Jump to content

Search the Community

Showing results for tags 'รีวิวขริบ'.



More search options

  • Search By Tags

    Type tags separated by commas.
  • Search By Author

Content Type


Forums

  • ศาลากลาง
    • ประกาศจากทางสาลิกา
    • แจ้งปัญหาการใช้งาน
  • ห้องโถง
    • ชุมชนคนสนใจเรื่องขริบ
    • ถามตอบปัญหาสุขภาพ
    • ขนาดเรื่องสำคัญคู่ผู้ชาย
    • Archive

Find results in...

Find results that contain...


Date Created

  • Start

    End


Last Updated

  • Start

    End


Filter by number of...

Joined

  • Start

    End


Group


Found 96 results

  1. สวัสดีครับทุกท่าน หลังจากที่ตั้งใจมานาน นานจนลืมไปแล้วว่าเริ่มคิดเรื่องขลิบตอนไหน ความคิดมันจะโผล่เข้ามาแล้วซักพักมันก็หายไปตลอด ก่อนอื่นเลยต้องบอกว่าผมเป็นคนเหงื่อออกเยอะมาก รวมไปถึงตรงจุดนั้นด้วย เรียกได้ว่าแทบไม่มีวันไหนที่เดินแล้วกางเกงในไม่เปียกเลย หลังจากทุกทนกับกลิ่น(หำ) และระแวงว่าจะมีกลิ่นอยู่ตลอดเวลา ในที่สุดผมก็ตัดสินใจไปขลิบมาเมื่อวานนี้ (21/08/2019) ที่ Gentle Clinic ซอยลาดพร้าว 71 ครับ สำหรับคนที่เคยลังเลเหมือนผม แนะนำว่าตัดสินใจแล้วให้โทรนัดเลยครับ ไม่งั้นมันก็ จะ จะ จะ ทุกทีแล้วก็ไม่ได้ทำ โดยเหตุผลที่ผมใช้กับตัวเองมาตลอดเลยก็คือการขลิบจะต้องใช้เวลาพักฟื้นอย่างน้อยสองสามวัน แต่จากการศึกษาจากบนบอร์ดก็พบว่ามันไม่ได้นานขนาดนั้น บางคนทำเสร็จยังขับรถกลับต่างจังหวัดได้อีกแหนะ สำหรับการเลือกขลิบที่ Gentle Clinic นั่นก็เพราะเค้าบอกมาว่าแผลหายเร็ว แล้วก็ไม่ต้องเย็บ พอดีเห็นรีวิวของพี่ @Tiger555 เลยตัดสินใจจองไปเลย ซึ่งก็ได้คิวเป็นเมื่อวานนี้เลยตอนทุ่มครึ่ง ในระหว่ารอนัดก็ได้สอบถามจากคุณ @Sao ซึ่งมีประโยชน์มาก ๆ ขอขอบคุณทั้งสองคนไว้ตรงนี้ด้วยนะครับ พอใกล้เวลานัดผมออกจากออฟฟิศก่อนเวลาซักชั่วโมงครึ่ง กะว่าจะไปถึงเร็ว หาอะไรกิน แล้วนั่งรอหมอชิล ๆ แต่ฝนกรุงเทพก็ไม่เคยปราณีใคร ตกมาทีจากเวลาเดินทางครึ่งชั่วโมงก็กลายเป็นชั่วโมงครึ่งได้ทำให้ผมอดกินข้าวเย็นไปเลย ไม่แนะนำนะครับควรกินอะไรก่อน ผมหน้ามืดเกือบล้มหลังทำเสร็จ หลังจากถึงก็แจ้ง reception ด้านหน้าแล้วกรอกเอกสารเล็กน้อย แล้วเดินไปนั่งรอหมอที่ชั้นสอง ซึ่งผมก็รออยู่นานพอสมควรกว่าจะได้ทำก็น่าจะเกือบสามทุ่มได้ ระหว่างนั้นก็นั่งเถียงกับตัวเองในใจว่าจะทำจริง ๆ ใช่ไหม ถึงเวลาขึ้นเขียงคุณหมอก็เรียกเข้าไปนั่งบนเตียง หลังจากถอดกางเกงออกคุณหมอก็สอบถามสาเหตุการทำเบื้องต้นพร้อมทั้งจับน้อง(หำ) พลิกไป พลิกมา และทำการตรวจสอบว่าเปิดได้ปกติไหม คุณหมอได้อธิบายขั้นตอนรวมไปถึงรูปร่างของจู๋หลังจากทำเสร็จแล้ว โดยปกติแล้วการขลิบของที่นี่จะแค่ตัดส่วนบนออกเท่านั้นทำให้เวลาอ่อนตัวยังมีหนังหุ้มไปถึงหัวหรือกองใต้คอหยักอยู่ ผมเลย request ให้เอาออกมากที่สุดเท่าที่จะทำได้(ประมาณเบอร์ 2) ซึ่งคุณหมอบอกว่าต้องตัดเส้นสองสลึงออกด้วยไม่งั้นจะทำให้รั้งมากแล้วเจ็บเวลาแข็งตัว ไอ้ผมก็กลัวเจ็บนั่งทำใจอยู่นานกว่าจะยอมให้เอาออกด้วย สำหรับขั้นตอนการทำนั้นผมบอกเลยว่าไม่เจ็บ ตั้งแต่ฉีดยาชา คือเตรียมใจไปแล้วว่าเข็มแรกนี่อาจจะต้องมีการด่าพ่อล่อแม่ในใจ แต่ความจริงแล้วเจ็บน้อยมาก หลังจากยาชาออกฤทธิ์ซักพักคุณหมอก็ไล่จิ้มแล้วถามว่าเราเจ็บหรือไม่ เมื่อถึงเวลาคุณหมอก็จัดการตัดเส้นออกก่อนเลยแล้วจี้ห้ามเลือดเป็นระยะ หลังจากนั้นก็ใส่อุปกรณ์แล้วก็จัดการขลิบ พอหนังหลุดออกมาเรียบร้อยแล้วหมอจะตัดแม็กซ์ที่เย็บออกให้ขาดออกจากกันเพื่อที่เวลาขยายตัวมันจะได้ยืดออกได้ แล้วทำการเย็ยปิดแผลตรงเส้นสองสลึงเป็นอันเสร็จพิธีทั้งหมดครับ ระหว่างทำนั้นผมเห็นเหตุการทั้งหมด ขานี่สั่นยิก ๆ เลย ทางที่ดีแนะนำให้เพื่อน ๆ ที่จะไปทำดูทีวีที่เค้าจัดไว้ให้จะดีกว่านะครับ เหมือนกับว่าคุณหมอตั้งเวลายาชาไว้พอทำเสร็จหมดความเจ็บปวดพุ่งมาทันที คือวิธีการนี้ไม่มีเลือดก็จริงคือผมไม่เห็นเลือดตัวเองเลยหลังจากทำเสร็จ แต่ความเจ็บปวดนี่มันไม่ได้หายไปตามเลือดนะครับ ซึ่งก่อนกลับคุณหมอก็ให้อัดพาราและแก้ปวดที่ผมก็ไม่รู้ว่ามันทำงานหรือเปล่าปากสั่น ต้องนั่งกัดลิ้นตัวเองจนถึงบ้านเลย ระหว่างทางก็กลัวเลือดพุ่งเหมือนที่คุณ @Sao เล่ามาก แต่ก็ยังดีที่รอดมาได้ครับ ส่วนการดูแล คุณหมอบอกว่าไม่ต้องทำอะไรนอกจากอย่าให้แผลโดนน้ำภายในเจ็ดวันแรกครับ ไม่ต้องเปิดผ้าออกมาเพื่อล้างแผล หลังจากนั้นต้องกลับไปให้หมอเปิดแผลให้ ค่าเสียหายทั้งหมดที่จ่ายไปรวมทั้งสิ้น 19990 + 4000 ซึ่งอันหลังเป็นค่าอุปกรณ์สำหรับจี้ลดเลือดครับซึ่งอุปกรณ์ทั้งหมดนี้ใช้ 1 ชิ้นต่อ 1 คนเท่านั้น สะอาดหายห่วงครับ ด้านล่างเป็นรูปก่อนทำและหลังทำนะครับ สำหรับความคืบหน้าเดี๋ยวผมจะเข้ามาอัพเดทให้ดูเป็นระยะนะครับ
  2. หลังขลิบพบเจอปัญหาคือ เวลาบริเวณเส้นสองสลึง โดนหรือเสียดสีกางเกง ท่อนเอ็นมันแข็งครับ พอแข็งมันก็เจ็บเหมือนโดนเข็มแทงเลย เดินๆอยู่บางทีก็กระตุกเลย แข็งด้วย เจ็บด้วย ปัญหานี้แก้ได้อย่างไรบ้างครับ ไม่รู้คนอื่นเป็นมั้ย นานมั้ยครับกว่าจะชิน ขอบคุณพี่ๆที่ช่วยแก้ไข ช่วยตอบล่วงหน้าครับ
  3. วันนี้แวะมารีวิวผลงานสำนัก บางกะปิครับ ขลิบมา 1 ปี 6 เดือนเศษๆ แล้ว น้องชายของผมสุขภาพแข็งแรงดี ใช้งานได้ดีครับ เผื่อใครกำลังตัดสินใจขลิบ จะได้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นครับ ด้านล่างนี้ เป็น link. รีวิวของผมทั้งหมด ตั้งแต่เริ่มขลิบ การอัพเดท แผลในช่วงระยะต่างๆ เผื่อใครอยากเข้าไปดูข้อมูลการดูแลรักษาแผล เข้าไปที่ลิงค์ได้เลยครับ
  4. ขริบมา 5 ปีแล้ว สะอาด ใช้งานได้ดีครับ
  5. วันนี้ขริบมาแล้วนะครับที่รัชดา-ท่าพระ หลังจากที่ตัดสินใจอยู่นานพอสมควรก็ได้นัดจองที่คิววันที่ 1 ตุลาคมที่เพิ่งผ่านมา ตอนนี้อาการปวดไม่มีเลยครับ ต่างจากตอนขริบเสร็จแล้วยาชาหมดฤทธิ์ตอนนั้นแอบบคิดว่าทำไม่มันปวดขนาดนี้ เลยตัดสินใจกินยาแก้ปวดที่หมอให้มา จากนั้นก็หายปวดจนถึงตอนนี้เลยครับ เดี๋ยวยังไงจะมาอัพเดทอาการเรื่อยๆนะครับ สอบถามพี่ๆนิดนึงครับ กี่วันถึงอาบน้ำได้ครับ ***อาการช้ำนี้เกิดจากอะไร จะหายมั้ยครับ หรือต้องมำยังไงครับ
  6. สำหรับของผมขลิบ แบบไร้เลือด วันนี้ครบรอบ1 เดือน แล้วนะครับ (7ตค.) เล่าย้อนเท้าความเดิม - หนังหุ้มปลายของน้องมีเยอะ เวลาฉี่แล้วขัง - แข็งเร็ว เสร็จแล้ว เฉลี่ย 3-5 นาที นับจากสอดใส่ หรือ ถ้า ช่วยตัวเองก็ราวๆ 6-10 นาที - มีกลิ่นอับ ชื้น ที่กางเกงใน บ่อย ตัดสินใจ หาข้อมูล 2 อาทิตย์ แล้วไปที่คลินิค แถวย่านลาดพร้าวครับ วันแรกทำเสร็จ มีอาการเจ็บตอนฉีดยาชา เหมือนมดตัวใหญ่ๆกัดน่ะครับ น้ำตาเล็ดเลย พอหลังทำเสร็จ 1 ชั่วโมง อาการเจ็บเริ่มมาแบบหน่วงๆ แต่พอทน กินยาแก้ปวด ไอบูลโพเฟ่นไป รีบนอน รีบหลับ แผลห้ามโดนน้ำ 1 อาทิตย์ ตื่นมามีอาการเจ็บ นิดๆหน่อยๆ แต่ไปดูหนัง กินข้าว เดินเล่นสยามกับเพื่อน ตามปกติ อึดอัดบ้างตอนฉี่ วันที่สาม ไปทำงาน เริ่มเจ็บมากขึ้น ฉี่เล็ดบ่อย แต่ไม่ปวดหรือบวม วันที่สี่ ตื่นมา เพราะแทบไม่ได้นอนเลย แข็งตัวบ่อยมาก ตีสี่ ตีห้า ปวดมาก อึดอัดมากเวลาฉี่ ฉี่ขัดบ้าง ต้องตื่นมาเดินไปเดินมา หาของกิน วันนี้ เลยลางาน แล้วรีบไปพบหมอ แต่หมอดูแล้ว เป็นปกติ แผลยังมีเลือด ล้างแผล แล้วก็ พันผ้าเอาไว้ ห้ามโดนน้ำอีก 3 วัน วันที่แปด เอาผ้าพันแผลออก ล้างแผล ห่วงแม็กเริ่มหลุดบ้าง แต่ยังมีอาการเจ็บอยู่ วันที่ เก้า