Jump to content
moomint125

ขออนุญาตเล่าเรื่องตอนขลิบ นะครับ

Recommended Posts

        ออกตัวก่อน ว่าทำไม ถึงต้องขลิบ เพราะ เป็นหนังหุ้มปลายอักเสบ โดยอาการ คือ มีแผลที่หนังปลายอวัยวะเพศ เป็นรอยแตก และแสบมากเวลาโดนน้ำ  เมื่อแผลหาย ก็จะทำให้หนังตรงจุดที่เป็น ตีบลงเรื่อยๆ แล้วแผลเป็นลักษณะวนรอบเลย จากที่เคยเปิดหัวได้ ก็จะตีบเรื่อยๆ เมื่อหายแล้วสักพักเป็นใหม่เรื่อยๆ ใช้เวลารักษา ประมาณ 5 เดือน 4 หมอ ด้วยกัน  2 ครั้งแรกเป็นหมอที่คลินิค เนื่องจากเคยเป็นครั้งหนึ่งแล้ว ณ เวลานั้นหายได้เอง จนคิดว่าค่าใช้จ่ายสูงเกินไป เลยไปโรงพยาบาลดีกว่า

          โดยได้ไปรักษาที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร จังหวัดพิษณุโลก บอกพยาบาล โดย 2 ครั้งแรกจะให้พบหมอเวร ก่อน ที่แผนกอายุรกรรม จนอาการก็ไม่ดีขึ้น ครั้งที่ 3 เลยบอกพยาบาลว่าขอหมอเฉพาะทาง เลยได้ไปแผนกศัลยกรรม คุณหมอพรเทพ เค้าได้พูดถึงอาการที่เราเป็นได้อย่างตรงจุด เลยบอกว่าต้องขลิปอย่างเดียว ด้วยความที่เราอายุเข้าเลข 3 แล้ว และเคยมาศึกษาาข้อมูลที่เว็บไซต์ และอินเทอร์เน็ต กลัวสิครับ เลยขอเวลากลับมาคิดก่อน 2 คืน และประกอบกับมีโรคประจำตัวคือ โรคเบาหวาน กลัวแผลจะเน่า หายยาก เลยคุยกับพยาบาล เค้าจะบอกว่า ต้องคุยกับคุณหมอเองโดยตรงเท่านั้นเพื่อนัดขลิป

