Jump to content

Search the Community

Showing results for tags 'ล้างแผล'.



More search options

  • Search By Tags

    Type tags separated by commas.
  • Search By Author

Content Type


Forums

  • ศาลากลาง
    • ประกาศจากทางสาลิกา
    • แจ้งปัญหาการใช้งาน
  • ห้องโถง
    • ชุมชนคนสนใจเรื่องขริบ
    • ถามตอบปัญหาสุขภาพ
    • ขนาดเรื่องสำคัญคู่ผู้ชาย
    • Archive

Find results in...

Find results that contain...


Date Created

  • Start

    End


Last Updated

  • Start

    End


Filter by number of...

Joined

  • Start

    End


Group


Found 7 results

  1. แผลแบบนี้คือมันปริรึเปล่าครับ ตรงที่เป็นสีขาวๆอ่าครับ
  2. วันนี้ผมมาเล่าวิธีการล้างแผลขริบครับ เผื่อเพื่อนๆ คนไหนสนใจอยากจะดูแลแผลเองที่บ้าน ไม่จำเป็นว่าต้องเป็นแผลขริบอย่างเดียว แผลอย่างอื่นก็ใช้วิธีการเดียวกันครับ อุปกรณ์ ผ้าก็อซสีขาว ขนาด 2 นิ้ว x 2 เมตร (แนะนำแบบที่ยืดได้ครับ) สำลี น้ำเกลือล้างแผล (Normal Saline) แอลกอฮอล์ 70% เบตาดีน ผ้าตาข่ายรองแผล (Bactigras) (*) ขี้ผึ้งใส่แผล Pisalin หรือยี่ห้ออื่นที่มีตัวยา Chloramphenicol (ถ้าใช้ผ้าตาข่ายในข้อ 6 แล้ว จะไม่ใช้ตัวนี้ก็ได้ครับ) (*) เทปทำแผล (เอาไว้ติดผ้าก็อช) เทปยืดสีน้ำตาล (**) หมายเหตุ (*) เป็น option เสริม ช่วยให้แผลไม่ติดผ้าก็อซและฆ่าเชื้อ จะใช้หรือไม่ใช้ก็ได้ครับ หมายเหตุ (**) เป็น option เสริม ช่วยให้ผ้าก็อซแน่น ไม่เลื่อนไหลไปมา ถ้ามั่นใจว่าพันผ้าได้แน่นพอ ตัวนี้ไม่ใช้ก็ได้ครับ ก่อนล้างแผล ไม่ว่าจะเป็นแผลแบบไหน ให้ล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่ แล้วซับมือให้แห้งด้วยกระดาษทิชชู่สะอาดหรือผ้าแห้งสะอาดทุกครั้ง หากต้องใช้กรรไกรตัดผ้าก๊อซ สำลี หรือผ้าตาข่ายรองแผล (Bactigras) หรือมีอุปกรณ์อื่นๆ ให้เช็ดทำความสะอาดอุปกรณ์ด้วยแอลกอฮอล์เพื่อฆ่าเชื้อโรคก่อนทำแผลทุกครั้ง วิธีการล้างแผล ใช้สำลีชุบแอลกอฮอล์ เช็ดหรือแตะรอบรอยขริบเบาๆ ให้วนไปในทิศทางเดียวกัน ไม่ควรให้แอลกอฮอล์โดนแผลโดยตรง เพราะจะทำให้แผลจะหายช้าและติดเชื้อเพิ่มได้ ใช้สำลีชุบน้ำเกลือ (Normal Saline) แตะที่รอบขริบโดยตรงได้เลยได้ครับ โดยวนไปในทิศทางเดียวกันเหมือนข้อ 1. ทำซัก 2 ครั้ง ถ้าทำแล้วดูเหมือนว่าแผลจะชุ่มน้ำเกลือ ให้ตัดผ้าก็อชสะอาด (ไม่ต้องเยอะ) ซับน้ำเกลือออกบ้างครับ แผลจะได้ไม่ชื้น