Jump to content

Search the Community

Showing results for tags 'รีวิวขริบ'.



More search options

  • Search By Tags

    Type tags separated by commas.
  • Search By Author

Content Type


Forums

  • ศาลากลาง
    • ประกาศจากทางสาลิกา
    • แจ้งปัญหาการใช้งาน
  • ห้องโถง
    • ชุมชนคนสนใจเรื่องขริบ
    • ถามตอบปัญหาสุขภาพ
    • ขนาดเรื่องสำคัญคู่ผู้ชาย
    • Archive

Find results in...

Find results that contain...


Date Created

  • Start

    End


Last Updated

  • Start

    End


Filter by number of...

Joined

  • Start

    End


Group


Found 88 results

  1. ขริบเจ้าน้องชายสุดหล่อมาได้ 8 เดือนแล้วนะคร้าบบ
  2. อัพเดท 6 วันครับ ตอนนี้แผลเริ่มแห้งแล้วครับ เเต่มีตรงลำทางด้านขวามันยังปวดๆแล้วก็เป็นก้อนๆอยู่ เพื่อนๆมีคำแนะนำในการล้างแผลไหมครับ รึดูแล้วแผลผมน่าจะมีปัญหาอะไรรึเปล่า บอกด้วยครับ
  3. ผมมี sex ครั้งแรกหลังจากขลิบได้ 2 เดือนครึ่ง ก่อนขลิบผมใส่ถุงยางเบอร์ 52 แต่พอหลังขลิบปรากฎว่าพอใส่ถุงยาง 52 มันแน่นมากตึงชนิดแทบขาด เลยต้องเอาสดแตกในกับแฟน พอวันรุ่งขึ้นเลยซื้อถุงยางเบอร์54 ปรากฎว่าใส่ได้พอดีไม่หลวมเลย เลยอยากทราบว่าปกติมันใหญ่ขึ้นกันทุกคนไหมครับ ปล.ไม่ได้ปล่อยน้ำมา 2เดือนครึ่ง ปริมาณน้ำเยอะขนาดนี้ ผมคนต้องเตรียมเป็นพ่อคนแล้วล่ะ
  4. รีวิวแผลตอนครบ 1 เดือน แผลแห้งหมดแล้ว เหลืออาการ บวม ตอนแข็งตัว เหมือนรอยเย็บจะระเบิด แบบนี้ ต้องนวด หรือ อะไรมั้ยครับ
  5. ไปขริบมาแล้วครับขอคำแนะนำในการล้างแผลและการปัสสาวะด้วยครับ
  6. คลินิคบางกะปิเวชกรรม วันแรก (วันที่ 20 มี.ค. 2562) ได้ตัดสินใจไปขริบที่คลินิคเมื่อไปถึงจะเจอคุณพยาบาลผู้หญิง สอบถามประวัติส่วนตัว แล้วก็รอคุณหมอเรียกเข้าไปพบ คุณหมอจะถามถึงสาเหตุว่าทำไมถึงขริบ คำตอบของผมคือ หนังหุ้มปลายตีบครับตอนแข็งตัวจะรูดไม่ได้ ถ้ารูดแล้วจะรัดหัวมากๆ หลังจากนั้นหมอก็โอเคแล้วก็บอกวิธีปฏิบัติตัวหลังขริบ 1.ห้ามใช้งานจนกว่า จะครบ 8 อาทิตย์ 2.อย่าให้แผลชื้น 3.ทานอาหารได้ทุกอย่าง (แต่ผมเลือกทานนะครับ ไม่ทานไข่ ไม่ทานของสแลงครับ) หลังจากนั้นก็รอขึ้นเขียงครับ ฮ่าๆ เวลาที่สามารถขริบได้คือ เวลา 13:00 เป็นต้นไปนะครับ เอาหละถึงเวลาละ เมื่อคุณอาหมอ(ผู้ช่วยคุณหมอ)เรียกเข้าไปในห้อง อันดับแรกเลย คุณอาหมอให้ถอดกางเกงและใส่โสร่งครับ(เย็นว้าบเลย) หลังจากนั้นคุณหมอให้ไปนั่งรอตรงเก้าอี้ที่มีขาหยั่งครับ ตัวอย่างเก้าอี้ครับ ต่อมา คุณอาหมอนำพารามาให้ทานครับ หลังจากนั้นคุณหมอก็เข้ามา ผมเป็นคนที่ไม่อยากเห็นตอนทำมากครับ แต่ไม่ได้กลัวเลือดนะ แต่กลัวการผ่าตัดสุดๆ 555 ผมเลยเอาเสื้อขึ้นมาบังไว้ครับ ช่วยได้เยอะมาก ก่อนเริ่มทำ ผมพกมือถือ+หูฟังไปครับ ผมเปิด Youtube ดูเล่นใส่หูฟังด้วยนะ มันก็ช่วยนะครับแต่ก็ช่วยไม่เยอะ คุณหมอบอกจะเลมขนออก(ขนหมออ้อยผมเยอะมาก) แล้วหมอเริ่มฉีดยาชาครับ 3 เข็ม เข็มแรกเจ็บครับแต่ทนได้ เข็มต่อไปไม่เจ็บแล้วครับ (ตอนนั้นไม่รู้ว่าหมอฉีดตรงไหนอาจตรงน้องชายของเรา) หลังจากนั้นหมอจะเทสยาชาครับ และหมอเหมือนเอาแอลกอฮอร์มาทำความสะอาดน้องชายครับ(เย็นเสียวๆเลย) สิ่งแรกที่หมอทำคือ ตัดเส้นสองสลึงครับ หมอดึงสุดมือมากกก แล้วก็ตัด(เสียงดังฉึบ) หมอเริ่มกรีดครับ โดยหมอจะบอกทุกครั้งเลย เช่น กำลังจะกรีดหนังด้านซ้าย ตอนกรีดไม่เจ็บนะครับ แต่จะรู้สึกว่าเหมือนมีอาการผ่านเข้ามาตรงน้องชาย หลังจากนั้นหมอเย็บครับ หมอก็ยังรายงานอยู่จนเย็บเสร็จสิ้น ในระหว่างการทำคุณอาหมอก็ชวนเราคุยครับ ช่วยได้มากเลย ผมจะได้ไม่ต้องใจจดใจจ่อกับการผ่าตัด 30นาทีผ่านไปไวมากครับ พอทำเสร็จหมอทำแผลให้ครับ น้องชายวันแรก หลังจากนั้นไปนอนพัก สักประมาณ 30นาทีครับ มีเตียงให้นอนพักอยู่ เพราะจะมีอาการมึนยาชาครับ ก่อนกลับเข้าห้องน้ำเพื่อปัสสาวะ (ฉี่ไปคนละทิศคนละทางมากๆครับ บังคับยากมาก) ตรงที่พันแผล คุณหมอจะมีผ้าเทปแปะตรงเอวเพื่อให้น้องชายตั้งขึ้นครับ เสร็จแล้วคุณหมอก็เรียกไปรับยา+ใบที่ต้องปฏิบัติตนหลังขริบ หมอบอกพรุ่งนี้ให้มาทำแผลที่คลินิคครับ(อย่าให้แผลโดนน้ำเด็ดขาด) สรุปค่าใช้จ่ายคือ 5,500 ใบที่ต้องปฏิบัติตัวหลังขริบ ปล.