 
        1 เดือนถัดมา คุณหมอนัดให้มาห้องผ่าตัด เอาตรงๆ อายุก็เท่านี้แล้วกลัวครับ เพราะ มีการฉีดยาชาตรงนั้น นึกถึงตอนฉีดยาชาตอนถอนฟัน มันเจ็บไม่นานแต่ฝังใจนานมากเลย พอถึงเวลา พยาบาลเค้าก็เรียกเข้าห้องผ่าตัด ให้เปลี่ยนชุด และนั่งรอ ถามว่า เราชื่ออะไรมาผ่าตัดอะไร ขอบอกว่าแอบวิตกมากๆแต่พยายามไม่คิดอะไร สลับกับแอบงีบบ้างเพราะ คืนก่อนผ่าตัดนอนไม่หลับ จนถึงเวลา พยาบาลเข็นรถเข็นที่เรานั่งไปรอหน้าห้องผ่า ตัด บรรยากาศมันแอบน่ากลัว เย็นมาก แต่ทางโรงพยาบาลให้เราเอาผ้าห่ม มาคลุมเรา อันนี้ไม่ทราบว่าที่อื่นเป็นแบบนี้หรือเปล่า กอดผ้าห่มไปนั่งรอหน้าห้องผ่าตัดไป จนถึงเวลามีพยาบาลเข็นคนไข้สูงอายุออกมา โดยลุงเค้ามองหน้าผมด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทำให้นึกถึงตอนไปฝึก รด ที่เขาชนไก่ ที่ตอนไปมีผลัดก่อนหน้า มองหน้า และทำท่าเชือดคอให้ดู ยังแอบคิดเลยว่าขู่หรือเปล่า แล้วพยาบาลก็เข็นรถเข้าไป เป็นห้องโล่งๆ อากาศเย็นฉ่ำและเงียบ ไม่รอช้า พยาบาลเชิญให้เราไปนอนบนเตียงขนาด 3 ฟุต เพื่่อเตรียมตัว โดนเอาขาตั้งมาคลุมผ้าไว้ ส่วนบนของเราเพื่อไม่ให้เราเห็นการผ่าตัดครั้งนี้ จากนั้น พยาบาลก็ทำการเอาผ้ามาหนุนข้างๆตัวและตรงก้น และ มัดส่วนขาเราเพื่อไม่ให้ดิ้น เตรียมการ แล้ว เวลานั้น ก็ถกชุดผ่าตัดของเราขึ้น ล่อนจ้อน อย่าถามว่าอายมั้ย คงตอบว่าไม่ เพราะชินแล้ว จากการตรวจผ่านหมอมา 4 คน จากนั้นพยาบาลก็เอาแอลกอฮอร์มาล้างข้างล่างเรา จากตรงนี้จะบอกว่าผมได้โกนขนข้างล่างมาแล้วก่อหน้า จนคุณหมอเข้ามา เค้าก็เอาผ้าผ่าจดมาคลุแล้วเปิดบริเวณนั้น เสียงในห้องผ่าตัดค่อนข้างจะไม่เงียบเท่าไร น่าจะเป็นเสียงแอร์แต่พอสื่อสารกับหมอและพยาบาลได้ จากนั้นเวลาฉีดยาชากำลังเกิดขึ้น เมื่อได้ยินเสียงเจ็บหน่อยนะครับ ไม่รอช้าเข็มปักเข้าไปแล้ว ตามด้วยเข็ม 2 3 4 และ 5 อย่างต่อเนื่อง แบบไร้ความลังเลและความปราณี โดยหมอก็ทำการผ่าตัดไป ก็จะมีความรู้สึกบ้างเราก็บอกว่ายังรู้สึกอยู่ แต่เราไม่รู้ว่าเค้าทำอะไรอยู่ จนสักพักเค้าก็คุยกันไปทำไป 

   อันนี้ขอเล่าแล้วกัน เหมือนเป็นตราบาปในใจ ด้วยความที่เราตัวใหญ่ อาวุธติดตัวมาก็ไม่ได้ใหญ่มาก ตอนทำหมอเค้าต้องกดเนื้อตรงนั้นเพื่อกระทำการผ่าตัด หมอครับผมขอโทษ ... 😅

  พอทำเสร็จแล้ว คุณหมอบอกว่า แผลห้ามโดนน้ำ 5 วัน ทายา เช้าเย็น เสร็จ และนัดดูแผล 3 สัปดาห์ จากนั้นพยาบาลก็เข็นเราออกจากห้อง ด้วยความรู้สึกชาๆ เปลี่ยนชุด เตรียมออกจากโรงพยาบาล ด้วยความที่กลัวเจ็บ พยาบาลแนะนำว่าได้รับยาแก้ปวดแล้วกินได้เลย
   พอออกจากห้อง ก็ยังเดินได้เอง ไปทำเรื่องประกันสังคม และรอรับยา โดยการเดินเองทั้งหมด ผมเตรียมบ็อกเซอร์ กับกางเกงบอลผ้านุ่มๆ ใส่สบาย สภาพคือ เหมือนเพนกวิน โดนโอนเอน และไม่ได้เจ็บอะไร แต่เหมือนเสียสมดุล ลุกนั่งลำบากนิดนึงแต่ไม่ค่อยเจ็บ จนกลับบ้าน นอนพัก 5 วัน 


