื่อคืน พอมันแข็งตอนตี5 ผมสะดุ้งตื่นมากเลยเจ็บ แล้วเลือดก็ซึมๆ 55555 แต่วันนี้ล้างแผลเองไม่รู้สึกเจ็บ แบบนี้ถือว่าปกติมั้ยคับ
  6. สอบถามหน่อยคับ พอดีจะไปขลิบที่รัชดา-ท่าพระต้นเดือนหน้าคับ อยากทราบว่า ตอนฉีดยาๆ เจ็บแบบทรมานมากมั้ยคับ
  7. ตั้งแต่เปิดบอร์ดใหม่มา ได้คุยกับเพื่อนๆ และตัดสินใจหลังจากนั้นไม่นานเรียบร้อยโรงเรียนขริบ แป๊บๆ ก็ผ่านไป 2 ปีแล้วครับผม!!! ครั้งนี้ผมคงไม่เล่าหรืออธิบายอะไรมาก เพราะเล่าไปเยอะมากใน 2 กระทู้ก่อน <<Review>> 29-09-58 ผมขริบแล้วครับที่สถานพยาบาลรัชดา - ท่าพระ [Updated Review] 1 ปี 10 เดือน ขริบแบบ high & tight ที่รัชดา-ท่าพระครับ หากเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ คนไหนที่สนใจหรือกำลังหาข้อมูลเรื่องขริบอยู่ แต่ยังรู้สึกลังเล ไม่มั่นใจ ไม่รู้ว่าตัวเองควรขริบดีมั๊ย ลองสำรวจตัวเองผ่านกระทู้นี้ก่อนก็ได้ครับ เผื่อจะได้คำตอบกับตัวเองเพิ่มมากขึ้น ผมควร "ขริบ" ดีมั๊ย? มาแลกเปลี่ยนความเห็นกันครับ สำหรับผม ผมขริบที่ รัชดา-ท่าพระ ขอทำแบบ high & tight ระดับ 4 ที่จะเห็นผิวหนังด้านในเยอะหน่อย จนเห็นผิวเป็นแบบ two-tone สองสีตัดกันชัดเจน ตอนนี้ผ่านไป 2 ปีหน่อยๆ ผลงานก็จะเป็นแบบนี้ครับ ตอนอ่อนตัว ตอนแข็งตัว ผมไม่ได้ตัดเส้นสองสลึงนะครับ แผลบางจุดอาจจะไม่ค่อยสวยเหมือนของคนอื่นๆ เท่าไหร่ แต่โดยรวมผมก็พอใจกับผลงานมาก เต็ม 10 ผมให้ 100 เต็ม 100 ให้ล้านเลยครับ อิอิ หากเพื่อนๆ คนไหนอยากศึกษาและดูผลงานจากที่อื่นๆ แนะนำให้เข้าไปศึกษาในกระทู้รวมรีวิวขริบของเพื่อนๆ ที่ทำมาแล้วก่อนได้ครับที่ ข้อมูลคลินิกและโรงพยาบาลที่สามารถขริบได้ครับ ซึ่งผมจะพยายาม update ข้อมูลเรื่อยๆ สะดวกที่ไหนไปที่นั่นเลย ส่วนใครที่ยังสงสัยว่าขริบแล้วจะดูแลแผลเองได้มั๊ยหรืออยากอาบน้ำต้องทำยังไง ก็สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่นี่ ล้างแผล (ขริบ) เองก็ได้ ง่ายจัง [Review] อาบน้ำหลังขริบยังไงไม่ให้ผ้าก็อซเปียกครับ หวังว่ากระทู้นี้จะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ ทุกคนนะครับ ขอบคุณครับ