ตอนกลับบ้านถ้ากลับทางศรีนครินทร์ อ่อนนุชต้องระวังนะครับ ถนนขรุขระมาก ผมต้องยกตัวเองลอยตลอดจนถึงบ้านครับ เพราะกลัวแผลเลือดออก ________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________ วันที่ 2 (21 มี.ค. 62) มาถึงคลินิค... คุณอาหมอเป็นคนทำแผลให้ครับ บอกแผลแห้งดีไม่มีชื้นหรืออะไร ผมก็สบายใจครับ คุณอาหมอบอกจะพันให้สบายขึ้น จะได้ปัสสาวะสะดวกๆ ตอนทำแผลมีอาการเจ็บนะครับ เจ็บกว่าตอนผ่าตัด หลังจากนั้นคุณหมอบอกให้ทำแผลเอง แต่ผมเป็นไม่ค่อยดูแลแผล ผมเลยบอกว่าจะมาให้หมอทำวันเว้นวันครับ ค่าทำแผล 150บาท/ครั้ง (ถ้าใครไม่มั่นใจแนะนำให้หมอทำดีกว่าครับ หมอจะมือเบากว่าที่เราทำเองมาก) แผล+หมอทำแผล การใช้ชีวิตในแต่ละวันของผมก็คือ ช่วงนี้ปิดเทอมอยู่ด้วย ผมอยู่แต่เตียงครับ เช็ดตัวเอา เดินให้น้อยที่สุด แล้วก็หลีกเลี่ยงสื่อทุกชนิดเลยครับ นอนดูหนังไปเพลินๆครับ ทำแบบนี้ไปเรื่อยๆครับ แต่ขอบอกเลยมีอาการจิตตกมากครับ 2 อาทิตย์แรก กลัวทุกอย่าง เพราะนอนไม่ได้เลย ตอนกลางคืนมันจะแข็งเองตลอด ดีที่คุณหมอพันได้ดีมาก ผมกลัวแผลปริมากๆ (มันแข็งตามธรรมชาติครับห้ามไม่ได้) จิตตกได้ 2 อาทิตย์ครับ ตามที่พี่ๆในกลุ่มบอกกัน หลังจากนั้น ก็ให้คุณอาหมอทำแผลให้ตามปกติครับ แต่เมื่อพอครบ 2 อาทิตย์ ก็ขอกลับมาทำเองแล้วครับเพราะค่าใช้จ่ายวันละ 150 ไม่ไหวครับหลังๆ ________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________ วันที่เริ่มอาบน้ำ+ทำแผลเอง (4 เม.ษ 62-ครบ15วันหลังจากการขริบ) คุณอาหมอบอกวิธีทำแผลให้ครับ ฟังนะแต่ลืมหมดเลยตอนนัน555 คุณอาหมอแนะนำให้อาบน้ำจนชุ่มช่ำเลยครับ มันทำให้แกะแผลง่ายมาก หลังจากอาบน้ำเสร็จ ก็แกะแผลครับ ไม่เจ็บเลย เพราะแผลโดนน้ำ เจอไหมหลายปม+คราบต่างๆนาๆ แกะแผลวันแรก จิตตกอีกแล้วครับ น้องชายเราจะเน่าไหมเนี่ย คราบเลือด ไหมเต็มไปหมด แต่คุณอาหมอก็พูดไว้ว่าเดี๋ยวโดนน้ำบ่อยๆ ไหมจะสลายหลุดไปเอง ว่าด้วยเรื่องของการทำแผลครั้งแรก ทำยากมากๆครับ ทำยังไงก็ไม่เหมือนหมอเครียดมาก เพราะจับๆนิดๆก็เจ็บ กลัวผ้าพันแผลหลุดมากครับ ทำแผลครั้้งแรก ________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________ พอมาค้นหาในกลุ่ม Sarikamenhealthมีคนหลายคนแนะนำให้ใช้ โคแบนครับ ซึ่งมันหยืดหยุ่นดีมากก ทำแผลสบายขึ้นมากๆครับ ต้องขอบคุณกลุ่มนี้จริงๆครับ ผมศึกษากลุ่มนี้ก่อนทำ+หลังทำ มีประโยชน์มากจริงๆครับ และกลุ่มนี้เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ผมมีกำลังใจในการตัดสินใจขริบครับ ขอบคุณจริงๆครับ การช่วยเหลือที่ไม่หวังสิ่งตอบแทน ________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________ วันที่ 17 หลังจากการขริบ (ไหมหลุดวันแรก) ตอนอาบน้ำผมก็ดึงๆทุกปมเลยครับ บางอันก็หลุดแต่บางอันก็ยังไม่หลุด โดยตรงเส้นสองสลึงไม่มีวีแววว่าจะหลุดเลยครับ วิธีการของผมก็คือ ดึงไหมตอนฉีดน้ำครับ (อย่าฉีดแรงนะ) ก็หลุดมา หลายปมอยู่ครับ ไหมหลุด ________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________ วันที่ 20 หลังจากการขริบ (ไหมตรงเส้นสองสลึง) ไหมเกือบหลุดหมดแล้วครับ บางปมหลุดมาพร้อมกับผ้าพันแผลเอง บางปมยังไม่หลุดครับ อยู่ในห้องน้ำประมาณ ชม.นึง เพื่อตัดสินใจจะเอาออกให้หมดครับ จนสำเร็จ เหลือปมนึง ตรงเส้นสองสลึง ผมเลยปล่อยไว้ก่อนครับ (เหนื่อยกับการดึงไหม) ไหมที่เหลือตรงเส้นสองสลึง ________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________ วันที่ 21 หลังจากการขริบ (ไหมหลุดหมดแล้ว) ตอนอาบน้ำพยายามหาปมไหมครับ เส้นสุดท้าย พี่ @TNP , @KTTK @BearMax @เจสและอีกหลายๆท่านบอกให้ลองตัดปมดูครับ สุดท้ายผมก็เจอปมแล้วใช้กรรไกรตัดออกครับ เป็นอันหมดเรียบร้อย ไหมเส้นสองสลึงหมดแล้ว ____________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________ สวัสดีครับ เพื่อนๆพี่ๆน้องๆทุกคน วันนี้ผมจะมาบอกวิธีการทำแผลและอุปกรณ์ที่ต้องมีนะครับ อย่างแรกต้องบอกก่อนเลยว่า หลังจากที่ได้มาทำแผลเอง จิตตกมากครับเพราะ พันไม่เหมือนที่คลินิคเลย(ไม่มีทางเหมือนเราไม่ไช่หมอครับ) มันดูหลวมๆ เปิดดูตลอดเลยครับ ว่ามันหลุดไหม แต่พอทำไปนานๆขึ้นจะเริ่มปรับตัวได้เองครับ การพันแผลจะชำนาญขึ้น อุปกรณ์การทำแผลของผม มีดังนี้ ครับ 1.