ล้างแผลที่ รพ. เอกชน แถวสะพานควาย เจอค่าล้างแผลไป 1,4xx แถมพยาบาลเป็น ผู้หญิง อายมาก !!! ~ วันที่ สิบ ~ สิบห้า ความเจ็บเริ่มลดลงและไม่มีบวม แต่คันนิดๆ ฉี่ปกติ ไม่พันแผลแล้ว อาบน้ำ ฟอกน้ำสบู่ ฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้ แนะนำว่า ช่วงทำวันอาทิตย์ แรก อย่าออกกำลังกาย หรือเดิน วิ่งเยอะ กินไข่ขาว มากๆ งด อาหารที่ช่วยเสริมสมรรถภาพ เพราะเมื่อมันแข็งตัว จะเจ็บ ผมนี่ นอนหลับๆตื่นๆตลอด ช่วง14 วันอันตราย นี่จิตตกมากครับ พะวงมาก คุยกับเพื่อนสนิท ได้แค่คนเดียว แล้วมันก็ผ่านไปครับ ครบ1 เดือน ยังเจ็บช่วง เส้นเอนตัวต่อของผังผืดอยู่ มีอาการเสียวบ้าง รอบๆ วง ก็เจ็บนิดๆ แบบเสียวๆหน่อยๆ และยังไม่ได้มี sex แบบ full option ลองช่วยตัวเองไปบ้าง ในช่วง ประมาณหลังทำวันที่ 25-28 แต่รู้สึกว่า การแข็งตัวไม่ค่อยรับรู้ไวเหมือนเดิม และอาการหลั่งช้ากว่าเดิมมาก ภาพประกอบ มันไม่ค่อยชัด เลยต้อง re-size ลง
  7. ทำไมถึงขริบ? / สาเหตุ? ถ้าเอาตรงๆก็ชอบสไลต์การขริบแบบอเมริกันอยู่แล้วครับ หรือ ที่เรียกว่า (High-tight) คือการเหลือหนังหุ้มภายในเยอะหน่อย รอยแผลจะไกลจากหัวครับ ข้อที่สอง คือ ต้องการรักษาความสะอาดมากๆครับ รู้สึกหน่ายกับการที่ต้องรูดหัวเปิดตลอดเวลา แล้วต้องคอยใช้ทิชชู่เช็ดตลอดเพื่อลดการหมักหมมของฉี่ใต้หนังหุ้ม ข้อที่สาม อยากรู้สึกแบบขริบ หรือ ก็คื่อไม่มีหนังครับ เคยมี พสพ. เวลาจับหนังรูดเปิดไว้ ชอบความรู้สึกแบบนั้นมากกว่าครับ ข้อที่สี่ รู้สึกมีหนังหุ้มเวลาใส่ถุงยางแล้วถุงยางชอบขยับตามหนัง เพราะหนังหุ้มชอบกลับมาปิดหัว เอาจริงๆ หนังหุ้มปลายผมไม่ได้มีปัญหาอะไร เปิดได้สุดปกติทุกอย่างครับ ไปขริบ บอกก่อนเลยว่ากว่าจะได้ขริบนี่ ท้อใจมากครับ อาทิตย์แรกว่าจะไปแต่ก็ล้มเลิกครับ รู้สึกกังวลว่าเราจะเสียดายหนังหุ้มปลายมั้ย เพราะส่วนตัวก็รักหนังหุ้มปลายตัวเองอยู่ และชอบเล่น แต่บางทีก็รู้สึกอยากเอาออกเพราะมันเยอะเกินไปครับ เคยอ่านกระทู้อื่นๆมา ท่านอื่นมีความคิดที่จะล้มเลิกอยู่ตลอดเวลาเช่นกัน ซึ่งผมก็เป็น เห็นบางคนบอกว่าเอาออกก่อนไปขริบ อาทิตย์แรกผมจัดเลยครับ เอาออกก่อนไปขริบ แต่พอเอาออกแล้วรู้สึกไม่อยากไปขริบครับ ผมเลยได้ไปขริบอาทิตย์ถัดไปแทน ตลอดระหว่างอาทิตย์ก็คิดตลอดว่า จะทำดีรึเปล่า? ทำไมต้องทำ เราอยากทำจริงๆรึเปล่า แต่สุดท้ายก็ได้ไปขริบครับ ถึงคลินิกบางกะปิเวชกรรม ผมจอดรถที่เทสโกโลตัสบางกะปิครับ แล้วเดินมายังคลินิก แจ้งคุณหมอบอกว่ามาขริบ เขาก็ให้กรอกประวัตินิดหน่อยครับ เพราะไม่เคยมาที่นี่ จากนั้นหมอให้นั่งรอสักพักจึงเรียกเข้าไปคุยครับ เข้าไปด้านในพบผมหมออีกท่านนึงรู้สึกจะเป็นหมอที่ขริบประจำที่นี่นะครับ หมอถามว่าเรามาขริบทำไม? เปิดได้ปกติรึเปล่า? เราก็ตอบไปว่า อยากรักษาความสะอาด และเปิดได้ปกติครับไม่มีปัญหา เลยเอารูประดับการขริบให้หมอดูว่าเราอยากได้ระดับที่ 3 นะ หมอบอกว่า 'มันก็ต้องแล้วแต่ของคุณนะ ว่าทำได้ระดับไหน' ผมก็อ่อ เคครับหมอ - * - รูปประกอบ ต่อครับ จังหวะนั้นลืมข้อมูลทุกอย่างที่จะพูดกับหมอไปหมดเลยครับว่า ไม่อยากให้เหลือหนังย่นๆเวลาอ่อนตัวและแข็งตัว และให้เอาหนังออกเยอะๆไปได้เลย จากนั้นหมอให้ออกมานั่งรอครับ คงจะเตรียมห้องและอุปกรณ์ผ่าตัดเล็ก จากนั้นเราก็ถูกเรียกเข้าห้องผ่าตัดครับ ซึ่งห้องผ่าตัดก็อยู่ข้างๆห้องที่หมอเรียกเราไปคุยครับ มันเดินต่อถึงกัน หมอให้เราใส่โสร่ง เราก็ใส่และขึ้นเตียงที่เป็นขาหยั่งครับ จากนั้นหมอก็เปิดโสร่งจับน้องชายผมทำความสะอาด รู้สึกเย็นๆครับ ผมไม่ได้มองว่าใช้อะไร แต่น่าจะแอลกอฮอล์ครับ คือผมโดยปกติเป็นคนที่น้องชายตื่นตัวง่ายมาก ถึงมากที่สุดครับ พยายามไม่คิด