ทำให้แผลแห้งเร็วขึ้นครับ ใช้สำลีชุบเบตาดีน แตะที่แผลเบาๆ พอให้เห็นว่ารอยขริบและผิวบริเวณนั้นมีสีเหลืองของเบตาดีนอยู่บางๆ ก็เพียงพอครับ แตะวนไปในทิศทางเดียวกัน เหมือน 1 และ 2 จากนั้นรอให้เบตาดีนแห้งซะหน่อย ลงขี้ผึ้งใส่แผล Pisalin หรือขี้ผึ้งยี่ห้ออื่นที่มีตัวยาเดียวกัน หรือจะใช้ผ้าตาข่ายรองแผล ฺ(Bactigras) วางลงบนรอยขริบให้รอบก่อนพันผ้าก็อซ เลือกทำอย่างใดอย่างหนึ่งหรือจะทำทั้ง 2 อย่างก็ได้ครับ ขั้นตอนนี้จะช่วยให้ผ้าก็อชไม่ติดแผลเวลาทำแผลครั้งต่อไป และช่วยฆ่าเชื้อไปในตัวด้วยครับ พันผ้าก็อซให้กระชับ ติดเทปทำแผลกันผ้าหลุดให้เรียบร้อย ถ้ามีเทปยืดสีน้ำตาลก็เอามาใช้พันผ้าก็อซซ้ำอีกครั้ง แต่ถ้ามั่นใจว่าพันผ้าก็อซดี จะไม่ใช้เทปยืดสีน้ำตาลก็ไม่เป็นไรครับ ทำแผลครั้งต่อไป แกะผ้าก็อซออกเบาๆ ถ้ามีจุดไหนที่ผ้าก็อซติดแผล แกะแล้วรู้สึกเจ็บ เลือดออก ให้ใช้สำลีชุบน้ำเกลือให้ชุ่ม แตะทิ้งไว้ตรงจุดที่ผ้าก็อซติดแผลสักพักนึง น้ำเกลือจะช่วยทำให้แกะผ้าก็อซออกง่ายขึ้นและไม่เจ็บด้วยครับ ถ้าแกะผ้าก็อซออกแล้วพบว่ามีเลือดสดๆ ออกจากแผล ให้ใช้ผ้าก็อชสะอาดกดซับเลือดบริเวณนั้น กดให้แน่น ค้างไว้ประมาณ 10 นาทีจนกว่าเลือดจะหยุด แล้วค่อยทำแผลครับ ห้ามโดนน้ำหรือทำให้ผ้าก็อซชื้น ถ้าโดนน้ำหรือชื้นต้องทำแผลใหม่ทันที จะเห็นว่าการล้างแผลเองที่บ้านนั้นไม่ยาก เพียงแต่อาจจะต้องดูแลเรื่องความสะอาดของเครื่องมือเป็นพิเศษนิดหน่อยเพื่อป้องกันการติดเชื้อเพิ่ม อีกทั้งเผื่อว่าจะเป็นข้อมูลให้เพื่อนๆ ที่เพิ่งขริบมาและกำลังดูแลรักษาแผลอยู่ เพื่อนๆ ที่คิดว่ากำลังจะไปขริบ หรือมีแผนว่าจะไปขริบเร็วๆ นี้ครับ เป็นกำลังใจให้นะครับ ^ ^
  3. ถ้าผมล้างแผล 2 รอบ ต่อวันเป็นไรไหมคับเช้ากับเยน
  4. พึ่งขริบมาเมื่อวานครับ อยากล้างแผลเอง สามารถล้างเองเลยได้มั้ย แล้ววิธีล้างแผลที่ถูกต้องควรทำยังไงบ้างครับ ขอบคุณครับ
  5. หลังจากได้สอบถามมาเรื่องคนเป็นเบาหวานสามารถทำได้ไหม จนในที่สุดก็ตัดสินใจเด็ดขาดว่าจะคุมน้ำตาลแล้วทำให้ได้ซะที ข้อกังวลที่มีเราก็ต้องจัดการ เริ่มจาก 1 การคุมน้ำตาล ปกติน้ำตาลผมจะไม่สูงมาก อยู่ประมาณ 120-180 ช่วงก่อนขริบ 1 อาทิตยก็คุมอาหารบ้าง ถึงไม่ได้คุมเลย แต่ก็ได้ประมาณ 120 วันที่ไปขริบเอาล่ะก็น่าจะรอด 2 การล้างแผล เนื่องจากที่ทำงานผมอยู่สมุทรสาคร บ้านอยู่ ประเวศ การไปล้างแผลให้ทันก่อนสองทุ่มจึงต้องจัดการเรื่องเวลาให้ดี จึงเลือกวันทำเป็นวันศุกร์ เพื่อที่จะได้หยุดพักสองวัน ไปล้างแผลสองวันแรกได้สะดวกหน่อย ส่วน 3 วัน 5 วัน ก็ต้องวางแผนการทำงานและเวลาให้ดี 3 ต้องอดกิจกรรม ไปอีกอย่างน้อยสองเดือน ดังนั้น ก่อนหน้า 1 วัน และ ตอนเช้าวันขริบ ก็จัดการให้เรียบร้อย จะได้ไม่มาคึกเอาช่วงพักรบ เอาล่ะจัดการสิ่งกังวลได้แล้วก็ไปคลีนิคเลย เริ่มจากพบคุณหมอ ก็บอกเรื่องเป็นเบาหวานไป หมอก็แนะนำการปฏิบัติตัว แล้วก็ให้เตรียมตัวเข้าห้องผ่าตัดพี่พยาบาลก็ให้นุงโสร่ง ซึ่งผมว่าจริงๆไม่ต้องนุ่งก็ได้ แล้วก็ขึ้นขาหยั่ง คุณหมอก็เข้ามาเริ่มจากฉีดยาชา เข็มแรกเข้าที่โคน เจ็บนะ หมอบอกเข็มที่สองก็จะไม่เจ็บแล้ว แต่ผมรู้สึกเจ็บ อยู่ จน เข็มที่่ีสี่แหละถึงไม่รู้สึกอะไร หลังจากนั้นคุณหมอจะเอาเครื่องมือมาใส่เราก็จะรู้สึกตึงๆที่โคนเพราะยังรู้สึกได้อยู้ คุณหมอบอกว่าจะดึงให้ตรง หลังจากนั้นก็ เริ่มขริบ รู้สึกหนักๆหน่วงๆ โดยเฉพาะตอนหมอดึงครั้งสุดท้าย แล้วบอกว่าเอาหนังอกไปแล้ว ต่อไปจะเริ่มเย็บแผล อาการตอนนั้นผมเริ่มมึนๆ ลิ้นแข็ง พยายามคุยกับหมอเพื่อให้หมอประเมิณเราได้ว่ายังดีอยู่ไหม ตอนเย็บแผลช่วงท้ายๆก็เริ่มเจ็บนิดๆ ยาคงเริ่มหมดฤทธิ แต่ก็ไม่ได้ขอยาเพิ่มนะครับ พอหมดทำเสร็จก็ขอถ่ายรูปดูสภาพหน่อย ตลอดเวลาที่ทำผมนอนคุยอย่าเดียวครับ ไม่อยากดูมันทำใจไม่ค่อยได้ หลังจากนันพี่พยาบาลก็จัดการพันแผลให้เรียบร้อย และแนะนำการดูและ แล้วก็ให้เรานอนพักก่อนจะออกมาจ่ายตังหลังจากนั้นก็กลับมาบ้านผมขับรถไปเอา จอดที่รับฝากตีนสะพาน ไม่อยากเดินไกลครับ ถนอมร่างไว้หน่อย ความรู้สึกวันแรก ก็เจ็บที่รอยแผล ทำอะไรก็ต้องระวัง ตอนฉี่ก็ใช้ ขวด ตัดที่คอขวดมากันฉี่เลอะ เดี๋ยวเรื่องนี้จะมารีวิวทีหลังนะครับ
  6. อยุธยามี รพ. แนะนำไหมครับ หรือรังสิต-ดอนเมือง สนใจไปขริบ ใจก็อยากไปแถวบางกะปิเห็นผลงานเพื่อนลงไว้เยอะ แต่ไปล้างแผลไม่ไหวบ้านไกล หรือทำแล้วไม่ต้องไปหาหมออีกได้ไหมครับ ล้างเอง แนะนำทีครับ
  7. คือผมสงสัยครับ ผม ขริบมาจะครบ เก้าวันแล้ว ผมอายุ 17ปี พอดีเพิ่งเจอเว็บนี้ครับ ทำมาที่ ตปท พอดี อาศัยอยู่ที่นี่ครับ เลยสงสัยว่า เราต้องทนถึงหกสัปดาห์ใช่ไหมฮะถึงจะช่วยตัวเองได้ ถ้าระหว่างนั้น มีใครเคยช่วยตัวเองก่อนไหมคับ ละก็ ถ้าฝันเปียก เราจะเจ็บเเผลมากมั้ย ละต้องดูแลรักษาเเผลยังไงคับ ละถ้าทนไม่ได้ ต้องทำยังไงครับ
×
×
  • Create New...

Important Information

ในการใช้งานเว็บไซต์คุณต้องยอมรับข้อตกลง Terms of Use.Privacy Policy