สำลีก้อน = เอาไว้ใช้กับน้ำเกลือ(normal saline) เช็ดบริเวณน้องชายหลังจากอาบน้ำแล้วครับ 2.น้ำเกลือ(normal saline) = เอาไว้ทำความสะอาดแผล 3.สำลีก้าน = เอาไว้จุ่มกับเบตาดีน แล้วทาลงไปตรงแผลของน้องชายเราครับ 4.เบตาดีน = ใช้ทาเพื่อรักษาบาดแผลบริเวณน้องชายครับ 5.ตาข่ายรองแผล(Bactigras) = เมื่อทาเบตาดีนเสร็จแล้ว นำสิ่งที่ไปแปะตรงบริเวณแผลครับ เพื่อป้องกันไม่ให้แผลติดกับผ้าก๊อซ 6.ผ้าก๊อซ = มีหลายขนาดครับ เลือกเอาได้เลยตามใจชอบ เอาไว้พันหลังจากติดตาข่ายรองแผลครับ 7.โคแบน = สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ดีมาก เพราะมันยืด-ขยายได้ ใช้ในการป้องกันเวลาน้องชายแข็งตัวได้ดีเลยทีเดียว #Trick เล็กน้อยสำหรับคนที่จะแกะผ้าพันแผลเพื่อทำความสะอาดน้องชายนะครับ ถ้าสำหรับผม ก่อนจะทำแผลผมจะอาบน้ำครับ เปิดฝักบัวใส่น้องชายเลย แล้วมันจะสามารถแกะได้ง่ายขึ้นมากๆครับ ปล.หากผิดพลาดประการใดต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ มีไรสอบถามได้ครับ จาก ศิษย์บางกะปิที่เคยจิตตกมาหลายอาทิตย์มากๆ มีรูปหลังจากพันเสร็จมาฝากครับ ___________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________ อัพเดทแผล 43 วันครับ หลังจากการขริบครับ ตอนนี้เริ่มไม่ปวดตรงรอยเย็บแล้วครับ รู้สึกโล่งใจ รู้สึกว่าหนังเริ่มสมานกันดีแล้ว เดี๋ยวอีกสัก2วันจะครบเดือนครึ่ง จะเริ่มนวดคลึง+ทายาลดรอยแล้วครับ เดี๋ยวจะมาอัพเดทเรื่อยๆนะครับ หากใครสนใจสอบถามเรื่องขริบยินดีช่วยเต็มที่ครับ คอมเม้นไว้เลย สุดท้ายนี้ หวังว่าโพสต์นี้จะเป็นประโยชน์แก่คนในกลุ่มนะครับ ___________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________
  7. ขอเกริ่นก่อนนะครับ พอดีกระทู้แรกไม่ได้บรรยายอะไรเลย เผลอแปปเดียว 20 วัน พรุ่งนี้ก็ครบ 3 สัปดาห์แล้ว เลยเอาแผลขริบมารีวิวสักหน่อยครับ ต้องขอบคุณกระทู้ "ล้างแผล (ขริบ) เองก็ได้ ง่ายจัง" มากครับที่ทำให้ผมได้ความรู้และล้างแผลเองได้ (ถึงผมจะเจอช้าไป 1 วันหลังทำก็ตาม) ผมขริบที่ รพ.ศรีนครินทร์นะครับ (ราคาผมไม่ทราบนะครับ ผมใช้สวัสดิการ) ใช้เวลาทำประมาณ 50 นาที โดยวิธีจี้ไฟฟ้าครับ หลังจากทำเสร็จ พยาบาลก็แจ้งวิธีทำแผล โดยพยาบาลที่อยู่ในห้องผ่าตัดแนะนำให้มาทำแผลที่ รพ. หรือสถานพยาบาลใกล้บ้าน เพื่อป้องกันการติดเชื้อ หากแผลซึม ให้แกะผ้าก๊อชและทำแผลได้ ซึ่งคืนแรกก็มีแผลซึมจริงๆ พอแกะผ้าออกก็เจอเลือดมาก และตอนนั้นก็ดึก เลยไป รพ.ใกล้บ้านคือ รพ.กรุงเทพฯ หมอทำแผลให้ครับ (ไม่ใช่พยาบาล) และแนะนำซิลิโคนป้องกันแผลติดกับผ้าก๊อช ซึงใช้ดีมากครับ ทำให้แผลแห้งด้วย จากนั้นครบ 5 วัน ผมก็ทำกระทู้รีวิวแรกออกมา (และเป็นกระทู้ที่มีอัพเดทในตัว) >> รีวิว แผลขลิบ 5 วันครับ (มีอัพเดทแผลวันที่ 15 ครับ) << ต้องขอบคุณสมาชิกในเว็บนี้เป็นอย่างยิ่ง ที่ให้ข้อมูลทุกอย่างแก่สมาชิก จึงทำให้ผมจิตตกเพียง 2 วันเท่านั้น จากนั้นก็เป็นการหาข้อมูลเพื่อดูแลรักษาแผล ช็อปปิ้งอุปกรณ์ทำแผล และก็ครบสัปดาห์ที่ 3 พอดี
  8. ยังมี อาการ บวม และยังมีแผลยังไม่แห่ง 1 จุด
  9. ทำไมถึงขริบ? / สาเหตุ? ถ้าเอาตรงๆก็ชอบสไลต์การขริบแบบอเมริกันอยู่แล้วครับ หรือ ที่เรียกว่า (High-tight) คือการเหลือหนังหุ้มภายในเยอะหน่อย รอยแผลจะไกลจากหัวครับ ข้อที่สอง คือ ต้องการรักษาความสะอาดมากๆครับ รู้สึกหน่ายกับการที่ต้องรูดหัวเปิดตลอดเวลา แล้วต้องคอยใช้ทิชชู่เช็ดตลอดเพื่อลดการหมักหมมของฉี่ใต้หนังหุ้ม ข้อที่สาม อยากรู้สึกแบบขริบ หรือ ก็คื่อไม่มีหนังครับ เคยมี พสพ. เวลาจับหนังรูดเปิดไว้ ชอบความรู้สึกแบบนั้นมากกว่าครับ ข้อที่สี่ รู้สึกมีหนังหุ้มเวลาใส่ถุงยางแล้วถุงยางชอบขยับตามหนัง เพราะหนังหุ้มชอบกลับมาปิดหัว เอาจริงๆ หนังหุ้มปลายผมไม่ได้มีปัญหาอะไร เปิดได้สุดปกติทุกอย่างครับ ไปขริบ บอกก่อนเลยว่ากว่าจะได้ขริบนี่ ท้อใจมากครับ อาทิตย์แรกว่าจะไปแต่ก็ล้มเลิกครับ รู้สึกกังวลว่าเราจะเสียดายหนังหุ้มปลายมั้ย เพราะส่วนตัวก็รักหนังหุ้มปลายตัวเองอยู่ และชอบเล่น แต่บางทีก็รู้สึกอยากเอาออกเพราะมันเยอะเกินไปครับ เคยอ่านกระทู้อื่นๆมา ท่านอื่นมีความคิดที่จะล้มเลิกอยู่ตลอดเวลาเช่นกัน