พยายามควบคุมจิตใจและอารมณ์ ตอนหมอเช็ดน้องชาย มันก็เริ่มขยายร่างนิดนึง ผมนี่หลับตาปี๋ ควบคุมสมาธิเลยครับ แต่ยากมาก เพราะหมอจับพลิกไปพลิกมา และก็บอกเราว่าต้องตัดขนนิดนึงจะได้ง่ายตอนทำแผลนะ หลังจากทำตรงนี้เสร็จ หมออีกท่านก็เดินเข้ามาครับ ถามเราว่า นี่ของเราบวมอะไร เราก็ลุกขึ้นมอง (ในใจ อ๋อป่าวบวม มันกำลังขึ้นและของเรามันใหญ่มันเป็นแบบนั้นแหละ) ตอบหมอไปว่า อ๋อ ป่าวครับ - - ไม่รู้จะตอบอย่างไร หมอบอกว่าจะฉีดยาชานะ ผมก็ครับๆ เข็มแรกเจ็บหน่อยนะ ครับ เจ็บจิ๊ดเลยครับ รู้สึกว่ามีอะไรแทงเข้าไปข้างใต้เนื้ัอ จำไม่ได้ว่าตอนแรกหมอฉีดยาชาไปกี่เข็ม แต่ที่หมอฉีดคือ ยาชาขนาด 5cc ครับ พอฉีดเสร็จ หมอจะขอทดสอบว่ายาชาออกฤทธิ์หรือยังครับ มันพีคตรงนี้แหละครับ... หมอถามว่า ตรงนี้เจ็บไหม? ไม่เจ็บ ตรงนี้เจ็บมั้ย? ไม่เจ็บ ตรงนี้เจ็บมั้ย? โอ้ยยย เจ็บครับ หมอจัดยาชาเพิ่มให้ครับ แล้วก็ทดสอบอีก เราก็ยังเจ็บอีกครับ หมอก็จัดยาชาให้อีก ทดสอบอีกก็ยังเจ็บอยู่ครับ รู้สึกใจแป้วนิดนึงว่าจะได้ขริบมั้ยวะ หรือเราทอรอเรตยาชาไปแล้ว? หมอบอกว่า ของเรามันใหญ่ เลยต้องใช้ยาชาเยอะ และส่วนมากยาชาจะไม่ค่อยมีผลตรงเส้นประสาทหรือตรงเส้นของเรามากเท่าไหร่ สุดท้ายหมอจัดไป 6 เข็ม ครับ ผมจึงจะไม่รู้สึกเจ็บน้องชายตอนหมอทดสอบ ผมก็ถามหมอว่าแล้วปกตินี่เค้าฉีดกันกี่เข็ม หมอตอบว่า ปกติ 3 เข็มก็มึนหัวแล้ว ของเราต้อง 6 เข็ม ซึ่งพอผมโดน 6 เข็มจึงจะรู้สึกมึนหัวครับ หมอบอกอีกว่า แต่นี่ก็ยังไม่เยอะสุดที่หมอเคยฉีด สูงสุดคือ 7 เข็ม! (รองแช้มป์อันดับสอง) เรารู้สึกว่าที่ต้องฉีดเยอะหรือเพราะของเรากำลังอยู่ในช่วงผงาดขึ้นมาหน่อยนึง เพราะหมอบอกว่าของเราใหญ่ แต่จำความได้ว่าเวลาอ่อนตัวมันก็เล็กนะ เลยกังวลเล็กๆครับ เพราะเคยอ่านกระทู้บนเว็บนี้ บางคนแข็งตัวตอนโดนยาชาไปแล้วทำให้ต้องรอ หรืออะไรประมาณนี้แหละครับ - - ผมก็เกือบที่จะแข็งตัวแล้วแต่ยังอ่อนปวกเปียกอยู่ ซึ่งมันก็กังวลแหละครับว่าจะได้ขริบมั้ยวะ สรุปก็ได้ขริบครับ จากนั้นหมอก็โชว์ฝีมือขริบครับ ตลอดเวลานั้นผมปิดผ้าปิดตาครับ หนึ่งคือ มึนมาก หัวนี่ตึ้บเลยครับ สองคือ ไม่อยากดูด้วยครับ ไม่ได้กลัวเลือดหรือไรนะครับ แต่ไม่อยากเห็นใครทำอะไรกับน้องชายเรา - -* และแล้วหมอก็ทำการตัดหนังหุ้ม บอกเราว่า ได้ระดับ 2 นะ แอบรู้สึกเสียใจเล็กน้อยแต่ไม่เป็นไร สองก็สองวะ หมอบอกว่า ได้ระดับ 2 นะ เพราะว่าของเรามันใหญ่ (หมอก็ย้ำจังเลย ไอเราก็ ครับๆๆๆ ><) และหมอก็อธิบายว่าบางจะได้ระดับไหนๆ ผมก็งงๆครับๆ ไม่ค่อยสัมพันธ์กับความรู้ที่ผมหามาเท่าไหร่ รูปหลังจากขริบ ทำแผล หลังจากขริบวันแรก หมอให้ไปทำแผลวันรุ่งขึ้นครับ ถ้าแผลดีหรือก็คือแผลแห้ง ไม่ชื้น ไม่มีปัญหา จะให้มาทำแผลได้วันเว้นวันครับ ซึ่งผ่านไปได้ด้วยดี แผลไม่มีปัญหาไม่ชื้นครับ แห้งดี เลยได้ไปทำวันเว้นวัน ผมรักษาความชื้นอย่างสูงสุด ไม่ให้โดนแม้แต่ละอองน้ำเลยครับ เวลาเข้าห้องน้ำที่ก็พยายามเอามือบัง ทิชชู่บัง พอเข้าเสร็จก็มายืนเป่าพัดลมไล่ความชื้นครับ เพราะสายฉีดก้นนี่แหละเวลาทำความสะอาดตอนถ่ายหนักอาจจะชื้นๆบ้าง แต่ก็เป่าพัดลมกันไว้ก่อนครับ วันที่ 3 ตอนกลางคืน ฉี่แอบโดนผ้าก็อชนิดนึง เพราะควบคุมทิศทางไม่ได้ อยู่ดีๆฉี่กระจายเฉย กระเด็นไปโดนขาเลยครับ ผมนี่เฮือกเลย รีบเอาทิชชู่ซับผ้าก็อชไว้สักพัก และไปเป่าพัดลม + ไดร์เป่าผมครับ เพราะหมอให้แผ่นคำแนะนำมาว่า ถ้าชื้นให้เปลี่ยนผ้าพันแผลที่คลินิก ไม่ก็เอาไดร์เป่า จัดเลยจ้าเกือบครึ่งชม ทั้งพัดลมทั้งไดร์ วันที่ 4 ไปทำแผลหมอบอกว่าก็แห้งดีนะ ไม่มีความชื้นอะไร เห้อออออ รอดดด! ได้ดูระดับการขริบของตัวเองตอนทำแผล หมอบอกระดับ 2 แต่พอดูของตัวเองจริงๆ มันเยอะกว่าในรูปครับ น่าจะประมาณ 3 ได้เลยเท่าที่มองนะครับ ไม่ได้สังเกตุนาน เพราะคุณหมอจับตั้งให้เราดู เกรงใจ กลัวจะเมื่อย -.- เท่านี้ก่อนครับ ไว้มาอัพเดทแผลต่อครับ
  8. วันนี้ เป็นวันที่ 6 ละครับ แผลโดยรวม ก็ดีครับ แต่วันนี้มีน้ำเหลืองซึมเยอะเลยครับ ซึมทั้งวัน หัวสีออกเขียวๆม่วงๆ
  9. ขริบเจ้าน้องชายสุดหล่อมาได้ 8 เดือนแล้วนะคร้าบบ
  10. สวัสดีเพื่อนสมาชิกทุกท่าน หลังจากได้สมัครเป็นสมาชิกได้ประมาณ 1 อาทิตย์ เเละติดตามศึกษาข้อมูลที่เพื่อนๆเเชร์ประสบการณ์ ก่อนเเละหลังขริบ ผมได้ตัดสินใจขับรถจากเลียบด่วนรามอินทรา (เเถวๆบ้านอิเจี๊ยบเลียบด่วน) มาจอดโลตัส เเละเดินข้ามทางม้าลายมายังคลินิก (บางกะปิคลินิคเวชกรรม)สอบถามพยาบาล ลงประวัติเรียบร้อย ได้เข้าพบหมอ ท่านก็ถามว่าทำไมถึงขริบ ผมบอกหนังหุ้มยาว เคยมีอาการเเสบๆปลาย หมอท่านบอกว่าท่านขริบเเบบอเมริกัน หลังจากได้พูดคุยเสร็จ ท่านได้ให้ยาพารามาทาน 1 เม็ด ให้ไปฉี่ เเละนั่งรอ เดี๋ยวจะมาอัปเดตนะครับ ผมพร้อมที่จะพาเจ้าหนูมังกรออกมาชมโลกภายนอกเเล้วครับ
  11. รีวิวครบ 1 เดือนครับ แข็งตัวมีอาการตึงเล็กน้อย สะเก็ดหลุดหมด ยังไม่กล้าใช้งานจนกว่าจะครบ 6 สัปดาห์
  12. ผมเพิ่งไปขริบที่ รพ.ลำปาง มาคับ วันจันทร์ ที่ 8 มกราคม 2561 ผมอายุ 29 ปีนะคับ เนื่องจากว่าของผมหนังมันยาว แล้วมันก็ไปรัดรวมกันอยู่ตรงคออวัยวะ แล้วมันก็จะเปื่อยง่าย แล้วก็ฉีกขาดง่าย เจ็บๆ แสบๆ เวลาที่แข็งตัว ของผมตัดเส้นสลึงออกด้วยนะ ราคาเบ็ดเสร็จ 2,129 บาท คับ ใครมีสิทธิ์ 30 บาทก็สามารถใช้ได้นะคับ ตอนผ่าตัด คือแบบว่าหมอเก่า กำลังเทรนให้หมอใหม่ ก็เลยใช้เวลาค่อนข้างนาน พอยาชาเริ่มจะหมดฤทธิ์ ก็เริ่มเจ็บจี๊ดๆ แต่ก็ดีนะ ถือว่าผมเป็นประสบการณ์ใหม่ของหมอ 555 วันแรก ตกใจมาก เพราะเส้นสลึงมันจะมีเส้นเลือดอยู่ เค้าก็เย็บ แล้วก็ใช้ผ้าก็อตพันไว้ หมอเค้าก็บอกให้ผ่านไปหนึ่งวันแล้วค่อยแกะ แต่ผมกลับมาแกะดูเลย เลือดนี่พุ่งปี๊ดเลย หาผ้ามาซับแทบไม่ทัน รู้สึกตกใจมาก ก็เลยเอาผ้ามาพันไว้ กดแผลจนแน่น แล้วเอาเทปพันแน่นเลยเพื่อห้ามเลือด ก็โล่งใจไป วันที่สอง กะว่าจะกลับไปบอกหมอว่าเลือดไหล แต่พอดีมีธุระก็เลยยังไม่ได้ไป และก็ไม่ยุ่งกับแผลอีกเลย วันที่สาม ผ่านไปเกือบวันก็รู้สึกว่าแผลมันแห้งหมดแล้ว เลือดที่ผ้าก็แข็งๆแล้ว ตกเย็นก็เลยค่อยๆลองแกะออกอย่างช้าๆ เบาๆ ก็ไม่มีเลือดไหลแล้ว แต่มีซึมอยู่นิดๆ ก็เลยถ่ายรูปมาให้ดู ผ่านไป 9 วัน ของผมแผลแห้ง และเป็นสะเก็ดคับ ไหมก็หลุดเป็นบางอัน ผ่านไป 12 วัน วันนี้สะเก็ดแผลหลุด ส่วนอันที่ไม่หลุดก็เขี่ยอย่างเบาๆจนหลุดหมด และก็เอากรรไกรเล็กๆ ตัดปมไหมแล้วเอาแหนบดึงไหมออก จนหมดทุกอัน ผ่านไป 30 วัน แผลสนิท แต่มีติ่งๆ และเจ็บนิดๆ
  13. ผมมี sex ครั้งแรกหลังจากขลิบได้ 2 เดือนครึ่ง ก่อนขลิบผมใส่ถุงยางเบอร์ 52 แต่พอหลังขลิบปรากฎว่าพอใส่ถุงยาง 52 มันแน่นมากตึงชนิดแทบขาด เลยต้องเอาสดแตกในกับแฟน พอวันรุ่งขึ้นเลยซื้อถุงยางเบอร์54 ปรากฎว่าใส่ได้พอดีไม่หลวมเลย เลยอยากทราบว่าปกติมันใหญ่ขึ้นกันทุกคนไหมครับ ปล.ไม่ได้ปล่อยน้ำมา 2เดือนครึ่ง ปริมาณน้ำเยอะขนาดนี้ ผมคนต้องเตรียมเป็นพ่อคนแล้วล่ะ
  14. อัพเดท 6 วันครับ ตอนนี้แผลเริ่มแห้งแล้วครับ เเต่มีตรงลำทางด้านขวามันยังปวดๆแล้วก็เป็นก้อนๆอยู่ เพื่อนๆมีคำแนะนำในการล้างแผลไหมครับ รึดูแล้วแผลผมน่าจะมีปัญหาอะไรรึเปล่า บอกด้วยครับ
  15. รีวิวแผลตอนครบ 1 เดือน แผลแห้งหมดแล้ว เหลืออาการ บวม ตอนแข็งตัว เหมือนรอยเย็บจะระเบิด แบบนี้ ต้องนวด หรือ อะไรมั้ยครับ
  16. ไปขริบมาแล้วครับขอคำแนะนำในการล้างแผลและการปัสสาวะด้วยครับ
  17. คลินิคบางกะปิเวชกรรม วันแรก (วันที่ 20 มี.ค. 2562) ได้ตัดสินใจไปขริบที่คลินิคเมื่อไปถึงจะเจอคุณพยาบาลผู้หญิง สอบถามประวัติส่วนตัว แล้วก็รอคุณหมอเรียกเข้าไปพบ คุณหมอจะถามถึงสาเหตุว่าทำไมถึงขริบ คำตอบของผมคือ หนังหุ้มปลายตีบครับตอนแข็งตัวจะรูดไม่ได้ ถ้ารูดแล้วจะรัดหัวมากๆ หลังจากนั้นหมอก็โอเคแล้วก็บอกวิธีปฏิบัติตัวหลังขริบ 1.ห้ามใช้งานจนกว่า จะครบ 8 อาทิตย์ 2.อย่าให้แผลชื้น 3.ทานอาหารได้ทุกอย่าง (แต่ผมเลือกทานนะครับ ไม่ทานไข่ ไม่ทานของสแลงครับ) หลังจากนั้นก็รอขึ้นเขียงครับ ฮ่าๆ เวลาที่สามารถขริบได้คือ เวลา 13:00 เป็นต้นไปนะครับ เอาหละถึงเวลาละ เมื่อคุณอาหมอ(ผู้ช่วยคุณหมอ)เรียกเข้าไปในห้อง อันดับแรกเลย คุณอาหมอให้ถอดกางเกงและใส่โสร่งครับ(เย็นว้าบเลย) หลังจากนั้นคุณหมอให้ไปนั่งรอตรงเก้าอี้ที่มีขาหยั่งครับ ตัวอย่างเก้าอี้ครับ ต่อมา คุณอาหมอนำพารามาให้ทานครับ หลังจากนั้นคุณหมอก็เข้ามา ผมเป็นคนที่ไม่อยากเห็นตอนทำมากครับ แต่ไม่ได้กลัวเลือดนะ แต่กลัวการผ่าตัดสุดๆ 555 ผมเลยเอาเสื้อขึ้นมาบังไว้ครับ ช่วยได้เยอะมาก ก่อนเริ่มทำ ผมพกมือถือ+หูฟังไปครับ ผมเปิด Youtube ดูเล่นใส่หูฟังด้วยนะ มันก็ช่วยนะครับแต่ก็ช่วยไม่เยอะ คุณหมอบอกจะเลมขนออก(ขนหมออ้อยผมเยอะมาก) แล้วหมอเริ่มฉีดยาชาครับ 3 เข็ม เข็มแรกเจ็บครับแต่ทนได้ เข็มต่อไปไม่เจ็บแล้วครับ (ตอนนั้นไม่รู้ว่าหมอฉีดตรงไหนอาจตรงน้องชายของเรา) หลังจากนั้นหมอจะเทสยาชาครับ และหมอเหมือนเอาแอลกอฮอร์มาทำความสะอาดน้องชายครับ(เย็นเสียวๆเลย) สิ่งแรกที่หมอทำคือ ตัดเส้นสองสลึงครับ หมอดึงสุดมือมากกก แล้วก็ตัด(เสียงดังฉึบ) หมอเริ่มกรีดครับ โดยหมอจะบอกทุกครั้งเลย เช่น กำลังจะกรีดหนังด้านซ้าย ตอนกรีดไม่เจ็บนะครับ แต่จะรู้สึกว่าเหมือนมีอาการผ่านเข้ามาตรงน้องชาย หลังจากนั้นหมอเย็บครับ หมอก็ยังรายงานอยู่จนเย็บเสร็จสิ้น ในระหว่างการทำคุณอาหมอก็ชวนเราคุยครับ ช่วยได้มากเลย ผมจะได้ไม่ต้องใจจดใจจ่อกับการผ่าตัด 30นาทีผ่านไปไวมากครับ พอทำเสร็จหมอทำแผลให้ครับ น้องชายวันแรก หลังจากนั้นไปนอนพัก สักประมาณ 30นาทีครับ มีเตียงให้นอนพักอยู่ เพราะจะมีอาการมึนยาชาครับ ก่อนกลับเข้าห้องน้ำเพื่อปัสสาวะ (ฉี่ไปคนละทิศคนละทางมากๆครับ บังคับยากมาก) ตรงที่พันแผล คุณหมอจะมีผ้าเทปแปะตรงเอวเพื่อให้น้องชายตั้งขึ้นครับ เสร็จแล้วคุณหมอก็เรียกไปรับยา+ใบที่ต้องปฏิบัติตนหลังขริบ หมอบอกพรุ่งนี้ให้มาทำแผลที่คลินิคครับ(อย่าให้แผลโดนน้ำเด็ดขาด) สรุปค่าใช้จ่ายคือ 5,500 ใบที่ต้องปฏิบัติตัวหลังขริบ ปล.ตอนกลับบ้านถ้ากลับทางศรีนครินทร์ อ่อนนุชต้องระวังนะครับ ถนนขรุขระมาก ผมต้องยกตัวเองลอยตลอดจนถึงบ้านครับ เพราะกลัวแผลเลือดออก ________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________ วันที่ 2 (21 มี.ค. 62) มาถึงคลินิค... คุณอาหมอเป็นคนทำแผลให้ครับ บอกแผลแห้งดีไม่มีชื้นหรืออะไร ผมก็สบายใจครับ คุณอาหมอบอกจะพันให้สบายขึ้น จะได้ปัสสาวะสะดวกๆ ตอนทำแผลมีอาการเจ็บนะครับ เจ็บกว่าตอนผ่าตัด หลังจากนั้นคุณหมอบอกให้ทำแผลเอง แต่ผมเป็นไม่ค่อยดูแลแผล ผมเลยบอกว่าจะมาให้หมอทำวันเว้นวันครับ ค่าทำแผล 150บาท/ครั้ง (ถ้าใครไม่มั่นใจแนะนำให้หมอทำดีกว่าครับ หมอจะมือเบากว่าที่เราทำเองมาก) แผล+หมอทำแผล การใช้ชีวิตในแต่ละวันของผมก็คือ ช่วงนี้ปิดเทอมอยู่ด้วย ผมอยู่แต่เตียงครับ เช็ดตัวเอา เดินให้น้อยที่สุด แล้วก็หลีกเลี่ยงสื่อทุกชนิดเลยครับ นอนดูหนังไปเพลินๆครับ ทำแบบนี้ไปเรื่อยๆครับ แต่ขอบอกเลยมีอาการจิตตกมากครับ 2 อาทิตย์แรก กลัวทุกอย่าง เพราะนอนไม่ได้เลย ตอนกลางคืนมันจะแข็งเองตลอด ดีที่คุณหมอพันได้ดีมาก ผมกลัวแผลปริมากๆ (มันแข็งตามธรรมชาติครับห้ามไม่ได้) จิตตกได้ 2 อาทิตย์ครับ ตามที่พี่ๆในกลุ่มบอกกัน หลังจากนั้น ก็ให้คุณอาหมอทำแผลให้ตามปกติครับ แต่เมื่อพอครบ 2 อาทิตย์ ก็ขอกลับมาทำเองแล้วครับเพราะค่าใช้จ่ายวันละ 150 ไม่ไหวครับหลังๆ ________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________ วันที่เริ่มอาบน้ำ+ทำแผลเอง (4 เม.