  8. สวัสดีครับ หลังจากที่อยู่ในเว็บนี้มานานเป็นปีศึกษาข้อมูลมานาน ก็ได้ฤกษ์ไปขลิบซักที วันนี้จะมารีวิวสำหรับคนที่สนใจไปขลิบที่โรงพยาบาลรัชดา-ท่าพระนะครับ คือก่อนหน้านี้ก็ดูๆมาเรื่อยๆว่าจะไปขลิบที่ไหนดี แล้วก็เห็นคนส่วนใหญ่ที่ไปทำที่นี่แผลออกมาสวยมาก แล้วสิ่งที่ชอบที่สุดคือแผลชิดหัว บ้านผมไม่ได้อยู่กทม.นะครับแต่โทรจองคิวไปได้ทำวันนี้ก็เลยให้พ่อขับรถไปส่งไปกลับ100กม.กว่าๆได้ ไปถึงก็แจ้งชื่อทำบัตรชั่งน้ำหนักวัดความดัน แล้วคุณหมอก็จะเียกไปถามอาการก่อนว่าทำไมถึงมาขลิบ พอเสร็จแล้วก็นั่งรออยู่ประมาณ10นาที ก็มีพยาบาลผู้หญิงเรียกชื่อเราให้เดินตามไปชั้น3 ไปถึงก็ให้ถอดรองเท้าเปลี่ยนชุดถอดกางเกงแล้วใส่เสื้อคลุมสีเขียวไปนอนรอบนเตียง แอร์เย็นเจี๊ยบพร้อมกับเปิดเพลงจากวิทยุให้ฟัง ตอนนั้นเราก็นอนรอหมออย่างเดียว พี่พยาบาลก็จัดเครื่องมือไว้แล้วก็เรียกหมอมา พอหมอมาก็ปิดตาเราแล้วก็เริ่มทำ ตอนแรกก็ฉีดยาชาไปให้เราก่อน เจ็บนะแต่ไม่นาน พอหลังจากนั้นหมอก็ทำให้แต่ตอนนั้นคือเราไม่รู้สึกอะไรแล้วจินตนาการเหมือนว่าหมอกำลังซอยผมอยู่ไดประมาณ40นาที ก็ใช้เครื่องมือเสียงจื้ดๆๆอยู่นานพอสมควร พอมาช่วงท้ายๆเหมือนมีความรู้สึกเสียวแปร้บๆก็บอกหมอไป สักพักหมอบอกเสร็จแล้ว55 คือตอนนั้นงงๆเปิดตามาก็เห็นแค่ไอ้นั่นเราถูกพันไว้แน่นเลย แล้วเราก็เดินมาใส่กางเกง ตอนนั้นมึนแปลกๆไม่รู้ทำไม ลงมาจ่ายตังกลับบ้าน ราคารวม4230บาท ทีนี้ก็เหลือแค่ดูแลแผลกันต่อไป ไว้จะมารีวิวแผลให้ดูใหม่ครับ
  9. ทีแรกจะไปทำโรงพยาบาลรัฐแต่รู้สึกหมอไม่ค่อยชำนาญ เลยเห็นพี่ๆไปทำที่สถานพยาบาลรัชดา-ท่าพระกันเยอะแล้วแผลสวยมาก เลยโทรไปจองคิวได้ทำวันนี้ตอนบ่ายครับ แต่อยากถามพี่ๆครับ บ้านไม่ได้อยู่กทม.ถ้าผมไปขลิบกะที่นั่นแล้วผมทำแผลเองได้มั้ย หรือต้องให้โรงพยาบาลแถวบ้านทำครับ แล้ววิธีทำแผลที่ถูกต้อง ทำแล้วแผลจะหายเร็วๆเราต้องทำแผลยังไงครับ
  10. แผลครบ 20วัน สภาพโดยรวมค่อนข้างจะพอใจ ส่วนเรื่องรอยแผล ไม่ซีเรียสคงปล่อยตามธรรมชาติ ขอบคุณทุกคำแนะนำและทุกกำลังใจ ขอเป็นกำลังใจให้เพื่อนๆ ที่ขริบและคิดจะขริบทุกคน คุณมาถูกทางแล้วสู้ๆครับ