ซึ่งผมก็เป็น เห็นบางคนบอกว่าเอาออกก่อนไปขริบ อาทิตย์แรกผมจัดเลยครับ เอาออกก่อนไปขริบ แต่พอเอาออกแล้วรู้สึกไม่อยากไปขริบครับ ผมเลยได้ไปขริบอาทิตย์ถัดไปแทน ตลอดระหว่างอาทิตย์ก็คิดตลอดว่า จะทำดีรึเปล่า? ทำไมต้องทำ เราอยากทำจริงๆรึเปล่า แต่สุดท้ายก็ได้ไปขริบครับ ถึงคลินิกบางกะปิเวชกรรม ผมจอดรถที่เทสโกโลตัสบางกะปิครับ แล้วเดินมายังคลินิก แจ้งคุณหมอบอกว่ามาขริบ เขาก็ให้กรอกประวัตินิดหน่อยครับ เพราะไม่เคยมาที่นี่ จากนั้นหมอให้นั่งรอสักพักจึงเรียกเข้าไปคุยครับ เข้าไปด้านในพบผมหมออีกท่านนึงรู้สึกจะเป็นหมอที่ขริบประจำที่นี่นะครับ หมอถามว่าเรามาขริบทำไม? เปิดได้ปกติรึเปล่า? เราก็ตอบไปว่า อยากรักษาความสะอาด และเปิดได้ปกติครับไม่มีปัญหา เลยเอารูประดับการขริบให้หมอดูว่าเราอยากได้ระดับที่ 3 นะ หมอบอกว่า 'มันก็ต้องแล้วแต่ของคุณนะ ว่าทำได้ระดับไหน' ผมก็อ่อ เคครับหมอ - * - รูปประกอบ ต่อครับ จังหวะนั้นลืมข้อมูลทุกอย่างที่จะพูดกับหมอไปหมดเลยครับว่า ไม่อยากให้เหลือหนังย่นๆเวลาอ่อนตัวและแข็งตัว และให้เอาหนังออกเยอะๆไปได้เลย จากนั้นหมอให้ออกมานั่งรอครับ คงจะเตรียมห้องและอุปกรณ์ผ่าตัดเล็ก จากนั้นเราก็ถูกเรียกเข้าห้องผ่าตัดครับ ซึ่งห้องผ่าตัดก็อยู่ข้างๆห้องที่หมอเรียกเราไปคุยครับ มันเดินต่อถึงกัน หมอให้เราใส่โสร่ง เราก็ใส่และขึ้นเตียงที่เป็นขาหยั่งครับ จากนั้นหมอก็เปิดโสร่งจับน้องชายผมทำความสะอาด รู้สึกเย็นๆครับ ผมไม่ได้มองว่าใช้อะไร แต่น่าจะแอลกอฮอล์ครับ คือผมโดยปกติเป็นคนที่น้องชายตื่นตัวง่ายมาก ถึงมากที่สุดครับ พยายามไม่คิด พยายามควบคุมจิตใจและอารมณ์ ตอนหมอเช็ดน้องชาย มันก็เริ่มขยายร่างนิดนึง ผมนี่หลับตาปี๋ ควบคุมสมาธิเลยครับ แต่ยากมาก เพราะหมอจับพลิกไปพลิกมา และก็บอกเราว่าต้องตัดขนนิดนึงจะได้ง่ายตอนทำแผลนะ หลังจากทำตรงนี้เสร็จ หมออีกท่านก็เดินเข้ามาครับ ถามเราว่า นี่ของเราบวมอะไร เราก็ลุกขึ้นมอง (ในใจ อ๋อป่าวบวม มันกำลังขึ้นและของเรามันใหญ่มันเป็นแบบนั้นแหละ) ตอบหมอไปว่า อ๋อ ป่าวครับ - - ไม่รู้จะตอบอย่างไร หมอบอกว่าจะฉีดยาชานะ ผมก็ครับๆ เข็มแรกเจ็บหน่อยนะ ครับ เจ็บจิ๊ดเลยครับ รู้สึกว่ามีอะไรแทงเข้าไปข้างใต้เนื้ัอ จำไม่ได้ว่าตอนแรกหมอฉีดยาชาไปกี่เข็ม แต่ที่หมอฉีดคือ ยาชาขนาด 5cc ครับ พอฉีดเสร็จ หมอจะขอทดสอบว่ายาชาออกฤทธิ์หรือยังครับ มันพีคตรงนี้แหละครับ... หมอถามว่า ตรงนี้เจ็บไหม? ไม่เจ็บ ตรงนี้เจ็บมั้ย? ไม่เจ็บ ตรงนี้เจ็บมั้ย? โอ้ยยย เจ็บครับ หมอจัดยาชาเพิ่มให้ครับ แล้วก็ทดสอบอีก เราก็ยังเจ็บอีกครับ หมอก็จัดยาชาให้อีก ทดสอบอีกก็ยังเจ็บอยู่ครับ รู้สึกใจแป้วนิดนึงว่าจะได้ขริบมั้ยวะ หรือเราทอรอเรตยาชาไปแล้ว? หมอบอกว่า ของเรามันใหญ่ เลยต้องใช้ยาชาเยอะ และส่วนมากยาชาจะไม่ค่อยมีผลตรงเส้นประสาทหรือตรงเส้นของเรามากเท่าไหร่ สุดท้ายหมอจัดไป 6 เข็ม ครับ ผมจึงจะไม่รู้สึกเจ็บน้องชายตอนหมอทดสอบ ผมก็ถามหมอว่าแล้วปกตินี่เค้าฉีดกันกี่เข็ม หมอตอบว่า ปกติ 3 เข็มก็มึนหัวแล้ว ของเราต้อง 6 เข็ม ซึ่งพอผมโดน 6 เข็มจึงจะรู้สึกมึนหัวครับ หมอบอกอีกว่า แต่นี่ก็ยังไม่เยอะสุดที่หมอเคยฉีด สูงสุดคือ 7 เข็ม! (รองแช้มป์อันดับสอง) เรารู้สึกว่าที่ต้องฉีดเยอะหรือเพราะของเรากำลังอยู่ในช่วงผงาดขึ้นมาหน่อยนึง เพราะหมอบอกว่าของเราใหญ่ แต่จำความได้ว่าเวลาอ่อนตัวมันก็เล็กนะ เลยกังวลเล็กๆครับ เพราะเคยอ่านกระทู้บนเว็บนี้ บางคนแข็งตัวตอนโดนยาชาไปแล้วทำให้ต้องรอ หรืออะไรประมาณนี้แหละครับ - - ผมก็เกือบที่จะแข็งตัวแล้วแต่ยังอ่อนปวกเปียกอยู่ ซึ่งมันก็กังวลแหละครับว่าจะได้ขริบมั้ยวะ สรุปก็ได้ขริบครับ จากนั้นหมอก็โชว์ฝีมือขริบครับ ตลอดเวลานั้นผมปิดผ้าปิดตาครับ หนึ่งคือ มึนมาก หัวนี่ตึ้บเลยครับ สองคือ ไม่อยากดูด้วยครับ ไม่ได้กลัวเลือดหรือไรนะครับ แต่ไม่อยากเห็นใครทำอะไรกับน้องชายเรา - -* และแล้วหมอก็ทำการตัดหนังหุ้ม บอกเราว่า ได้ระดับ 2 นะ แอบรู้สึกเสียใจเล็กน้อยแต่ไม่เป็นไร สองก็สองวะ หมอบอกว่า ได้ระดับ 2 นะ เพราะว่าของเรามันใหญ่ (หมอก็ย้ำจังเลย ไอเราก็ ครับๆๆๆ ><) และหมอก็อธิบายว่าบางจะได้ระดับไหนๆ ผมก็งงๆครับๆ ไม่ค่อยสัมพันธ์กับความรู้ที่ผมหามาเท่าไหร่ รูปหลังจากขริบ ทำแผล หลังจากขริบวันแรก หมอให้ไปทำแผลวันรุ่งขึ้นครับ ถ้าแผลดีหรือก็คือแผลแห้ง ไม่ชื้น ไม่มีปัญหา จะให้มาทำแผลได้วันเว้นวันครับ ซึ่งผ่านไปได้ด้วยดี แผลไม่มีปัญหาไม่ชื้นครับ แห้งดี เลยได้ไปทำวันเว้นวัน ผมรักษาความชื้นอย่างสูงสุด ไม่ให้โดนแม้แต่ละอองน้ำเลยครับ เวลาเข้าห้องน้ำที่ก็พยายามเอามือบัง ทิชชู่บัง พอเข้าเสร็จก็มายืนเป่าพัดลมไล่ความชื้นครับ เพราะสายฉีดก้นนี่แหละเวลาทำความสะอาดตอนถ่ายหนักอาจจะชื้นๆบ้าง แต่ก็เป่าพัดลมกันไว้ก่อนครับ วันที่ 3 ตอนกลางคืน ฉี่แอบโดนผ้าก็อชนิดนึง เพราะควบคุมทิศทางไม่ได้ อยู่ดีๆฉี่กระจายเฉย กระเด็นไปโดนขาเลยครับ ผมนี่เฮือกเลย รีบเอาทิชชู่ซับผ้าก็อชไว้สักพัก และไปเป่าพัดลม + ไดร์เป่าผมครับ เพราะหมอให้แผ่นคำแนะนำมาว่า ถ้าชื้นให้เปลี่ยนผ้าพันแผลที่คลินิก ไม่ก็เอาไดร์เป่า จัดเลยจ้าเกือบครึ่งชม ทั้งพัดลมทั้งไดร์ วันที่ 4 ไปทำแผลหมอบอกว่าก็แห้งดีนะ ไม่มีความชื้นอะไร เห้อออออ รอดดด! ได้ดูระดับการขริบของตัวเองตอนทำแผล หมอบอกระดับ 2 แต่พอดูของตัวเองจริงๆ มันเยอะกว่าในรูปครับ น่าจะประมาณ 3 ได้เลยเท่าที่มองนะครับ ไม่ได้สังเกตุนาน เพราะคุณหมอจับตั้งให้เราดู เกรงใจ กลัวจะเมื่อย -.- เท่านี้ก่อนครับ ไว้มาอัพเดทแผลต่อครับ
  10. รอยเย็บรัดแน่นมากครับเวลาแข็งตัว ขริบมาครบ 1 เดือนพอดีครับ เวลาแข็งตัว เหมือนโดนหนังยางรัดเลยครับ เป็นร่อง แล้วถ้าผ่านไปหลายๆเดือนมันจะขยายกลับมาเป็นปกติมั้ยครับ เห็นของหลายๆคนในบอร์ดที่ขริบครบ 1 เดือนเหมือนกันก็ไม่ค่อยมีใครรอยเย็บแบบนี้ ของผมถือว่าปกติมั้ยครับ (ใบบัวบกกับวิตามินซีกินมาสามสัปดาห์ละครับ ตรงขอบลงมาถึงรอยเย็บ เป็นห่วงยางเลยไม่ยุบสักนิด)
  11. ตอนนี้ผมรู้สึกปกติแล้วครับไม่เจ็บไม่อะไรแต่ผมสงสัยว่าที่เป็นก้อนๆในรูปที่ 1 นี่ปกติไหมครับที่นูนๆขึ้นมา แล้วสภาพแบบนี้ถือว่าเป็นปกติของ 1 เดือนหรือเปล่าครับ
  12. วันที่ 26. แผลด้านนอกหายหมดแล้วรวมทั้งเส้นด้วยครับ. แต่เวลาแข็งตัว รอยเจ็บจะปวด เพราะตอนขริบหมอเย็บตอนมันอ่อนตัว พอแผลแห้งแล้วไหมหลุดหมด รอยเย็บมันไม่ขยายนี่สิครับก็เลยเจ็บ เริ่มทายาลดรอบได้ 1 สัปดาห์แล้ว แต่ทายากนิดหน่อย เพราะรอยเย็บมันเป็นร่องเลย อยากทราบว่าเมื่อเวลาผ่านไปรอยเย็บมันจะขยายตามขนาดลำปกติมั้ยคับ ตอนนี้อารมณ์เหมือนโดนหนังยางรัดปลาย 555
  13. ลองหารีวิวไม่ค่อยเจอเลยครับ แต่ในFB ของคลินิก เห็นคนมาเช็คอินทำกันเยอะ เห็นว่ามีขริบด้วยเลเซอร์ มีใครทำที่นี่บ้าง รบกวนขอความเห็นหน่อยครับว่าดีไหม หมอชูศักดิ์ เคหะร่มเกล้า ซอย 15
  14. ขอบคุณทุกคอมเมนท์ครับ
  15. สวัสดีครับ ตอนนี้ครบ 1 เดือนเเล้วขอบคุณทุกคำเเนะนำที่ให้คำปรึกษานะครับ ยอมรับว่า 1-2 อาทิตยแรก ไม่เป็นอันทำอะไรเลย ตอนนี้ทายาลดรอยเรื่อยๆ เเต่กังวลเรื่องขนาดทำไมสั้นอย่างนี้ของเก่าก็สั้นอยู่แล้ว มีวิธีไหนให้ยาวขึ้นได้มั้งครับ เเฮะๆ (รูปถ่ายตอนอ่อนตัว)
  16. ตอนนี้ผมขลิบมาได้ 11 วันแล้วครับไม่ค่อยมีอาการเจ็บใดๆยกเว้นตอนแข็งจะมีอาการปวดบ้าง จากรูปด้านล่างถือว่าปกติไหมครับผมคิดว่าถ้าไหมหลุดหมดผมจะไม่พันผ้าแล้วครับ
  17. โดยรอบปกติไหมครับ ยังมีเลือดไหลอยู่
  18. สวัสดีครับ วันนี้ผมจะมารีวิวประสบการณ์การขริบนะครับ ส่วนตัวศึกษาการขริบอยู่ประมาณ 1-2 สัปดาห์ครับ ดูรีวิวการขริบจากในบอร์ดของหลายๆ คนเลย จนวันที่ 11/04/2019 ที่ผ่านมาได้ตัดสินใจไปขริบที่ บางกะปิคลินิกเวชกรรม ครับ สาเหตุที่ขริบ เนื่องจากจู๋ผมมีหนังหุ้มปลายเยอะมาก ซึ่งปกติจะรูดออกมาทำความสะอาดตอนอาบน้ำได้ แต่จะมีหนังส่วนที่ตีบและรัด เวลาแข็งตัวจะเห็นได้ชัด เลยอยากขริบครับ วันที่ไปขริบ Day 1 วันที่ 11/04/2019 - ตัดสินใจเดินทางไปที่คลินิก ผมเข้าไปถึงประมาณบ่ายโมงครึ่ง ถึงคลินิกก็แจ้งว่าจะมาขริบ เจ้าหน้าที่ก็จะกรอกประวัติ แล้วให้ผมนั่งรอเรียกชื่อ สักพักคุณหมอก็เรียกเข้าไปซักถามครับ ว่าทำไมถึงขริบ ผมก็บอกเหตุผลตามข้างบนไป แล้วก็พูดคุยเกี่ยวกับการขริบเพิ่มเติม รวมไปถึงวิธีการปฏิบัติตัวหลังการขริบด้วยครับ และคุณหมอบอกให้มาล้างแผลที่คลินิกวันถัดไปครับ เพราะจะสอนวิธีทำแผลด้วย เนื่องจากคลินิกจะปิดช่วงสงกรานต์ - พูดคุยเสร็จ คุณหมอก็ให้ออกมานั่งรอเตรียมตัวครับ วันนั้นมีคนมาขริบเป็นคิวต่อเนื่องเลยครับ พอถึงคิวของผม ผู้ช่วยหมอก็จะให้ผมกินยาแก้ปวด 1 เม็ดก่อน และให้เข้าห้องน้ำให้เรียบร้อย จากนั้นก็เข้าห้องตรวจครับ ทางผู้ช่วยหมอก็จะให้ผมถอดกางเกงออกให้หมด แล้วนุ่งโสร่งแทนครับ แล้วก็ให้ขึ้นเตียงที่มีขาหยั่ง ผู้ช่วยหมอก็จะเปิดโสร่ง แล้วเช็ดทำความสะอาดบริเวณจู๋ครับ (ผมค่อนข้างจู๋แข็งได้ง่ายครับ พยายามไม่คิดถึงเรื่องนั้น ก็ไม่อ่อนตัวลงเลยครับ ฮ่าๆ) - แล้วคุณหมอก็เข้ามาปฏิบัติการครับ ผู้ช่วยหมอจะให้ผ้ามาปิดตาครับ ผมก็ปิดตาเพราะไม่อยากดูอะไรทั้งนั้น เริ่มต้นจากฉีดยาชาครับ จำนวน 3 เข็ม แล้วก็ทดสอบว่าผมยังรู้สึกเจ็บบริเวณนั้นอยู่ไหม แล้วมีจุดนึงที่ผมยังรู้สึกเจ็บอยู่ คุณหมอก็เลยฉีดเพิ่มอีก 1 เข็มครับ แล้วก็ทดสอบอีกครั้ง เมื่อผมไม่รู้สึกเจ็บแล้ว คุณหมอก็ลงมือขริบครับ - ระหว่างทำคุณหมอก็จะบอกเสมอว่าตอนนี้กำลังทำขั้นตอนไหนอยู่ และคุณหมอกับผู้ช่วยหมอก็มีชวนผมคุยด้วย ระหว้างนี้ฤทธิ์ยาชาทำให้มึนหัวเลยครับ ปากชา ลิ้นชาด้วย แถมคุณหมอกดมาโดนไข่ผมบ่อยมากเลยครับ เจ็บด้วย คุณหมอบอกว่าจู๋ผมแข็งตอนทำด้วยอะครับ เสร็จขั้นตอน คุณหมอก็บอกว่าขริบได้ระดับ 2 หลังจากเย็บไหมเสร็จ ผู้ช่วยหมอก็จะเช็ดทำความสะอาด แล้วก็ทำแผล พันแผลให้ครับ เขาบอกด้วยครับว่าไข่จะม่วง รวมเวลาขริบทั้งหมดประมาณ 30 นาที - ตอนลุกขึ้นจากเตียงนี่มึนหัวมากเลยครับ เดินเซ จากนั้นผู้ช่วยหมอก็พาผมไปนอนที่ห้องพัก เพื่อรอให้ฤทธิ์ยาชาหมดครับ - หลังจากนอนพักแล้ว ก็มารับยา (ยาแก้อักเสบ และยาแก้ปวด) และจ่ายเงินทั้งหมด 5,500 บาทครับ (ขริบ + ตัดเส้น) Day 2 วันที่ 12/04/2019 - วันนี้มาล้างแผลที่คลินิกครับ วันนี้ก็ยังเห็นมีคนอื่นมาขริบด้วยครับ คงอาศัยช่วงหยุดยาวสงกราต์นี้แหละ - ถึงคิวก็ขึ้นเตียงแล้วก็ถอดกางเกงครับ ผู้ช่วยหมอก็จัดการเอาผ้าพันแผลของเมื่อวานออก แล้วก็ทำแผลตามขึ้นตอนพร้อมแนะนำวิธีให้ผมไปด้วยครับ ผู้ช่วยหมอบอกว่า ถ้าแผลไม่ชื้น ไม่แฉะ ให้ข้ามวันได้เลยครับ แล้วพยายามอย่าไปรบกวนแผลมาก ทำเสร็จแล้วรู้สึกว่าวันนี้พันไม่แน่นเท่าวันแรกครับ - จากนั้นก็ไปจ่ายเงิน พร้อมรับอุปกรณ์ทำแผลมาครับ (ผ้าก๊อซ + เบดาตีน + เทปติด + ผ้าตาข่าย + ผ้าพันแบบยืดได้ + Bactigras) ปล. Day 1 กับ Day 2 ผมไม่ได้ถ่ายรูปไว้นะครับ ขอโทษด้วยครับ Day 3 วันที่ 13/04/2019 มันมีน้ำเหลืองกับเลือดซึมออกมานิดหน่อยตรงแผลบริเวณเส้น แล้วก็เหม็นกลิ่นน้ำเหลืองอะครับ เลยได้ลองทำแผลเอง ค่อนข้างใช้เวลานานเลยครับ ตั้งแต่แกะผ้าอันเก่า จนถึงพันผ้าอันใหม่ ผมพันแผลได้ไม่เหมือนที่คลินิกทำเลยครับ ฮ่าๆ เดี๋ยวพรุ่งนี้จะลองดูใหม่ ผมถ่ายรูปแผลมาให้ดูครับ รอบเย็บดูดีเลยครับ แต่พบว่ามีอาการบวมบริเวณใต้หัว และมีช้ำม่วงตรงหัว กับตรงไข่(ตามที่คุณหมอบอก) ครับ การปฏิบัติตัวหลังการขริบ - รู้สึกว่าตอนฉี่จะเป็นปัญหาครับ กลัวฉี่เลอะผ้าพันแผล เลยเอาขวดน้ำมารองครับ เอาปากขวดมาจ่อตรงรูเลยครับ แล้วเอาทิชชูมากันแผลตรงเส้นไว้ ตอนฉี่ก็พยายามดันลำไปด้านหลังให้ฉี่มันหยดลงแนวดิ่ง ฉี่จะได้ไม่ไหลไปโดนแผล แล้วก็ใช้ทิชชูซับฉี่ที่ค้างอยู่ตรงรูครับ - ผมใส่กางเกงในที่กระชับ แล้วก็เก็บหัวพาดขึ้นครับ - ช่วงนี้ก็เน้นกินแคปซูลใบบัวบก + วิตามินซี + อาหารที่มีโปรตีน แล้วก็กินยาที่คลินิกให้มาครับ - พยายามไม่กังวล หรือคิดถึงเรื่องแผลครับ คิดว่าปล่อยให้เวลาผ่านไป แล้วแผลจะดีขึ้นเองครับ มีคำถามครับ - อาการช้ำม่วงๆ นี่ถือเป็นปกติไหมครับ รู้สึกว่าม่วงมากจนเกือบดำเลยครับ แล้วจะมาอัพเดทเรื่อยๆ นะครับ ขอบคุณที่เข้ามาติดตามครับ
  19. ***** ขริบมาครบรอบ 9 เดือนกว่าๆ แล้วครับ รู้สึกทำความสะอาดง่ายขึ้น ไม่มีกลิ่น ไม่มีการหมักหมม อึดขึ้นบ้างเล็กน้อย หลังทำมา 1 อาทิตย์แรกนี่คือช่วงเวลาแห่งความทรมาน โดยเฉพาะตอนตื่นนอน แต่หลังผ่านมันมาได้ก็รู้สึกว่าคิดถูกที่ไปทำมา ส่วนของหัวแรกๆ จะยังไม่ชินเท่าไหร่ 1-2 เดือนแรกจะรู้สึกเสียวๆ ที่หัวมาก แต่พอหัวเริ่มด้านก็รู้สึกสบายขึ้น ส่วนที่ไม่ชอบที่สุดคือรอยแผลตรงเส้นสองสลึง เพราะเป็นคนที่มีเส้นสองสลึงหนาพอสมควร มันนูนๆ ออกมาเหมือนยังมีเส้นสองสลึงอยู่ อยากให้มันดูเรียบลงไปมากกว่านี้อีก แต่โดยรวมก็รู้สึกพอใจมากๆ มาเป็นกำลังใจให้คนที่คิดจะไปทำนะครับ เจ็บตัวตอนนี้ สบายตอนหน้าครับ ใครมีอะไรอยากสอบถาม ถามมาได้เลยนะครับ ถ้ามีเวลาจะมาตอบให้ครับ ** ด้านหน้าครับ รู้สึกว่าหัวยังงุ้มลงไปอยู่ แต่เดี๋ยวนานๆ ไปคิดว่าคงจะดีขึ้น ** ด้านหลังครับ ตรงเส้นสองสลึงที่รู้สึกไม่ชอบ