คำถาม
1. เจ็บมั้ย เจ็บน้อยมากครับ จนน่าแปลกใจ ไม่ใช่คนแข็งแรง ใจเด็ดอะไร แต่ลำบากเวลาลุกนั่นเท่านั้นเอง ผมเองก็ไม่ได้เดินมาก วันๆอยู่แต่ในบ้าน วันที่ 2 ผมออกบ้านไปหาอะไรกินได้แล้ว แต่ไม่ได้เดินไกลมาก แต่เจ็บสุดคือ ผ้าพันแผลออกครับมันติดหนังตรงอัณฑะ นั่นแหละครับคือเจ็บสุดแล้ว
2. อาบน้ำทำอย่างไร ตรงนี้ผมอ่านจากที่ไหนสักที่ ไม่แน่ใจเป็น pantip หรือเปล่า เค้าใช้แก้วน้ำโรงหนังแบบแก้วพลาสติกแข็ง โชคดีที่ผมมีแก้วนึงพอดี  เอามาครอบให้แน่น (มันครบไม่หมดนะครับ แต่ปิดตรงนั้นมิดเลย อาบน้ำมือเดียว ถือว่าโอเคมากๆ
3. ทำแผลหรือไม่ ผมได้ยาทาแก้ผิวอักเสบมาหลอดเดียวแบบ งงๆ ด้วยความที่ไม่รู้ทำไง ปล่อยไว้ก็กลัวเน่า เลยเอาน้ำเกลือล้าง แล้วเอาสำลีค่อยๆซับแล้วค่อยๆทายา ครับ ณ วันนี้เกิน 5 วันแล้ว แต่ก็ไม่กล้าโดนน้ำอยู่ดี เดี๋ยวเอาให้หมออีกท่านหนึ่งดูว่าแผลแห้งหรือยัง
4. เวลาแข็งเจ็บมั้ย บอกเลยว่าเจ็บครับ แต่โชคดี ในความโชคร้าย อาวุธไม่ได้ยาวเหมือนชาวบ้านเค้า นอนแบบเอาขาพาดกับหมอน ช่วย ณ ตรงนี้ได้ แต่ไม่ได้เจ็บขนาดนอนน้ำตาไหล ร้องไห้ไม่ใช่แบบนั้น 
5. ผมลองไปเดินดู ปัญหาไม่ใช่เจ็บแผล แต่ด้วยความที่หัวมันเปิดตลอดเสียดสีกับกางเกง เดินแต่ละทีมันเลยเหมือนเจ็บ แต่มันไม่ใช่ คนรอบข้างมักจะถามว่าไหวหรือเปล่า (แต่ไม่กล้าบอกความจริง แบบว่าอาย) แต่ พอผ่านมา 6 วัน ใส่ กกน ได้แล้ว ถือว่าเดินได้ปกติมากๆ 85-90% เลยครับ แต่ไม่ขอวิ่งนะครับ ขออีกสัก 1 สัปดาห์
6. ทำแล้วใหญ่ขึ้นหรือไม่ อันนี้ตอบจากประสบการณ์ตัวเอง คนผอมๆผมไม่ทราบ แต่ด้วยผมอ้วน บางจังหวะเดิม มันก็หดลงไปมิดเลย ตั้งแต่ทำมา จากรอยเย็บแผล มันไม่หดหมดครับ มันออกมา คือ มันไม่ได้ใหญ่ขึ้น แต่มันออกจากเนื้อตรงนั้นมากขึ้น มั่นใจขึ้นเยอะเลย ถ้าลดน้ำหนักสักหน่อยน่าจะแก้ตรงจุดมากกว่า ถือว่าเป็นกำลังใจได้ดี


หมายเหตุ ผมเข้าใจว่าขนาดไม่สำคัญ ผมก็ผ่านเรื่องพวกนั้นมาพอควร ใช้ได้ปกติครับ แต่แอบไม่มั่นใจบ้างเป็นธรรมดา

ส่วนแผลต้องขออภัยไม่สะดวกที่จะถ่ายให้ดูเวลานี้ถ้าสะดวกยังไงจะถ่ายรีวิวมาให้ดูครับ

  • Like 8

Share this post


Link to post
Share on other sites
1 hour ago, moomint125 said:

        ออกตัวก่อน ว่าทำไม ถึงต้องขลิบ เพราะ เป็นหนังหุ้มปลายอักเสบ โดยอาการ คือ มีแผลที่หนังปลายอวัยวะเพศ เป็นรอยแตก และแสบมากเวลาโดนน้ำ  เมื่อแผลหาย ก็จะทำให้หนังตรงจุดที่เป็น ตีบลงเรื่อยๆ แล้วแผลเป็นลักษณะวนรอบเลย จากที่เคยเปิดหัวได้ ก็จะตีบเรื่อยๆ เมื่อหายแล้วสักพักเป็นใหม่เรื่อยๆ ใช้เวลารักษา ประมาณ 5 เดือน 4 หมอ ด้วยกัน  2 ครั้งแรกเป็นหมอที่คลินิค เนื่องจากเคยเป็นครั้งหนึ่งแล้ว ณ เวลานั้นหายได้เอง จนคิดว่าค่าใช้จ่ายสูงเกินไป เลยไปโรงพยาบาลดีกว่า