  11. แอบมาค้นในนี้อยู่ซักพักละ ยังไม่เจอเคสที่ตรงกับตัวเองเลย ขอตั้งถามพี่ๆน้องๆในนี้หน่อยครับ ผมชอบเป็นแผลถลอก 2 จุด เวลาใช้งานน้องชาย(กับภรรยา.... แต่งงานมา 7 ปีแล้ว เมื่อก่อนนานๆเป็นที แต่พักนี้เป็นเกือบทุกครั้ง) คือ 1. แถวเส้นสองสลึง(ของผมเหมือนเส้นมันขาดไปข้างนึงแล้วเหลืออีกข้างยังไม่ขาด)ตามรูปแรก ตอนแข็งตัวก็มีตึงๆนิดหน่อย 2. ตรงใต้คอหยักด้านหน้า (ฝั่งเดียวกับเส้นสองสลึงที่ยังไม่ขาด) ตรงนี้เมื่อก่อนนานๆเป็นที แต่พักหลังเป็นแทบทุกครั้งที่ใช้งาน และเหมือนมีไตๆหรืออะไรซักอย่างคล้ายๆเส้นเอ็น แบบเวลาน้องชายแข็งตัวเส้นนี้มันจะยิ่งแข็งปูด ทำให้ข้างล่างคอหยักไม่เรียบ และเสียดสีเป็นแผลเวลาใช้งาน ตำแหน่งตามรูป 2 ครับ อันนี้ปัญหาเลย เพราะเป็นแผลแล้วค่อนข้างเจ็บ(แผลหายเองประมาณ 3 วัน) อยากแก้ปัญหาตรงนี้มาก เพราะมันริดรอนความสุขไปหมด TT มีใครเคยเจอหรือเป็นเหมือนกันมั้ย แล้วรักษายังไงครับ? ไปตัดเส้นสองสลึงแล้วมันจะดีขึ้นมั้ย? หรือต้องขลิบด้วย? (ส่วนตัวไม่อยากขลิบถ้าไม่จำเป็น เพราะไม่เคยมีปัญหากับหนังหุ้ม และความสะอาดเลย TT) และสุดท้ายคือไปที่ไหนดีครับ? อยู่แถวบางกะปิ รพ. ใกล้ๆนี่ก็สมิติเวช ศรีนครินทร์ น่าจะโดนฟันหัวแบะอยู่+ไม่เจอรีวิวเลย (ปกติแค่ท้องเสียไปหาที่นี่ยังโดนไปสามพัน 555) เลยโทรนัดที่รัชดา-ท่าพระ ไว้ก่อนต้นเดือนหน้า เพราะเห็นรีวิวในนี้ดูดี ขอบคุณทุกคำตอบ/คำแนะนำครับ เดี๋ยวมาดูเรื่อยๆ ตอนนี้กลุ้มใจ+จิตตกพอสมควร __//\\__
  12. สวัสดีครับ เพื่อนๆ ชาวบอร์ด ก่อนหน้านี้ (เมื่อนานมาแล้ว) ผมเคยเขียนกระทู้ว่าตัดสินใจไปขริบมา หลังจากนั้นก็ไม่ค่อยได้เข้าบอร์ดมา update หรือมาตอบเท่าไหร่เลย 555 ตอนนี้ผ่านมา 2 ปีครึ่งแล้ว ผมเลยคิดว่าน่าจะถึงเวลาสมควรแล้วที่จะมา review ให้เพื่อนๆ ได้ชมกันครับ กระทู้เมื่อครั้งนั้นครับ [REVIEW] เล่าเรื่องประสบการณ์การขริบของผมที่คลินิก รัชดา-ท่าพระ คร้าบบบ เดี๋ยวขอเล่านิดนึงนะครับ หลังขริบเสร็จใหม่ๆ ประมาณ 6 เดือนนี่ต้องปรับตัวค่อนข้างเยอะพอสมควร