  20. ก่อนอื่นต้องขอออกตัวเลยว่าก่อนที่จะทำการขลิบเมื่อวันที่ 3/6/62 ได้แอบอ่านรีวิวจากเพื่อนๆมาพอสมควร เหตุการณ์มันเป็นมาตอนต้นปีครับ ปกติผมเป็นคนที่มีหนังหุ้มปลายหนาและยาวหน่อยแต่ว่าเปิดหมดแล้วครับไม่ได้มีปัญหาอะไร เรื่องของเรื่องคืออาการมันเป็นมาตอนต้นปีครับ เวลามีเพศสัมพัน หนังหุ้มปลายผมจะถลอก และเป็นแผลทุกครั้ง แล้วเป็นๆหายๆ ก้เลยตัดสินใจไปปรึกษาคุณหมอที่ รพ ราม (ชื่อ อาจารย์ หมอ สมเกียรติ ติดต่อที่แผนกทางเดินปัสสาวะได้เลยครับ) หมอก็ให้คำแนะนำมาดีมากครับ ทานยา ทายา แล้วก็หาย แต่ว่าผมก็กลับมาเป็นอีกครั้ง หมอเลยแนะนำให้ขลิบ ผมเลยตัดสินใจไม่ยากเลยครับ อายุ ก็ 32 แล้ว อ่อลืมบอก ผมเพิ่งแต่งงานตอนต้นปี พอดีแฟนอยากมีลูกครับ ถ้าจะปล่อยให้อาการแบบนี้ไม่หายซักที ผมก็จะมีลูกยาก (กลัวที่จะมีเพศสัมพันไปเลยครับ) ก็เลยตัดสินใจ โอเค ตกลงขลิบและก็ หมอนัดขลิบเลยครับ อีก 1 เดือน เพื่อที่ผมจะได้เคลียงาน กำหนดวันลางาน แต่ก่อนที่ผมจะทำได้มีการเช็คกับ ประกันว่าสามารถเบิกได้มั๊ย ปรากฎว่าไม่สามารถเบิกได้เพราะเป็น Day-Case (เรื่อวงของเรื่องคือ ได้เซ็นเอกสารและให้ รพ ส่งเรื่องเข้าไปที่ประกัน) ก็เลยไม่เข้าเงื่อนไข ไปชี้โพรงให้กระรอกก่อน แต่ช่างมันครับในเมื่อตัดสินใจไปแล้ว การงานก็โอเคในระดับหนึ่งสามารถจ่ายได้ก็เลยเป็นไงเป็นกันครับ เบ็ดเสร็จตกประมาณ 18000 กว่าบาท ครับ จ่ายแค่นี้กับตัดปัญหาไปตลอดชีวิต ผมยอมครับ อ่อลืมบอก อาการของผมเป็นอาการ หนังหุ้มปลายตีบ เป็นปัญหาที่เกิดกับผู้ชายที่ไม่ได้ขลิบอวัยวะเพศ โดยหนังหุ้มปลายจะตีบจนไม่สามารถรูดเปิดได้ แม้ในขณะที่กำลังจะมีเพศสัมพันธ์ก็ไม่สามารถรูดหนังหุ้มปลายลงมาได้ตามปกติ ของผมรุดลงแล้วไม่กลับครับ เป็นเหมือนไส้กรอกอยุ่ในขนมปังอ่ะครับ เริ่มกันเลยนะครับ วันผ่าตัด เนื่องจาก ผมตรวจกับคุณหมอมา 2-3 ครั้งแล้ว ก็ไม่มีอะไรมากครับ เริ่มก็วัดความดัน ช่างน้ำหนักเซ็นเอกสารปกติ พอไปถึงห้องผ่าตัด ก้เปลี่ยนชุด มีเครื่องวัดชีพจร มีผ้าเขียวๆกั้นไว้ พยาบาล กับ คุณหมอก้ คุยกันเป็นกันเองครับ จะทำอะไรก็จะแจ้งก่อน กำลังทำอะไรก็แจ้งครับ ยาชา เข็งแรกก็จะเจ็บๆจี๊ดๆหน่อยครับ เพราะทุกคนมีอาการฝังใจอยู่แล้วกับการฉีดยาชาถอนฟัน ผ่านตรงนี้ไปได้ด้วยดีครับ โดนประมาณ 4 เข็ม เวลาผ่าก็จะมีเสียงจี้ไฟ ครับ น่าจะห้ามเลือด จะมีเสียวๆหน่อยตอนที่เหมือนโดนกรีดอ่ะครับ เจ็บครับ แต่ถามว่าทนได้มั๊ยคือทนได้ครับ อารมย์ตอนนั้นจินตนาการของเราครับมันจะเตลิดไปไกล เสร็จประมาณ 40 นาทีครับของผม แต่เหตุการณืที่ตลกสุดๆคือ ไอ้หนูของผมมันชอบหดตัวเข้าไปครับ เพราะคุณหมอน่าจะขลิบเผื่อไว้ตอนแข็งตัวครับ และไม่ได้ตัดเส้นสองสลึง ผมลองรูดลงมาเป็นเหมือนตัว V น่าจะ V Shape รึเปล่าไม่แน่ใจครับต้องรอหายบวมก่อน แต่ตลกตอนที่ผ่าเสร็จ ครับตอนที่กำลังใส่กางเกงครับ ผ้าก๊อตพันแผล หลุดครับ พยาบาลก็รีบวิ่งๆๆมารุมเลยครับ อารมย์ตอนนั้น กรูจะทำไงดี ขาเนี่ยชาไปหมดครับ 555 ผ่่านไปได้ด้วยดีครับสำหรับวันนั้น (ผมผ่าตอน 17.00 เสร้จเกือบ 1 ทุ่ม) จ่ายตัง รับยา นั่งแท๊กซี่ กลับบ้านครับ พยายาม กินใบบัวบกอัดเม้ดและไข่ขาว ตามที่ในบอร์ดแนะนำ ครับ คืนแรกที่นอนครับ เป็นอะไรที่ทรมานสุดๆ สะดุ้งตื่นมาตลอดครับ แต่ตอนเช้าไม่มีอาการตึงๆ (ผมคิดว่าความรู้สึกต่างๆผมคงหมดไปแล้ว) เช้าวันต่อมาหมอนัดไปดูแผลครับ ปรากฏว่าแผลปกติดีทุกอย่าง ไปล้างแผลทุกวัน ดีหน่อยที่ ที่ทำงานผม อยุ่ไกล้ รพ รามคำแหง และ ที่พักก็อยุ่ไม่ไกล ครับ อาการก้ดีขึ้นตามลำดับครับ ตอนนี้ก็ยังบวมๆหน่อยแต่ว่าอาการปวดตรงรอบๆแผล ไม่ค่อยมีแล้วครับจะเหลือแค่รอยแดงๆตรงเย็บไหมครับ มาถึงวันนี้ครบ 1 สัปดาห์ ไหมเริ่มหลุดครับ เป็นรอยเย็บและรูไหม พยาบาลที่ล้างแผลบอกว่าแผลปกติดี ครับ สำหรับรุปรีวิว ขอครบ 2 สัปดาห์ก่อนนะครับ สำหรับใครที่ยังคิดอยู่ว่าจะขลิบดีมั๊ยผมขอแนะนำเลยนะครับทำเลยครับอย่าคิดอะไรมากเพื่อคนที่เรารักด้วยเพราะโรคต่างๆของผู้หญิงมันก็มจากผู้ชายอย่างเราๆนี่แหละครับ บางคน ภรรยาพาสามีมาขลิบ ครับที่ผมเห็น ทำหมัน+ขลิบ ไปเลย ทำเพื่อสุขภาพของตัวเองและคนที่เรารักครับ คิดซะว่าเป็นการลงทุนเพื่อคนที่เรารักและลงทุนเพื่อสุขภาพของตัวเราเองครับ