          โดยได้ไปรักษาที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร จังหวัดพิษณุโลก บอกพยาบาล โดย 2 ครั้งแรกจะให้พบหมอเวร ก่อน ที่แผนกอายุรกรรม จนอาการก็ไม่ดีขึ้น ครั้งที่ 3 เลยบอกพยาบาลว่าขอหมอเฉพาะทาง เลยได้ไปแผนกศัลยกรรม คุณหมอพรเทพ เค้าได้พูดถึงอาการที่เราเป็นได้อย่างตรงจุด เลยบอกว่าต้องขลิปอย่างเดียว ด้วยความที่เราอายุเข้าเลข 3 แล้ว และเคยมาศึกษาาข้อมูลที่เว็บไซต์ และอินเทอร์เน็ต กลัวสิครับ เลยขอเวลากลับมาคิดก่อน 2 คืน และประกอบกับมีโรคประจำตัวคือ โรคเบาหวาน กลัวแผลจะเน่า หายยาก เลยคุยกับพยาบาล เค้าจะบอกว่า ต้องคุยกับคุณหมอเองโดยตรงเท่านั้นเพื่อนัดขลิป

 
        1 เดือนถัดมา คุณหมอนัดให้มาห้องผ่าตัด เอาตรงๆ อายุก็เท่านี้แล้วกลัวครับ เพราะ มีการฉีดยาชาตรงนั้น นึกถึงตอนฉีดยาชาตอนถอนฟัน มันเจ็บไม่นานแต่ฝังใจนานมากเลย พอถึงเวลา พยาบาลเค้าก็เรียกเข้าห้องผ่าตัด ให้เปลี่ยนชุด และนั่งรอ ถามว่า เราชื่ออะไรมาผ่าตัดอะไร ขอบอกว่าแอบวิตกมากๆแต่พยายามไม่คิดอะไร สลับกับแอบงีบบ้างเพราะ คืนก่อนผ่าตัดนอนไม่หลับ จนถึงเวลา พยาบาลเข็นรถเข็นที่เรานั่งไปรอหน้าห้องผ่า ตัด บรรยากาศมันแอบน่ากลัว เย็นมาก แต่ทางโรงพยาบาลให้เราเอาผ้าห่ม มาคลุมเรา อันนี้ไม่ทราบว่าที่อื่นเป็นแบบนี้หรือเปล่า กอดผ้าห่มไปนั่งรอหน้าห้องผ่าตัดไป จนถึงเวลามีพยาบาลเข็นคนไข้สูงอายุออกมา โดยลุงเค้ามองหน้าผมด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทำให้นึกถึงตอนไปฝึก รด ที่เขาชนไก่ ที่ตอนไปมีผลัดก่อนหน้า มองหน้า และทำท่าเชือดคอให้ดู ยังแอบคิดเลยว่าขู่หรือเปล่า แล้วพยาบาลก็เข็นรถเข้าไป เป็นห้องโล่งๆ อากาศเย็นฉ่ำและเงียบ ไม่รอช้า พยาบาลเชิญให้เราไปนอนบนเตียงขนาด 3 ฟุต เพื่่อเตรียมตัว โดนเอาขาตั้งมาคลุมผ้าไว้ ส่วนบนของเราเพื่อไม่ให้เราเห็นการผ่าตัดครั้งนี้ จากนั้น พยาบาลก็ทำการเอาผ้ามาหนุนข้างๆตัวและตรงก้น และ มัดส่วนขาเราเพื่อไม่ให้ดิ้น เตรียมการ แล้ว เวลานั้น ก็ถกชุดผ่าตัดของเราขึ้น ล่อนจ้อน อย่าถามว่าอายมั้ย คงตอบว่าไม่ เพราะชินแล้ว จากการตรวจผ่านหมอมา 4 คน จากนั้นพยาบาลก็เอาแอลกอฮอร์มาล้างข้างล่างเรา จากตรงนี้จะบอกว่าผมได้โกนขนข้างล่างมาแล้วก่อหน้า จนคุณหมอเข้ามา เค้าก็เอาผ้าผ่าจดมาคลุแล้วเปิดบริเวณนั้น เสียงในห้องผ่าตัดค่อนข้างจะไม่เงียบเท่าไร น่าจะเป็นเสียงแอร์แต่พอสื่อสารกับหมอและพยาบาลได้ จากนั้นเวลาฉีดยาชากำลังเกิดขึ้น เมื่อได้ยินเสียงเจ็บหน่อยนะครับ ไม่รอช้าเข็มปักเข้าไปแล้ว ตามด้วยเข็ม 2 3 4 และ 5 อย่างต่อเนื่อง แบบไร้ความลังเลและความปราณี โดยหมอก็ทำการผ่าตัดไป ก็จะมีความรู้สึกบ้างเราก็บอกว่ายังรู้สึกอยู่ แต่เราไม่รู้ว่าเค้าทำอะไรอยู่ จนสักพักเค้าก็คุยกันไปทำไป 