เพราะรู้สึกไม่ค่อยสบายตัว เช่น เวลาใส่กางเกงในแล้วเสียดสี มันก็จะเสียวๆ หน่อยๆ แถมเวลาแข็งตัวก็ยังรู้สึกตึงๆ บริเวณรอยขริบอยู่ จะทำอะไรต้องเบามือนิดนึงครับ 555 แต่เวลาจะเยียวยาทุกอย่าง หลังจากนั้นก็ค่อยๆ ชินครับ สำหรับผลลัพธ์เรื่องความสะอาด ต้องให้ 10-10-10 หมดปัญหาเรื่องกลิ่นอับกลิ่นฉี่ไปเลย แต่ก็ยังล้างน้ำหลังเข้าห้องน้ำเสร็จอยู่เหมือนเดิมนะครับ ถ้าไม่มีก็ทิชชู่ซับเอา ส่วนเรื่องน้องหิวสปาเก็ตตี้หมึกดำก็หมดไปด้วยครับ แต่จริงๆ ก็ไม่ค่อยมีอยู่แล้วเพราะเล็มออกทุกเดือนครับ ส่วนเรื่องความรู้สึก ความไวต่างๆ อันนี้ต้องยอมรับครับว่า รู้สึกไวน้อยลงกว่าตอนที่ยังไม่ขริบเนื่องจากส่วนหัวมันด้านขึ้น แต่เรื่องความเสียวเนี่ย ยังมีเหมือนเดิมนะครับ เผลอๆ อาจจะมากกว่าเดิม (?) เหมือนมันค่อยๆ สะสมแล้วปลดปล่อยทีเดียว 555 อันนี้บอกไว้เป็นข้อมูลสำหรับเพื่อนๆ ที่ยังไม่มั่นใจว่าจะไปขริบดีมั้ย จะได้ไม่กังวลเกินไปครับ ทีนี้มาดูผลงานกันดีกว่า แต่เสียดายไม่ได้เก็บภาพก่อนขริบครับ เลยไม่มีให้เปรียบเทียบ เดี๋ยวขออนุญาตใส่เป็น spoiled ละกันครับ เดี๋ยวจะตกใจกัน ภาพตอนอ่อนตัวครับ ส่วนอันนี้เป็นภาพตอนผงาดง้ำค้ำโลกครับ ไม่ได้ตัดเส้นออกนะครับ ขอจบการ update แต่เพียงเท่านี้ครับ หวังว่ากระทู้นี้จะเป็นประโยชน์ให้กับเพื่อนๆ ในบอร์ดนี้ให้สามารถตัดสินใจได้ง่ายขึ้นครับ หากมีข้อสงสัย อยากพูดคุยสอบถามก็สามารถถามในกระทู้ หรือจะกดหลังไมค์มาปรึกษาส่วนตัวก็ได้ครับ
  13. ขอบคุณทุกคนที่แบ่งปันประสบการณ์และแนะนำมาโดยตลอดครับ จากนี้ก็คงทายาลดรอยยาวๆครับ
  14. ผมทำมาได้ 14 วันแล้วแบบนี้โอเคไหมครับ ยังมีไหมอยู่เลย โดนน้ำได้รึยังครับ
  15. ผมพึ่งขริบมาเมื่อ 13.00น. ครับ เข้ามาดูรีวิว จากพวกรุ่นพี่ที่ขริบมาก่อน แล้วสนใจด้านสุขภาพที่ดี ผมขริบ Lv 2 เอาเส้นออก รบกวนพี่ๆแนะนำเรื่องการดูแลสุขภาพและแผล ผมด้วยครับ