  21. ขริบมา 4ปีกว่าละครับ สะอาดดูแลง่ายครับ แนะนำให้คนที่กำลังคิดจะทำไม่ต้องกลัวครับ ลุยเลย ไม่เสียใจอย่างแน่นอนครับ ตั้งแต่ขริบมายังนึกข้อเสียไม่ออกครับ
  22. ประมาณเกือบ 5 เดือนแล้วครับกับการขริบรู้สึกว่าผ่านไปเร็วมาก
  23. ขลิบมาพฤหัสที่แล้ว ล้างเองทุกวัน เเต่เลือดตรงช่วงใต้สองสลึงยังไม่หยุดไหล ควรทำยังไงครับ จิตตกมากๆ กินเเคปซูลใบบัวบก วิตามินซี อยู่ตลอดพรุ่งนี้ควรไปล้างแผลที่เราขลิบเเละให้เค้าดูไหมครับหรือไม่ต้อง. ใคร สะดวกให้คำเเนะนำเเบบเรียลทามรบกวนเเอดมาหน่อยนะครับ nine0012
  24. วันนี้ไปขริบมาละครับ เสียค่าเจ็บตัว 4230 บาท - เริ่มแรกก็ทำบัตร HN ที่เคาน์เตอร์นะครับแจ้งว่ามาขริบ ก็ยื่นบัตรประชาชนไป - รอเรียกชื่อ หมอก็จะถามทำไมถึงขริบ ก็ตอบไปสั้น ๆ ว่าหนังเยอะ แถมเป็นเชื้อราค่อนข้างบ่อยเลยมาเอาออกให้จบเรื่อง ไม่มีการแจ้งว่าจะทำขริบแบบไหนแต่อย่างใดไปรอลุ้นเอาบนเตียง - ทีนี้ก็ขึ้นไปชั้น 3 ขึ้นเขียงเตรียมแปรรูปจากหำน่ารักเป็น หมูยอ ส. ขอนแก่น ใส่ชุดคลุมเขียว ถอดเกงใน เสมือนเรากำลังบวชหำครับ - ผู้ช่วยแพทย์เริ่มปฏิบัติการโกนขนหมออ้อย (คือโกนได้ Here มาก ดังนั้นก่อนไปขริบโกนเองเลยครับอย่าให้มันโกนเชียว อย่างเจ็บใช้มีดโกนหนวดคม ๆ โกนตามรอยขน อย่าย้อนขนนะครับเจ็บแน่เป็นแผลด้วยตอนนี้ผมก็จัดการทาเบตาดีนตรงที่เป็นแผลไปละ เกือบได้ด่าคนโกนขนหมออ้อย ว่าโกนอะไรของเมิงกูเจ็บไอ Sad) - ผู้ช่วยแพทย์ทำการล้างน้องหำเราครับใช้น้ำเกลือนี่แหละเช็ดล้างบริเวณน้องหำ และกระแป๋งน้อย 2 เม็ดของเราได้อย่างชุ่มฉ่ำ - หมอเริ่มฉีดยาชาที่โคนหำประมาณ 3 เข็ม นะครับความรู้สึกเหมือนเราไปบริจาคเลือด (เหมือนโดนเข็มยาคูลท์แทงทนได้ครับ) ของผมโดนไปทั้งหมด 5 เข็มครับเนื่องจากน้องหำผมทนทานต่อต้านยาชาเก่งมากเลยโดนซะ - รอ 10 นาที น้องหำได้จากเราไปเรียบร้อยละครับไม่ค่อยรู้สึกไรละ ตอนหมอเริ่มจัดการเอาหนังออกยังรู้สึกแปร๊บ ๆ นะครับบริเวณแถวเส้นสองสลึง - หมอจี้ไฟฟ้าห้ามเลือดอย่างเมามันส์มากครับ ส่วนผมหรอ นึกว่ามากินหมูกระทะกลิ่นไหม้ลอยล่องในห้องผ่าตัดย่อย โออิชิเดสก๊ะ - ปรากฏว่าผมโดนเอาเส้นสองสลึงออกครับ หมอแจ้งว่ามันตึงขอเอาออกนะ ผมนี่น้ำตารินอยากกินก็แต่เหล้าขาว ความรู้สึกคือเจ็บแปร๊บ ๆ ครับ ยาชา 2 ดอกที่ลำเช่นเคย - หมอเย็บแผล เอาผ้าพันแผล เป็นอันเสร็จ ไม่ได้ให้เอางัดขึ้นแต่อย่างใด มีการมึนยาชาเล็กน้อยนั่งพักอยู่ 10 นาที ประหนึ่งเหมือนเมาเหล้าระยะแรก - ลงชั้นหนึ่งจ่ายตังค์รับยา ยาที่ได้มาก็แค่ยาแก้ปวดครับ แคชเชียร์แจ้งแค่ว่ามาทำแผลทุกวันนะ - หลังทำเสร็จหมอไม่ได้แจ้งว่าต้องปฏิบัติตัวอย่างไรหลังขริบ ตรงจุดนี้ที่ผมรู้สึกไม่โอเค ทำเสร็จแล้วควรจะแนะนำคนไข้ก่อนปิดเคสนะครับ บางคนไม่ได้เข้ามาอ่านในบอร์ดนี้ มีสิทธิ์ทำแผลติดเชื้อเป็นหนองได้เลย สิ่งนี้ที่ผมรู้สึกไม่โอเคอย่างแรง แถมไม่ได้แจ้งคนไข้ด้วยว่าทำอะไรไปบ้างกับ หมูยอ ส. ขอนแก่นของผม - เดินออกจาก โรงบาลแบบมึน ๆ ขึ้นแท็กซี่ End Game ปล. สิ่งที่ต้องทำก่อนไปขริบที่นี่ - อ่านศึกษารีวิวต่าง ๆ ก่อนทำครับ อันนี้สำคัญ - โทรจองคิว - วันนัดทำ กินยาพารา 500 mg. 2 เม็ดก่อนขริบ - เตรียมอุปกรณ์อาบน้ำต่าง ๆ ให้พร้อม : แก้วพลาสติกสำหรับกันน้ำโดนแผล - เตรียมเงินไปให้พร้อม - เตรียมใจและกัดฟันได้เลยมันต้องเจอสถานการณ์เจ็บแปร๊บ ๆ ตอนทำ นี่คือผลงานล่าสุดของผมครับ ผลการทำวันแรก เป็นหมูยอ ส. ขอนแก่นเวอร์ชั่นห่อใบตองหนา 5 เซนติเมตร เป็นบ้องตัน ๆ รีวิวแผลวันที่ 2 ครับ : ตอนเย็นทำแผลเองเลยครับ กลายเป็น บิ๊กไบท์พันเบค่อนแทน ตรงโคนมันบวมผมเลยพันโคแบนกระชับสักหน่อย ปลายหัวองคชาต มีซีรั่มไหลเป็นระยะ ๆ ครับ รีวิวแผลวันที่ 3 ครับ สภาพก็จะเหมือน หมูยอ ส. ขอนแก่นหน่อย ๆ แถมยังมีเลือดซึมบ้างประปรายย
×
×
  • Create New...

Important Information

ในการใช้งานเว็บไซต์คุณต้องยอมรับข้อตกลง Terms of Use.Privacy Policy