   อันนี้ขอเล่าแล้วกัน เหมือนเป็นตราบาปในใจ ด้วยความที่เราตัวใหญ่ อาวุธติดตัวมาก็ไม่ได้ใหญ่มาก ตอนทำหมอเค้าต้องกดเนื้อตรงนั้นเพื่อกระทำการผ่าตัด หมอครับผมขอโทษ ... 😅

  พอทำเสร็จแล้ว คุณหมอบอกว่า แผลห้ามโดนน้ำ 5 วัน ทายา เช้าเย็น เสร็จ และนัดดูแผล 3 สัปดาห์ จากนั้นพยาบาลก็เข็นเราออกจากห้อง ด้วยความรู้สึกชาๆ เปลี่ยนชุด เตรียมออกจากโรงพยาบาล ด้วยความที่กลัวเจ็บ พยาบาลแนะนำว่าได้รับยาแก้ปวดแล้วกินได้เลย
   พอออกจากห้อง ก็ยังเดินได้เอง ไปทำเรื่องประกันสังคม และรอรับยา โดยการเดินเองทั้งหมด ผมเตรียมบ็อกเซอร์ กับกางเกงบอลผ้านุ่มๆ ใส่สบาย สภาพคือ เหมือนเพนกวิน โดนโอนเอน และไม่ได้เจ็บอะไร แต่เหมือนเสียสมดุล ลุกนั่งลำบากนิดนึงแต่ไม่ค่อยเจ็บ จนกลับบ้าน นอนพัก 5 วัน 