  16. หลังหาข้อมูลอยู่พักใหญ่ และชั่งใจระหว่าง ซื้อห่วงขริบแบบรัดมาทำเอง กับให้หมอทำ พุธที่แล้วผมก็ได้ตัดสินใจ ..ให้หมอทำดีกว่า ไม่กล้าเสี่ยง น้องชายมีอยู่คนเดียว ให้ถึงมือหมอปลอดภัยๆ ดีกว่า เข้าเรื่องเลยครับ จะขอเล่าเป็น Bullet เป็นฉากๆ แล้วกันนะครับ [Part ชริบ] - ทำนัดไว้เมื่อวันศุกร์ นัดไว้วันพุธ บ่ายโมง คุณหมออยู่ และเป็นวันหยุดงานพอดี (ลืมคิดไปเลยว่า วันพุธ ห้ามตัด แต่นี่คือจะชริบ ไม่ได้ตัด จึงไม่แคร์) - วันพุธมาถึงไวเหมือนโกหก หลังจากทำใจเรียบร้อย ก็เดินทางไปคลินิก โดยนั่ง Taxi (ปกติจะขี่มอไซค์) - เมื่อเข้าไปที่คลินิก ผมก็มานั่งรออยู่หน้าเค้าน์เตอร์ สักพักพยาบาลก็เรียกถาม "มาทำอะไรคะ?" ผมเข้าไปใกล้ๆ แล้วบอกเบาๆ ว่า "มาขริบครับ ทำนัดไว้บ่ายโมง" - หลังจากชั่งน้ำหนัก วัดความดันเรียบร้อยแล้ว นั่งรออีกซักพัก คุณหมอก็เรียกเข้าไปคุย ไถ่ถามว่าทำไมถึงจะขริบ ผมตอบไปว่า "เวลาบึ้มๆ กับแฟน แล้วชอบเป็นแผล" หมอบอกสั้นๆ ว่า "โอเค งั้นเดี๋ยวขริบเลยแล้วกัน" - ขอข้ามฉากทั่วๆ ไป ที่ทุกคนเล่ากันอยู่แล้ว ตั้งแต่ เปลี่ยนชุด เลือกแบบที่ต้องการ (ผมเลือกตัดเส้นสลึงด้วย) ฯลฯ - มาถึงตอนฉีดยาชา ผมเคยฉีดยาชาตอนทำฟัน มันก็เจ็บแค่แปล๊บแรก จากนั้นก็ไม่รู้สึกอะไรแล้ว แต่นี่ที่พีคคือ ผมรู้สึกมึนหัว หัวลอย หูอื้อ แขนไม่มีแรง เป็นความรู้สึกที่ประหลาดอย่างบอกไม่ถูก ก่อนจะตกใจกลัว ผมรีบถามคุณหมอ "หมอครับ ทำไมรู้สึกหูอื้อ?" หมอบอกว่า "ยาชาเข้าเส้นไปนิดนึง ไม่เป็นไร" - จากนั้นนรกก็มาถึง หมอสั่งพยาบาลให้เอาเครื่องวัดความดันมารัดที่แขนของผม แล้วสั่งให้เตรียมยาอะไรซักอย่างไว้แล้วคอยดูชีพจร ...เท่านั้นแหละครับ Panic Attack เข้าจู่โจมผมทันที ทรมาน กลัว วิตก คิดว่าจะตายมั้ยน้อ อยู่ตลอดเวลา (ปกติผมเคยเป็นมาบ้างแล้วกับอาการ Panic Attack หรือโรควิตกกังวล เวลาเป็นแล้วจะรู้สึกกลัวมากๆ จนทำอะไรไม่ได้ เคยถูกหามส่ง รพ. มาแล้ว แต่หมอให้กลับบ้าน เพราะร่างกายปกติดีทุกอย่าง) - หลังจากอาการ Panic เริ่มทุเลา ระหว่างนั้น ผมรู้สึกว่าหมอทำอะไรบางอย่าง เหมือนเอามีดเฉือนอยู่ ซักพักเริ่มได้กลิ่นไหม้จากเครื่องจี้ - ผมเริ่มสงบสติได้ มีการเติมยาชา 2-3 ครั้ง เพราะบางจุด ยังรู้สึกเจ็บแปล๊ปๆ (เข้าใจว่าคุณหมอกำลังเย็บแผลอยู่) - แล้วทุกอย่างก็จบลง ในเวลาประมาณ 