ษ 62-ครบ15วันหลังจากการขริบ) คุณอาหมอบอกวิธีทำแผลให้ครับ ฟังนะแต่ลืมหมดเลยตอนนัน555 คุณอาหมอแนะนำให้อาบน้ำจนชุ่มช่ำเลยครับ มันทำให้แกะแผลง่ายมาก หลังจากอาบน้ำเสร็จ ก็แกะแผลครับ ไม่เจ็บเลย เพราะแผลโดนน้ำ เจอไหมหลายปม+คราบต่างๆนาๆ แกะแผลวันแรก จิตตกอีกแล้วครับ น้องชายเราจะเน่าไหมเนี่ย คราบเลือด ไหมเต็มไปหมด แต่คุณอาหมอก็พูดไว้ว่าเดี๋ยวโดนน้ำบ่อยๆ ไหมจะสลายหลุดไปเอง ว่าด้วยเรื่องของการทำแผลครั้งแรก ทำยากมากๆครับ ทำยังไงก็ไม่เหมือนหมอเครียดมาก เพราะจับๆนิดๆก็เจ็บ กลัวผ้าพันแผลหลุดมากครับ ทำแผลครั้้งแรก ________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________ พอมาค้นหาในกลุ่ม Sarikamenhealthมีคนหลายคนแนะนำให้ใช้ โคแบนครับ ซึ่งมันหยืดหยุ่นดีมากก ทำแผลสบายขึ้นมากๆครับ ต้องขอบคุณกลุ่มนี้จริงๆครับ ผมศึกษากลุ่มนี้ก่อนทำ+หลังทำ มีประโยชน์มากจริงๆครับ และกลุ่มนี้เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ผมมีกำลังใจในการตัดสินใจขริบครับ ขอบคุณจริงๆครับ การช่วยเหลือที่ไม่หวังสิ่งตอบแทน ________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________ วันที่ 17 หลังจากการขริบ (ไหมหลุดวันแรก) ตอนอาบน้ำผมก็ดึงๆทุกปมเลยครับ บางอันก็หลุดแต่บางอันก็ยังไม่หลุด โดยตรงเส้นสองสลึงไม่มีวีแววว่าจะหลุดเลยครับ วิธีการของผมก็คือ ดึงไหมตอนฉีดน้ำครับ (อย่าฉีดแรงนะ) ก็หลุดมา หลายปมอยู่ครับ ไหมหลุด ________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________ วันที่ 20 หลังจากการขริบ (ไหมตรงเส้นสองสลึง) ไหมเกือบหลุดหมดแล้วครับ บางปมหลุดมาพร้อมกับผ้าพันแผลเอง บางปมยังไม่หลุดครับ อยู่ในห้องน้ำประมาณ ชม.นึง เพื่อตัดสินใจจะเอาออกให้หมดครับ จนสำเร็จ เหลือปมนึง ตรงเส้นสองสลึง ผมเลยปล่อยไว้ก่อนครับ (เหนื่อยกับการดึงไหม) ไหมที่เหลือตรงเส้นสองสลึง ________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________ วันที่ 21 หลังจากการขริบ (ไหมหลุดหมดแล้ว) ตอนอาบน้ำพยายามหาปมไหมครับ เส้นสุดท้าย พี่ @TNP , @KTTK @BearMax @เจสและอีกหลายๆท่านบอกให้ลองตัดปมดูครับ สุดท้ายผมก็เจอปมแล้วใช้กรรไกรตัดออกครับ เป็นอันหมดเรียบร้อย ไหมเส้นสองสลึงหมดแล้ว ____________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________ สวัสดีครับ เพื่อนๆพี่ๆน้องๆทุกคน วันนี้ผมจะมาบอกวิธีการทำแผลและอุปกรณ์ที่ต้องมีนะครับ อย่างแรกต้องบอกก่อนเลยว่า หลังจากที่ได้มาทำแผลเอง จิตตกมากครับเพราะ พันไม่เหมือนที่คลินิคเลย(ไม่มีทางเหมือนเราไม่ไช่หมอครับ) มันดูหลวมๆ เปิดดูตลอดเลยครับ ว่ามันหลุดไหม แต่พอทำไปนานๆขึ้นจะเริ่มปรับตัวได้เองครับ การพันแผลจะชำนาญขึ้น อุปกรณ์การทำแผลของผม มีดังนี้ ครับ 1.สำลีก้อน = เอาไว้ใช้กับน้ำเกลือ(normal saline) เช็ดบริเวณน้องชายหลังจากอาบน้ำแล้วครับ 2.น้ำเกลือ(normal saline) = เอาไว้ทำความสะอาดแผล 3.สำลีก้าน = เอาไว้จุ่มกับเบตาดีน แล้วทาลงไปตรงแผลของน้องชายเราครับ 4.เบตาดีน = ใช้ทาเพื่อรักษาบาดแผลบริเวณน้องชายครับ 5.ตาข่ายรองแผล(Bactigras) = เมื่อทาเบตาดีนเสร็จแล้ว นำสิ่งที่ไปแปะตรงบริเวณแผลครับ เพื่อป้องกันไม่ให้แผลติดกับผ้าก๊อซ 6.ผ้าก๊อซ = มีหลายขนาดครับ เลือกเอาได้เลยตามใจชอบ เอาไว้พันหลังจากติดตาข่ายรองแผลครับ 7.โคแบน = สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ดีมาก เพราะมันยืด-ขยายได้ ใช้ในการป้องกันเวลาน้องชายแข็งตัวได้ดีเลยทีเดียว #Trick เล็กน้อยสำหรับคนที่จะแกะผ้าพันแผลเพื่อทำความสะอาดน้องชายนะครับ ถ้าสำหรับผม ก่อนจะทำแผลผมจะอาบน้ำครับ เปิดฝักบัวใส่น้องชายเลย แล้วมันจะสามารถแกะได้ง่ายขึ้นมากๆครับ ปล.หากผิดพลาดประการใดต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ มีไรสอบถามได้ครับ จาก ศิษย์บางกะปิที่เคยจิตตกมาหลายอาทิตย์มากๆ มีรูปหลังจากพันเสร็จมาฝากครับ ___________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________ อัพเดทแผล 43 วันครับ หลังจากการขริบครับ ตอนนี้เริ่มไม่ปวดตรงรอยเย็บแล้วครับ รู้สึกโล่งใจ รู้สึกว่าหนังเริ่มสมานกันดีแล้ว เดี๋ยวอีกสัก2วันจะครบเดือนครึ่ง จะเริ่มนวดคลึง+ทายาลดรอยแล้วครับ เดี๋ยวจะมาอัพเดทเรื่อยๆนะครับ หากใครสนใจสอบถามเรื่องขริบยินดีช่วยเต็มที่ครับ คอมเม้นไว้เลย สุดท้ายนี้ หวังว่าโพสต์นี้จะเป็นประโยชน์แก่คนในกลุ่มนะครับ ___________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________
  18. ขอเกริ่นก่อนนะครับ พอดีกระทู้แรกไม่ได้บรรยายอะไรเลย เผลอแปปเดียว 20 วัน พรุ่งนี้ก็ครบ 3 สัปดาห์แล้ว เลยเอาแผลขริบมารีวิวสักหน่อยครับ ต้องขอบคุณกระทู้ "ล้างแผล (ขริบ) เองก็ได้ ง่ายจัง" มากครับที่ทำให้ผมได้ความรู้และล้างแผลเองได้ (ถึงผมจะเจอช้าไป 1 วันหลังทำก็ตาม) ผมขริบที่ รพ.ศรีนครินทร์นะครับ (ราคาผมไม่ทราบนะครับ ผมใช้สวัสดิการ) ใช้เวลาทำประมาณ 50 นาที โดยวิธีจี้ไฟฟ้าครับ หลังจากทำเสร็จ พยาบาลก็แจ้งวิธีทำแผล โดยพยาบาลที่อยู่ในห้องผ่าตัดแนะนำให้มาทำแผลที่ รพ. หรือสถานพยาบาลใกล้บ้าน เพื่อป้องกันการติดเชื้อ หากแผลซึม ให้แกะผ้าก๊อชและทำแผลได้ ซึ่งคืนแรกก็มีแผลซึมจริงๆ พอแกะผ้าออกก็เจอเลือดมาก และตอนนั้นก็ดึก เลยไป รพ.ใกล้บ้านคือ รพ.กรุงเทพฯ หมอทำแผลให้ครับ (ไม่ใช่พยาบาล) และแนะนำซิลิโคนป้องกันแผลติดกับผ้าก๊อช ซึงใช้ดีมากครับ ทำให้แผลแห้งด้วย จากนั้นครบ 5 วัน ผมก็ทำกระทู้รีวิวแรกออกมา (และเป็นกระทู้ที่มีอัพเดทในตัว) >> รีวิว แผลขลิบ 5 วันครับ (มีอัพเดทแผลวันที่ 15 ครับ) << ต้องขอบคุณสมาชิกในเว็บนี้เป็นอย่างยิ่ง ที่ให้ข้อมูลทุกอย่างแก่สมาชิก จึงทำให้ผมจิตตกเพียง 2 วันเท่านั้น จากนั้นก็เป็นการหาข้อมูลเพื่อดูแลรักษาแผล ช็อปปิ้งอุปกรณ์ทำแผล และก็ครบสัปดาห์ที่ 3 พอดี
  19. ยังมี อาการ บวม และยังมีแผลยังไม่แห่ง 1 จุด
  20. รอยเย็บรัดแน่นมากครับเวลาแข็งตัว ขริบมาครบ 1 เดือนพอดีครับ เวลาแข็งตัว เหมือนโดนหนังยางรัดเลยครับ เป็นร่อง แล้วถ้าผ่านไปหลายๆเดือนมันจะขยายกลับมาเป็นปกติมั้ยครับ เห็นของหลายๆคนในบอร์ดที่ขริบครบ 1 เดือนเหมือนกันก็ไม่ค่อยมีใครรอยเย็บแบบนี้ ของผมถือว่าปกติมั้ยครับ (ใบบัวบกกับวิตามินซีกินมาสามสัปดาห์ละครับ ตรงขอบลงมาถึงรอยเย็บ เป็นห่วงยางเลยไม่ยุบสักนิด)
  21. ตอนนี้ผมรู้สึกปกติแล้วครับไม่เจ็บไม่อะไรแต่ผมสงสัยว่าที่เป็นก้อนๆในรูปที่ 1 นี่ปกติไหมครับที่นูนๆขึ้นมา แล้วสภาพแบบนี้ถือว่าเป็นปกติของ 1 เดือนหรือเปล่าครับ
  22. วันที่ 26. แผลด้านนอกหายหมดแล้วรวมทั้งเส้นด้วยครับ. แต่เวลาแข็งตัว รอยเจ็บจะปวด เพราะตอนขริบหมอเย็บตอนมันอ่อนตัว พอแผลแห้งแล้วไหมหลุดหมด รอยเย็บมันไม่ขยายนี่สิครับก็เลยเจ็บ เริ่มทายาลดรอบได้ 1 สัปดาห์แล้ว แต่ทายากนิดหน่อย เพราะรอยเย็บมันเป็นร่องเลย อยากทราบว่าเมื่อเวลาผ่านไปรอยเย็บมันจะขยายตามขนาดลำปกติมั้ยคับ ตอนนี้อารมณ์เหมือนโดนหนังยางรัดปลาย 555
×
×
  • Create New...

Important Information

ในการใช้งานเว็บไซต์คุณต้องยอมรับข้อตกลง Terms of Use.Privacy Policy