คำถาม
1. เจ็บมั้ย เจ็บน้อยมากครับ จนน่าแปลกใจ ไม่ใช่คนแข็งแรง ใจเด็ดอะไร แต่ลำบากเวลาลุกนั่นเท่านั้นเอง ผมเองก็ไม่ได้เดินมาก วันๆอยู่แต่ในบ้าน วันที่ 2 ผมออกบ้านไปหาอะไรกินได้แล้ว แต่ไม่ได้เดินไกลมาก แต่เจ็บสุดคือ ผ้าพันแผลออกครับมันติดหนังตรงอัณฑะ นั่นแหละครับคือเจ็บสุดแล้ว
2. อาบน้ำทำอย่างไร ตรงนี้ผมอ่านจากที่ไหนสักที่ ไม่แน่ใจเป็น pantip หรือเปล่า เค้าใช้แก้วน้ำโรงหนังแบบแก้วพลาสติกแข็ง โชคดีที่ผมมีแก้วนึงพอดี  เอามาครอบให้แน่น (มันครบไม่หมดนะครับ แต่ปิดตรงนั้นมิดเลย อาบน้ำมือเดียว ถือว่าโอเคมากๆ
3. ทำแผลหรือไม่ ผมได้ยาทาแก้ผิวอักเสบมาหลอดเดียวแบบ งงๆ ด้วยความที่ไม่รู้ทำไง ปล่อยไว้ก็กลัวเน่า เลยเอาน้ำเกลือล้าง แล้วเอาสำลีค่อยๆซับแล้วค่อยๆทายา ครับ ณ วันนี้เกิน 5 วันแล้ว แต่ก็ไม่กล้าโดนน้ำอยู่ดี เดี๋ยวเอาให้หมออีกท่านหนึ่งดูว่าแผลแห้งหรือยัง
4. เวลาแข็งเจ็บมั้ย บอกเลยว่าเจ็บครับ แต่โชคดี ในความโชคร้าย อาวุธไม่ได้ยาวเหมือนชาวบ้านเค้า นอนแบบเอาขาพาดกับหมอน ช่วย ณ ตรงนี้ได้ แต่ไม่ได้เจ็บขนาดนอนน้ำตาไหล ร้องไห้ไม่ใช่แบบนั้น 
5. ผมลองไปเดินดู ปัญหาไม่ใช่เจ็บแผล แต่ด้วยความที่หัวมันเปิดตลอดเสียดสีกับกางเกง เดินแต่ละทีมันเลยเหมือนเจ็บ แต่มันไม่ใช่ คนรอบข้างมักจะถามว่าไหวหรือเปล่า (แต่ไม่กล้าบอกความจริง แบบว่าอาย) แต่ พอผ่านมา 6 วัน ใส่ กกน ได้แล้ว ถือว่าเดินได้ปกติมากๆ 85-90% เลยครับ แต่ไม่ขอวิ่งนะครับ ขออีกสัก 1 สัปดาห์
6. ทำแล้วใหญ่ขึ้นหรือไม่ อันนี้ตอบจากประสบการณ์ตัวเอง คนผอมๆผมไม่ทราบ แต่ด้วยผมอ้วน บางจังหวะเดิม มันก็หดลงไปมิดเลย ตั้งแต่ทำมา จากรอยเย็บแผล มันไม่หดหมดครับ มันออกมา คือ มันไม่ได้ใหญ่ขึ้น แต่มันออกจากเนื้อตรงนั้นมากขึ้น มั่นใจขึ้นเยอะเลย ถ้าลดน้ำหนักสักหน่อยน่าจะแก้ตรงจุดมากกว่า ถือว่าเป็นกำลังใจได้ดี


หมายเหตุ ผมเข้าใจว่าขนาดไม่สำคัญ ผมก็ผ่านเรื่องพวกนั้นมาพอควร ใช้ได้ปกติครับ แต่แอบไม่มั่นใจบ้างเป็นธรรมดา

ส่วนแผลต้องขออภัยไม่สะดวกที่จะถ่ายให้ดูเวลานี้ถ้าสะดวกยังไงจะถ่ายรีวิวมาให้ดูครับ

เล่าได้รายละเอียดดีครับ เหมือนผมเข็นเข้าห้องฝาตัดไปร่วมด้วยกันเลย 555

ผมเชื่อว่าคุณน่าจะศึกษามาเป็นอย่างดีเกี่ยวกับการดูแลรักษาตัวในระหว่างการพักให้กลับมาปกติ ผมแนะนำเพิ่ม เสริมวิตามินซึ และใบบัวบก กินอาหารเสริมโปรตีนและพักผ่อนให้พอ ทำสะอาดและพันให้กระชับนะครับ

ลดความอ้วนให้ได้ น้องชายจะกลับมา

ให้กำลังใจให้หายไวๆครับ

สงสัยก็สอบถามได้ สู้ๆ

Share this post


Link to post
Share on other sites

อธิบายมาได้ละเอียดดีมากเลยนะครับ อ่านเพลินเลย เล่าถึงความรู้สึกอะไรต่าง ๆ ออกมาชัดเจนดี ฟังดูแล้วการขริบนี้ไม่ทำให้ผิดหวังเลยนะครับ

ยังไงก็มาอัปเดตกันได้อีกเรื่อย ๆ นะครับผม

Share this post


Link to post
Share on other sites

Join the conversation

You can post now and register later. If you have an account, sign in now to post with your account.

Guest
Reply to this topic...

×   Pasted as rich text.   Paste as plain text instead

  Only 75 emoji are allowed.

×   Your link has been automatically embedded.   Display as a link instead

×   Your previous content has been restored.   Clear editor

×   You cannot paste images directly. Upload or insert images from URL.


  • Recently Browsing   0 members

    No registered users viewing this page.

×
×
  • Create New...

Important Information

ในการใช้งานเว็บไซต์คุณต้องยอมรับข้อตกลง Terms of Use.Privacy Policy