1 ชั่วโมงพอดี ผมลุกจากเตียงไปเปลี่ยนเสื้อพา มีอาการมึนหัว เดินโซเซ ต้องเกาะราวบันไดไปตลอดทาง - ชำระเงิน 34xx บาทพร้อมรับยาแก้ปวดและผ้าพันแผลยืด 1 ม้วน [Part หลังขริบ] - ภายในวันที่ขริบ ผมเดินทางกลับบ้านด้วย Taxi มันก็สบายๆ อยู่ครับ แต่ปัญหาคือ "ปวดฉี่แบบทรมานมาก" ผมนั่งเกร็งใน Taxi จนคนขับดูไม่ไว้ใจ - ผมแวะซื้อ วิตามินรวม และ วิตามินซี ที่่ร้านขายยา พร้อมชุดทำแผล ก่อนเข้าบ้าน - หลังจาเปิดประตูบ้าน ผมรีบเข้าไปห้องน้ำทันที ...การฉี่ครั้งนี้ เป็นการฉี่ที่ยาวนานที่สุดตั้งแต่เกิดมา - หลังยาชาเริ่มหมดฤทธิ์ ความเจ็บที่จินตนาการไว้ก่อนขริบ ...มันโอเวอร์ไปมากเลยครับ ความจริงมันไม่ได้เจ็บขนาดนั้น แค่ปวดๆ และฉี่ลำบากนิดนึง (ยาแก้ปวดช่วยได้เยอะ) ถ้าให้คะแนนความเจ็บ เทียบกับการรักษารากฟัน - ถอนฟัน ผมให้การรักษารากฟัน - ถอนฟัน เจ็บกว่าครับ - เย็นวันนั้น เนื่องจากไม่เจ็บมาก ผมจึงลอง "ขี่มอเตอร์ไซค์ฺ" ดูว่าไหวหรือไม่ สรุปว่าไหว ปรับท่าหนังโก่งๆ นิดหน่อย พอไปได้ - วันต่อมาหลังจากขริบ ผมเดินทางไปล้างแผลแต่เช้า รอบนี้ขี่มอเตอร์ไซค์ไปเลย มีพยาบาล (คนละคนกับตอนผ่าขริบ) มาทำแผลให้ ผมอายมาก และไม่มองแผลตัวเอง การทำแผลครั้งแรก ไม่เจ็บเท่าไร แต่จั๊กจี้มากกว่า มือจิกเตียงตลอดเวลา - จากนั้นผมขี่มอเตอร์ไซค์ไปทำงานตามปกติ อาการปวดเริ่มทุเลากว่าเมื่อวาน ผมยังคงกินยาแก้ปวดอยู่ - วันที่ 3 วันนี้ผมตื่นสาย เนื่องจากกลางคืนนอนไม่หลับ ผมตัดสินใจ ทำแผลเองที่บ้าน ผมทำตามคำแนะนำใน ฺBlog ของคุณหมอสาริกา หลังจากดูแผลตัวเองที่เพิ่งเห็นเป็นครั้งแรก พบว่า แผลแห้งดีครับ ไม่น่ากลัวอย่างที่คิดเลย จากนั้นผมก็จัดการทำแผลน้องชาย อย่างเบามือ รัดด้วยผ้าพันแผลยืดได้ จากนั้นก็กินยาแก้ปวด แล้วออกไปทำงาน - เป็นวันที่ปกติศุกร์ครับ ทรมานนิดหน่อยคือการต้องอดทนกับสิ่งเร้า เวลาใครถามว่าโดนอะไรมา ผมจะตอบว่า "ผ่าใส้เลื่อน" - กลับมาบ้านก่อนนอน ผมทำแผล และเจอกับสิ่งผิดปกติคือ "ก้อนไตแข็งๆ" บริเวณ Body ของน้องชายฝั่งขวา ก่อนถึงแผลประมาณ 1 cm มีความรู้สึกแสบๆ ที่ผิวหนัง กดแล้วไปเป็นแข็งๆ คล้ายโดนมด หรือผึ้งต่อย ผมยังไม่คิดมาก - วันที่ 4 หลังจากขริบ ผมเริ่มกังวัลกับรอยก้อนไตแข็งๆ มากขึ้น เพราะเริ่มกดแล้วเจ็บๆ แสบๆ ผมจึง LINE เข้าไปถามคุณหมอสาริกา คุณหมอให้คำแนะนำผ่านทาง LINE ว่า ปกติ เดี๋ยวก็หาย ผมคลายความกังวลขึ้น - ปัญหาที่เจอหลักๆ ของระยะนี้คือ "ฉี่ลำบากมา" เพราะคุมทิศทางไม่ได้ กระจัดกระจาย และเสี่ยงกับการที่แผลจะเลอะน้ำ - วันที่ 5 ผมเริ่มทำแผลคล่อง และอา่บน้ำครั้งแรก เทคนิคของผมคือ สระผมก่อน โดยไม่ให้ตัวเปียก เมื่อสระผมเสร็จ ให้รีบอาบน้ำให้เร็วที่สุด โดยไม่ mention กับน้องชาย ปล่อยให้น้ำไหลผ่านไป จากนั้นรีบเช็ดตัว เป่าพัดลม และซับน้องชายให้แห้ง แล้วรีบทำแผลทันที - ก้อนไตที่น้องชายไม่มีท่าทีว่าจะหายไป ยังคงบวมอยู่ รู้สึกแสบๆ ที่ผิวหนัง กดแล้วปวด ความกังวลเริ่มกลับมาอีกแล้ว - วันที่ 6 เริ่มต้นวันใหม่ด้วยความเจ็บปวด เพราะน้องชายอาละวาดขณะตื่นนอน กล่อมเท่าไรก็ไม่ลง จนต้องท่องนะโมๆ - หลังจากทำแผล พบว่ามีเลือดซึมออกมาเล็กน้อย (ผลพวงจากการที่น้องชายอาลวาด) - วันนี้ผมดื่มน้ำเยอะเป็นพิเศษ เนื่องจากกินวิตามิน ทำให้ฉี่บ่อยมาก ความซวยจึงบังเกิด - หลังเลิกงาน ผมรีบกลับบ้านทันที แผลที่ทำตอนเช้า แฉะ และดูไม่ค่อยดี ผมรีบล้างแผล ทำตามขั้นตอน พบว่า ไหมหลุดออก 1 เส้น แผลบริเวณนั้นมีรอยแตก แต่เลือดไม่ออก ผมใจไม่ดี จึงได้สอบถามไปยังคุณหมอสาริกาอีกครั้ง กลัวว่าจะต้องกลับไปเย็บซ่อม คุณหมอบอกว่า... "ไม่ต้องครับ ทาเบตาดีนต่อไป" ทำให้ผมใจชื้นขึ้นมาหน่อยนึง - วันนี้ก้อนไตยังไม่หายไป แต่ความรู้สึกแสบๆ ที่ิผิวหนังหายไปแล้ว กดเจ็บน้อยลง มาถึงจุด ณ ปัจจุบันพอดี สิ่งที่ผมกังวลมากตอนนี้ (วันที่ 6 หลังการขริบ) คือ 1. ก้อนไต อยากรู้ว่ามันเกิดจากอะไร มีอันตรายมั้ย กลัวว่าต้องไปผ่าออก กลัวโน่นนี่ กลัวมันจะไม่หาย ฯลฯ 2. ไหมที่หลุด กับแผลแตก กลัวว่าจะหายช้า ต้องเย็บซ่อม เป็นหนอง ผมกลับมาเช็ดตัวแทนการอาบน้ำอีกครั้ง
×
×
  • Create New...

Important Information

ในการใช้งานเว็บไซต์คุณต้องยอมรับข้อตกลง Terms of Use.Privacy Policy